Skip to content

SAK โชว์ผลงาน 9 เดือน กำไรสุทธิโต 8.9% ชู Q4 งัดกลยุทธ์มัดใจลูกค้าช่วงฤดูเก็บเกี่ยว

12 พ.ย. 2568 | 15:14น.
SAK โชว์ผลงาน 9 เดือน กำไรสุทธิโต 8.9% ชู Q4 งัดกลยุทธ์มัดใจลูกค้าช่วงฤดูเก็บเกี่ยว

SAK โชว์ผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2568 รายได้รวม 2,528 ล้านบาท เติบโต 10.2% กำไรสุทธิ 663 ล้านบาท เติบโต 8.9% สินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตร-สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป หนุนพอร์ตสินเชื่อรวมแตะ 13,929 ล้านบาท ตอกย้ำความเชี่ยวชาญในการเข้าถึงเศรษฐกิจฐานราก-ประสิทธิภาพบริหารจัดการ NPL กางแผนโค้งสุดท้ายปี ชูกลยุทธ์มอบสินเชื่อตามฤดูกาล มุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีรับฤดูเก็บเกี่ยว มั่นใจผลักดันพอร์ตสินเชื่อทั้งปีแตะ 14,500 ล้านบาท

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยภายใต้แบรนด์ศักดิ์สยามลิสซิ่ง เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 (กรกฎาคม-กันยายน) บริษัทยังสามารถรักษาการเติบโตจากการขยายพอร์ตสินเชื่อและควบคู่ไปกับการบริหารสินเชื่ออย่างรัดกุม ที่สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบาง

ศิวพงศ์ บุญสาลี
ศิวพงศ์ บุญสาลี

ส่งผลให้มีรายได้รวม 842 ล้านบาท เติบโต 3.3% มีกำไรสุทธิ 223 ล้านบาท เติบโต 4.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขับเคลื่อนกลยุทธ์มุ่งปล่อยสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและสินเชื่อทะเบียนรถเพื่อการเกษตร เจาะกลุ่มลูกค้าเกษตรกรที่มีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนสูง เพื่อใช้ในการดูแลผลผลิตและเตรียมการเก็บเกี่ยว รวมทั้งรุกขยายสินเชื่อที่ดิน และสินเชื่อโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop)

ส่วนผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-กันยายน) พอร์ตสินเชื่อโดยรวมแตะ 13,929 ล้านบาท ส่งผลให้มีรายได้รวม 2,528 ล้านบาท เติบโต 10.2% และกำไรสุทธิ 663 ล้านบาท เติบโต 8.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความเชี่ยวชาญของ SAK ในการครองส่วนแบ่งตลาดหลักในต่างจังหวัด และตอกย้ำจุดยืนในการเป็นผู้สนับสนุนเศรษฐกิจภาคเกษตรอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ความสำเร็จดังกล่าวยังมาจากการขยายสาขาเพิ่มเป็น 1,079 สาขา ครอบคลุม 47 จังหวัด ที่ทำให้ลูกค้าเข้าถึงฐานทุนได้อย่างกว้างขวาง ขณะที่สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ได้สร้างการเติบโตของพอร์ตเพิ่มขึ้นรับกับโอกาสของตลาดจากกระแสความต้องการพลังงานสะอาด และช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน

ด้านสัดส่วน NPL ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทรักษา NPL ให้อยู่ในระดับ 2.8% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากนโยบายการพิจารณาสินเชื่อที่รอบคอบและรัดกุม เน้นมอบสินเชื่อให้สัมพันธ์กับช่วงเวลาเพาะปลูก และกำหนดการชำระคืนให้ตรงกับฤดูเก็บเกี่ยว ช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ได้อย่างมาก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแม้ต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย โดยยังบริหารจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ทิศทางเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวได้ในอัตราที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการส่งออก สำหรับกลุ่มเกษตรกร ยังคงมีความต้องการสินเชื่อเพื่อเตรียมการเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป แม้ไตรมาส 4 จะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวและชำระหนี้ก็ตาม

นายศิวพงศ์กล่าวว่า ส่วนแผนการดำเนินงานไตรมาส 4 บริษัท ดำเนินกลยุทธ์การเติบโตอย่างรอบคอบ มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการขยายพอร์ตสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มข้น ภายใต้ความเข้าใจถึงหัวใจของเศรษฐกิจฐานรากและพฤติกรรมของลูกค้า

“ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวที่เกษตรกรส่วนใหญ่จะมีรายได้และนำเงินมาชำระคืนหนี้ บริษัทจึงจะใช้โอกาสดังกล่าวสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อต่อยอดไปสู่การให้บริการสินเชื่อตามฤดูกาล (Seasonal Loans) ในรอบการเพาะปลูกถัดไป ซึ่งจะทำให้พอร์ตสินเชื่อมั่นคงและเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนประชาชนทั่วไปที่ต้องการเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนต่อเนื่อง และจะเป็นปัจจัยผลักดันพอร์ตสินเชื่อรวมทั้งปีแตะ 14,500 ล้านบาท”