กอช. เตรียมขาย “สลาก กอช.” ในไตรมาส 1/69 พร้อมทดสอบระบบแบบ Sandbox นาน 7 วัน จำลองขาย-แจกรางวัลจริง ลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท
นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชรา (สลาก กอช.) ว่า ขณะนี้พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 มกราคม 2569 ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายลำดับรองและขอจัดสรรงบกลาง เพื่อนำเสนอ รมว.คลัง และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดจำหน่าย สลาก กอช. ได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีแผนทดสอบระบบจำหน่ายรูปแบบ Sandbox เป็นเวลา 7 วัน เพื่อจำลองกระบวนการขายและออกรางวัลจริง ก่อนเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการต่อไป
“กอช. ขอกรอบงบประมาณรวม 780 ล้านบาท โดยตั้งเงินรางวัลงวดละ 15 ล้านบาท และในช่วงเริ่มดำเนินการจะจำหน่าย 5 ล้านฉบับต่อสัปดาห์ แม้จะทราบว่าความต้องการอาจสูงกว่านี้ แต่ต้องการทดลองระบบก่อน หากต้องการขยายปริมาณจำหน่ายในอนาคต จะต้องผ่านการประเมินความคุ้มค่าและเสนอ ครม. อนุมัติอีกครั้ง”
สำหรับ สลากกอช. เป็นสลากขูดแบบดิจิทัล ราคาฉบับละ 50 บาท เป็นทางเลือกในการออมเงินรูปแบบใหม่ ให้แก่ผู้มีสัญชาติไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปทุกคน สามารถซื้อได้สูงสุดเดือนละ 3,000 บาท (60 ฉบับ) ผ่านแอปพลิเคชัน กอช. โดยออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ประกอบด้วย
– รางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท (5 รางวัล)
– รางวัลที่ 2 มูลค่า 1,000 บาท (10,000 รางวัล)
และถ้าสลากจำหน่ายไม่หมดในงวดนั้น เงินรางวัลจะถูกสมทบไปเป็นแจ็กพอตในงวดถัดไป
ทั้งนี้ ผู้ถูกรางวัลจะได้รับเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ทันที โดยเงินซื้อสลากทุกบาทจะถูกสะสมไว้เป็นเงินออม
ขณะที่ผู้ซื้อสลากจะได้รับเงินออมพร้อมผลประโยชน์เป็นก้อนในครั้งเดียว 4 กรณี คือ
– อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
– ทุพพลภาพ
– เสียสัญชาติไทย
– เสียชีวิต
โดยจะคืนเงินให้แก่บุคคลที่ระบุไว้ หรือทายาทตามกฎหมาย และพิเศษสุดๆ สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีจะได้รับเงินคืนทั้งหมดเมื่อครบ 5 ปี นับแต่วันที่ซื้อสลาก และสามารถซื้อต่อไปได้คราวละ 5 ปี
ทั้งนี้ กอช. เตรียมความพร้อมด้านระบบและพันธมิตรครอบคลุมตั้งแต่การจำหน่าย การชำระเงิน การประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงการถ่ายทอดสดออกรางวัลสลาก กอช. โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มบริการหลัก ได้แก่
- ช่องทางจำหน่ายและชำระเงินผ่านแอปฯ
เปิดขายสลากผ่านแอปพลิเคชันดิจิทัล เพื่อให้การออมเข้าถึงง่ายขึ้น โดยมีพันธมิตร เช่น TrueMoney, Shopee Pay, My AIS และ MPay
- ช่องทางชำระเงินผ่านสถาบันการเงิน
รองรับการซื้อและชำระค่าสลากผ่านแอปฯ ธนาคาร ได้แก่ กสิกรไทย, ทีทีบี และกรุงไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ซื้อ
- ช่องทางประชาสัมพันธ์ดิจิทัล
เผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับสลาก กอช. ผ่านแอปฯ ทางรัฐ, ธ.ก.ส. และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อสร้างการรับรู้ทั่วถึง
- ช่องทางออฟไลน์สำหรับผู้เข้าไม่ถึงดิจิทัล
เตรียมเปิดจุดขายทั่วประเทศ ทั้งไปรษณีย์ไทย 1,250 แห่ง, เคาน์เตอร์เซอร์วิสกว่า 15,500 จุด, บิ๊กซีกว่า 1,600 สาขา, โลตัสกว่า 2,500 สาขา รวมถึงตู้บุญเติมกว่า 100,000 ตู้ และตู้เต่าบิน 7,500 ตู้
- ช่องทางจัดการออกรางวัลและถ่ายทอดสด
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นผู้จัดการออกรางวัล และถ่ายทอดสดผ่าน LINE TODAY เพื่อให้ประชาชนติดตามได้แบบเรียลไทม์
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 กอช. ยังได้ลงนาม MOU กับหน่วยงานรัฐ–เอกชน 17 แห่ง รวมถึงสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อร่วมพัฒนาระบบจำหน่ายสลากดิจิทัลให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสร้างการรับรู้ว่าการซื้อสลาก กอช. เป็นการออมที่เงินต้นได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย พร้อมช่วยกระตุ้นให้ประชาชนเข้าสู่ระบบออมเงินเพื่ออนาคตมากขึ้น