เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ธปท. โต้เทรด USDT ผ่านแพลตฟอร์ม DA exchange ไม่กระทบค่าเงิน

18 ธ.ค. 2568 | 16:25น.
ชญาวดี ชัยอนันต์

ชญาวดี ชัยอนันต์

ธปท. โต้ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน กรณีเทรด USDT ผ่านแพลตฟอร์ม DA exchange ยันไม่กระทบค่าเงินโดยตรง

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธปท. ชี้แจงว่า การซื้อขายเหรียญ USDT ผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange : DA exchange) ในประเทศไทย เป็นลักษณะของการทำธุรกรรมที่คล้ายการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ เช่น หลักทรัพย์ ซึ่งหากมีธุรกรรมขาย ก็จะได้รับเป็นเงินบาทกลับมา โดยไม่ต้องผ่านการแลกเงินดอลลาร์ สรอ. ดังนั้น การซื้อขาย USDT บน DA exchange ในประเทศจึงไม่ได้ส่งผลต่อค่าเงินบาทโดยตรง

ในทำนองเดียวกัน หากมีการนำเงินที่เข้าข่ายต้องสงสัยมาซื้อ/ขาย USDT ผ่าน DA exchange ในไทย ก็จะเป็นธุรกรรมในรูปเงินบาท ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินโดยตรงเช่นกัน

อย่างไรก็ดี โดยอ้อม หากมีการขาย USDT ในจำนวนที่มากกว่าแรงซื้อ จะส่งผลให้ราคาของ USDT ใน DA exchange ในไทยต่ำลง ก็อาจเกิดการนำเอา USDT ไปขายใน DA exchange ต่างประเทศที่มีราคาสูงกว่า ทำให้ได้รายรับเป็น USD และนำเงินดังกล่าวเข้ามาในไทยเพื่อแลกเป็นเงินบาท ซึ่งกรณีนี้ จะส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าได้

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ธปท. กำหนดให้สถาบันการเงินในประเทศรายงานข้อมูลธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาททุกประเภทมายัง ธปท. ซึ่งรวมถึงธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยจากข้อมูลที่ได้รับในปัจจุบัน พบว่าสัดส่วนธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลมีสัดส่วนต่ำกว่า 1% ของธุรกรรมการซื้อขายเงินตราต่างประเทศทั้งหมด จึงไม่ใช่สาเหตุที่จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้ง ธปท. อยู่ระหว่างการตรวจสอบและยกระดับความเข้มงวดในการติดตามรายละเอียดธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินที่มาจากสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนรายหนึ่ง โพสต์ผ่านโซเชียลมิเดีย ระบุว่า ธปท. ไม่รู้ถึงกรณีเงินบาทแข็งค่าผิดปกติ โดยชี้ว่า เกิดจากการซื้อขายเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีผ่านกระดานซื้อขายในประเทศไทยเฉลี่ยเดือนละ 1 แสนล้านบาท พร้อมทั้งยังระบุว่า เป็นการฟอกเงิน