SCB มองเศรษฐกิจไทยปี’69 โต 1.5% รับความเสี่ยงรอบด้าน เน้นคุมหนี้-เลือกกลุ่มโต
กฤษณ์ จันทโนทก
ธนาคารไทยพาณิชย์มองเศรษฐกิจไทยปี’69 โต 1.5% ชี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงรอบด้าน ตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อ-คุมเอ็นพีแอล พร้อมขยายสินเชื่อในกลุ่มที่ยังโตได้ “บ้าน-รายใหญ่-รถยนต์” ระบุ อยู่ระหว่างพิจารณาปรับดอกเบี้ย
นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยในงานสัมมนา Thailand Next Move 2026 : Wealth Creation ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ในหัวข้อ Wealth for All : ปฏิรูปการเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างทั่วถึง“ ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 1.5% แม้จะชะลอลงจากปี 2568 โดยยังถือว่าเป็นการเติบโตอยู่ แม้จะมีความเสี่ยง แต่ก็ยังมีโอกาส โดยเฉพาะจากการลงทุนตรงที่มีตัวเลขการเติบโตที่สูง
และภาครัฐ จะเห็นว่ากระทรวงการคลังจะมีการประกาศแผนการปฏิรูปการคลังในปี 2569 ซึ่งหากแผนดังกล่าวประสบความสำเร็จ จะช่วยลดภาระหนี้สาธารณะลงได้ โดยปัญหาหลัก คือ ระบบราชการไทยส่วนใหญ่มีการรั่วไหลของรายจ่าย ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องดูรายละเอียดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดวินัยทางด้านการเงิน
ทั้งนี้ ในส่วนของภาคธนาคารมี 2 บทบาท คือ 1.สร้างกลไกให้ระบบการเงินไปถึงมือประชาชน และ 2.การให้คำแนะนำทางการเงินให้ประชาชนคนไทย โดยปัจจุบันปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายปีที่ผ่านมาทำได้น้อย ดังนั้น ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงได้เริ่มโครงการด้วยการดึงภาคส่วนต่าง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาคธนาคารมาหารือเพื่อสร้างการขับเคลื่อนใหม่ให้กับประเทศ โดยเฉพาะ New S-Curve ของประเทศ
“แม้ปีหน้าจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสที่จะประคับประคองตัวเอง และก้าวต่อไปได้ท่ามกลางความไม่แน่นอน”
อย่างไรก็ดี ในส่วนของทิศทางธุรกิจของไทยพาณิชย์ในปี 2569 ยังคงวางเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในเชิงบวก ไม่ได้มองว่าจะหดตัว แต่การเติบโตจะเป็นลักษณะของ “การเลือกโต” โดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มลูกค้าและกลุ่มธุรกิจที่ธนาคารมีความเชื่อมั่น
ทั้งนี้ สินเชื่อจะเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่ธนาคารรู้จักเป็นอย่างดี หรือเป็นธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของโลก รวมถึงธุรกิจที่แม้อาจไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตสูง แต่เป็นผู้ประกอบการที่มีต้นทุนต่ำ เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้น หรือมีวินัยทางการเงินที่ดี ซึ่งธนาคารยังพร้อมสนับสนุน
โดยกลุ่มสินเชื่อหลักที่ยังเติบโตได้นั้น จะเป็นสินเชื่อรายใหญ่ และสินเชื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารเชื่อว่า จะสามารถรักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดได้ ส่วนสินเชื่อรถยนต์ ก่อนหน้านี้ถูกมองว่ามีความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ปัจจุบันการตกตะกอนของธุรกิจ EV เริ่มชัดเจนมากขึ้น และยังมีบางกลุ่มที่ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อเพิ่มได้ บนพื้นฐานของความมั่นใจในคุณภาพของลูกค้า ในขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีอาจไม่ได้เติบโตแต่จะเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่ยังมีความเข้มแข็ง
“การเติบโตในปีหน้าจะไม่ใช่การขยายสินเชื่อในทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม แต่เป็นการคัดเลือกกลุ่มที่มีโจทย์อนาคตสอดคล้องกับธุรกิจที่ทำ หรือมีความแข็งแกร่งเฉพาะตัว และธนาคารไทยพาณิชย์ต้องทำทั้ง 2 ด้านพร้อมกัน คือการเติบโตของสินเชื่อ และการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ไม่ให้แย่ลง ตั้งเป้าว่าจะไม่ปล่อยให้ระดับหนี้เสียปีหน้าสูงกว่าระดับในปัจจุบัน“
นายกฤษณ์กล่าวอีกว่า สำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ภายหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 17 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมานั้น ธนาคารอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลด และการปรับลดในระดับใด เพื่อให้สอดคล้องกับ กนง. อย่างไรก็ดี การพิจารณาปรับลดจะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร