เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ปี’70 ย้ำยึดวินัยการคลัง
Finance เอกนิติ เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ปี’70 ย้ำยึดวินัยการคลัง
พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับจากญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับจากญี่ปุ่น
เอกนิติชี้ภาษีรถยนต์ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ชง ครม.แค่โปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1 แสนล้าน
Finance เอกนิติชี้ภาษีรถยนต์ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ชง ครม.แค่โปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1 แสนล้าน
ฮูตีเปิดจุดอ่อนซาอุดีฯ สะเทือนเชื่อมั่น Vision 2030
World ฮูตีเปิดจุดอ่อนซาอุดีฯ สะเทือนเชื่อมั่น Vision 2030
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,100 บาท
เปิดตัวอีวีบัส ‘หาดใหญ่’ วิ่งฟรีก่อนเก็บเงิน 13 พ.ย. นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดตัวอีวีบัส ‘หาดใหญ่’ วิ่งฟรีก่อนเก็บเงิน 13 พ.ย. นี้
วช. – DPU จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน
Uncategorized วช. – DPU จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน
กรุงไทย คุม NPL ดีกว่าเป้า เดินหน้าช่วยลูกหนี้ จับตา SME-อสังหาฯ
Finance กรุงไทย คุม NPL ดีกว่าเป้า เดินหน้าช่วยลูกหนี้ จับตา SME-อสังหาฯ
แสนสิริ กระหึ่มเกาะภูเก็ต จ่อขึ้น 3 คอนโดริมหาดท็อปลิสต์ระดับโลก “ป่าตอง-ราไวย์-ในยาง”
Real Estate แสนสิริ กระหึ่มเกาะภูเก็ต จ่อขึ้น 3 คอนโดริมหาดท็อปลิสต์ระดับโลก “ป่าตอง-ราไวย์-ในยาง”
เศรษฐีไทยแห่ซื้อ 2 คอนโดฯหรู Upper House ยอดขายทะลุหมื่นล้าน ลุยเจาะมหาเศรษฐีโลก
Real Estate เศรษฐีไทยแห่ซื้อ 2 คอนโดฯหรู Upper House ยอดขายทะลุหมื่นล้าน ลุยเจาะมหาเศรษฐีโลก
ดูทั้งหมด

ดร.พิพัฒน์ ชี้ “ทอง-คริปโต” ช่องโหว่ฟอกเงินยุคใหม่ แนะไทยเร่งยกระดับกฎกำกับ

19 พ.ย. 2568 | 18:39น.
พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP เตือนการฟอกเงินผ่านทองคำและคริปโต ชี้ไทยยังมีจุดอ่อนทั้งด้านกฎหมายและการบังคับใช้ แนะเร่งอุดช่องโหว่ตามมาตรฐานโลก พร้อมปฏิรูปภาคการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ-ความโปร่งใส-แข่งขันได้ในอนาคต

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวในเวทีเสวนา “ฟังจริง คิดจริง ทำจริง พลิกโฉมการเงินไทยในโลกใหม่ โจทย์ใหญ่ที่ต้องทำ” จัดโดยพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ปัจจุบันการฟอกเงิน ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของระบบการเงินโลก โดยวิธีการฟอกเงินในภาพรวมคือการนำธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมายมาซ่อนธุรกรรมผิดกฎหมาย ผ่านการวางเลเยอร์หรือเปลี่ยนรูปแบบธุรกรรมให้ติดตามได้ยากขึ้น ซึ่งสินทรัพย์สองประเภทที่ถูกจับตามากขึ้นคือ ทองคำ และ คริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากเป็นช่องทางที่อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเงินและติดตามเส้นทางได้ยาก โดยเฉพาะคริปโตที่เทคโนโลยีช่วยให้โอนเงินข้ามพรมแดนได้รวดเร็ว

ดร.พิพัฒน์ระบุว่า แม้ผู้ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาต (Licensed Exchange) จะอยู่ภายใต้กำกับของ ก.ล.ต. และมีกฎเกณฑ์ชัดเจน แต่ธุรกรรมคริปโตจำนวนมากอยู่นอกเหนือการกำกับ ทำให้มีช่องโหว่ ขณะที่ระบบธนาคารแบบดั้งเดิมมีการตรวจสอบเข้มข้นกว่า เช่น การโอนเงินผ่านระบบ SWIFT ที่มีระบบ Travel Rule โดยต้องระบุชื่อผู้โอนและผู้รับอย่างครบถ้วน แต่คริปโตยังไม่ถูกบังคับใช้มาตรฐานนี้ทั้งหมด จึงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข

จากประเด็นดังกล่าว นำไปสู่การตั้งคำถามว่ากฎหมายมีความชัดเจนเพียงพอหรือไม่ และการบังคับใช้มีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งทั้งสองด้านยังมีจุดอ่อน บางประเด็นยังขาดอำนาจตามกฎหมาย ทำให้ต้องเร่งปรับปรุง ขณะเดียวกันการมีกรอบกฎหมายอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง

สำหรับตลาดทองคำ ซึ่งถูกใช้ฟอกเงินในหลายประเทศ ผู้เชี่ยวชาญอ้างถึงมาตรฐานของประเทศศูนย์กลางการเงิน เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง และสิงคโปร์ ที่จัดให้ธุรกรรมซื้อขายทองคำเป็น “ธุรกรรมความเสี่ยงสูง” จึงต้องดำเนินการตรวจสอบ Know Your Customer (KYC) และ Customer Due Diligence (CDD) อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะธุรกรรมมูลค่าสูง อีกทั้งศุลกากรของประเทศเหล่านี้ยังมีระบบตรวจสอบผู้ซื้อและผู้ขายอย่างละเอียด หากไม่สามารถพิสูจน์ตัวตนหรือแหล่งที่มาของเงินได้ ธุรกรรมจะไม่ถูกอนุญาตให้ผ่าน

“สิ่งสำคัญไม่ใช่การตั้งข้อสงสัยว่าทำไมประเทศเหล่านั้นต้องซื้อทองจากไทย แต่คือไทยมีระบบตรวจสอบและติดตามที่ได้มาตรฐานระดับโลกหรือไม่ สามารถระบุได้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้ซื้อ เงินมาจากที่ใด และเชื่อมโยงกับการฟอกเงินหรือการสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมายหรือไม่” ดร.พิพัฒน์กล่าว

ดร.พิพัฒน์ กล่าวว่าโลกมีมาตรฐานและข้อแนะนำเรื่องการป้องกันฟอกเงินรองรับอยู่แล้ว ไทยไม่จำเป็นต้องคิดใหม่ เพียงแค่ต้องนำกรอบสากลเหล่านั้นมาบังคับใช้ให้ครบถ้วน หากทำได้ก็จะสามารถทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่สามารถปิดช่องทางฟอกเงินได้ทั้งหมด แต่การมีกลไกกำกับดูแลที่รัดกุม โปร่งใส และบังคับใช้ได้จริง จะช่วยลดความเสี่ยงของอาชญากรรมทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดร.พิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคการเงินมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจ เพราะเป็นตัวกลางเชื่อมคนที่มีเงินออมกับคนที่ต้องการเงินลงทุน ทำให้เงินไหลจากส่วนที่มีมากไปยังผู้ที่ต้องการใช้เพื่อสร้างการเติบโต โดยภาคการเงินแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ตัวกลางทางอ้อม เช่น ธนาคาร บริษัทเงินทุน บริษัทประกัน และตัวกลางทางตรง เช่น ตลาดทุน ตลาดหุ้น และตลาดคริปโต

ดร.พิพัฒน์อธิบายว่า ภาคการเงินมีหน้าที่หลัก 3 ด้าน คือ การรวบรวมทุนจากหลายแหล่ง การจัดสรรทุนให้ไปสู่ผู้ใช้ที่เหมาะสมและถูกต้อง และการบริหารความเสี่ยง เช่น การประกันภัยหรือการกระจายความเสี่ยง เพื่อทำให้ระบบการเงินทำงานอย่างราบรื่น ส่วนคุณสมบัติของภาคการเงินที่ดีต้องมี 5 ประการ คือ ประสิทธิภาพ ความโปร่งใส เสถียรภาพ การเข้าถึงของทุกกลุ่ม และความพร้อมสำหรับอนาคต ทั้งด้านความยั่งยืน เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ในด้านประสิทธิภาพ ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า ภาคการเงินที่ดีต้องมีต้นทุนต่ำ แต่คำถามคือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูงในไทยสะท้อนว่าธนาคารได้กำไรมากเกินไปหรือไม่ โดยส่วนต่างดอกเบี้ยประกอบด้วย 4 ปัจจัย ได้แก่ ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต ต้นทุนการบังคับหลักประกันและกระบวนการกฎหมายที่ล่าช้า ต้นทุนดำเนินงานของธนาคาร และกำไร จึงหากต้องการลดต้นทุน ต้องลดต้นทุนแฝงทั้งหมดนี้ร่วมกัน

ดร.พิพัฒน์ระบุว่า อัตราผลตอบแทนต่อทุน (ROE) ของธนาคารไทยอยู่ราว 9% ต่ำกว่าสิงคโปร์ซึ่งอยู่ที่ 12-15% ขณะที่สัดส่วนกำไรของภาคการเงินไทยต่อ GDP อยู่ที่ประมาณ 8.5% ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบหลายประเทศ แต่ยังต่ำกว่าสิงคโปร์ซึ่งมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก การเปรียบเทียบบทบาทภาคการเงินต่อ GDP จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดประสิทธิภาพของระบบ

หากต้องการยกระดับประสิทธิภาพของภาคการเงินไทยต้องลดต้นทุนแฝงโดยใช้เทคโนโลยี เช่น Open Data และ Open Banking เพื่อเพิ่มความแม่นยำของการประเมินเครดิต และปฏิรูประบบกฎหมายด้านหลักประกันและกระบวนการล้มละลายให้รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม รวมถึงเพิ่มการแข่งขันด้วยการเปิดให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามา เพราะหากการแข่งขันสูงขึ้น ต้นทุนและส่วนต่างดอกเบี้ยย่อมลดลง พร้อมกันนี้ ตลาดทุนต้องปรับปรุงเพื่อลดต้นทุน ด้วยการยกระดับกฎเกณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ในด้านความโปร่งใส ดร.พิพัฒน์ย้ำว่าต้องยึดมาตรฐานของ FATF ว่าด้วยการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนเงินทุนแก่กิจกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งครอบคลุมทั้งธนาคาร คริปโต ทองคำ มูลนิธิ วัด และช่องทางอื่นที่อาจถูกใช้ฟอกเงิน คำถามคือไทยทำตามมาตรฐานครบถ้วนแล้วหรือยัง และควรเร่งอุดช่องโหว่ใดบ้าง

หากไทยสามารถพัฒนาภาคการเงินให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส มีเสถียรภาพ เข้าถึงได้ และพร้อมรับอนาคต ก็จะช่วยให้ธุรกิจและประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในต้นทุนที่เหมาะสม การจัดสรรทุนเป็นไปอย่างถูกต้องและยั่งยืน และอาจเป็นหนึ่งในคำตอบของการสร้าง “เครื่องยนต์ใหม่” ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในระยะยาว หากมีการปฏิรูปอย่างจริงจังในด้านที่จำเป็น