TEAMG โชว์รายได้ Q3/68 ทะลุ 636 ล้าน แรงหนุนงานที่ปรึกษาโครงสร้างพื้นฐาน
ชวลิต จันทรัตน์
TEAMG โชว์ผลงานไตรมาส 3/68 ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ 636.41 ล้านบาท เติบโต 47% กำไรสุทธิ 47.24 ล้านบาท รับแรงหนุนจากงานที่ปรึกษาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งงานคมนาคม บริหารจัดการน้ำ พร้อมขยายสู่ธุรกิจ EPC เต็มรูปแบบ
นายชวลิต จันทรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า ผลประกอบการบริษัท ไตรมาส 3/2568 มีรายได้จากการขายและให้บริการ 636.41 ล้านบาท เติบโต 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นรายได้ที่สูงเป็นประวัติการณ์ มีกำไรสุทธิ 47.24 ล้านบาท
โดยในปี 2568 บริษัทได้รับโอกาสดำเนินโครงการใหม่ ๆ ที่มีมูลค่าสูงและมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของประเทศ เช่น งานสำรวจและออกแบบโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 งานสำรวจออกแบบโครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1
นอกจากนี้ยังมีโครงการศึกษาระบบรถไฟฟ้าชานเมืองศาลายา-นครปฐม โครงการควบคุมการก่อสร้างระบบป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบางขุนเทียน และโครงการควบคุมงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นใต้ดิน ถนนรามคำแหง
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจเกี่ยวเนื่องในงานบริการด้าน EPC (Engineering, Procurement, and Construction) ตามแผนการเติบโตของบริษัท โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาและออกแบบงานด้านวิศวกรรม โดยโครงการด้าน EPC ที่บริษัทได้รับในไตรมาสนี้ อาทิ ระบบสาธารณูปโภค งานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะด้าน เป็นต้น
สำหรับใน 9 เดือนแรกปี 2568 มีรายได้จากการขายและให้บริการ 1,672.42 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 31% และมีกำไรสุทธิ 141.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% โดยบริษัทยังคงสร้างผลงานอย่างโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรเติบโตสูงสุดในรอบหลายปี จากแรงหนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศและการขยายธุรกิจ EPC และเทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าระยะยาว หนุนฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งและตอกย้ำการเติบโตอย่างยั่งยืน
รวมทั้งยังมีงานในมือ (Backlog) ณ วันสิ้นงวด 9 เดือน มีมูลค่า 5,968 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นจากธุรกิจที่ปรึกษา 3,665 ล้านบาท และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 2,303 ล้านบาท ตามแผนการดำเนินงานธุรกิจที่บริษัทวางไว้
นายชวลิตกล่าวว่า นอกจากผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่องแล้ว บริษัทยังได้รับการประเมิน CGR ระดับ “ดีเลิศ” หรือ 5 ดาว จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผู้มีส่วนเสียทุกฝ่าย