เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

เปิด 3 แผนสกัดบาทแข็ง เล็งเก็บภาษีทองออนไลน์

24 ธ.ค. 2568 | 06:31น.

คลังออก 3 มาตรการแก้ปม “บาทแข็ง” สั่งสรรพากรคุมซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์-พิจารณาเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ เปิดทาง ธปท.กำหนดเพดานซื้อขายทอง คาดประกาศหลักเกณฑ์ภายใน 2 สัปดาห์ “ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ” ชี้เงินบาทแข็งค่าแล้ว 9.4% นำภูมิภาค “เลขาฯ ก.ล.ต.” ชี้แจงซื้อขาย USDT ไม่กระทบบาทแข็ง หอการค้าฯกังวลเงินบาทแข็งค่าเกินไป กระทบส่งออกปี 2569

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ค่าเงินบาทช่วงนี้ที่แข็งค่าเร็ว และแรง ทางกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้แถลงร่วมกันเกี่ยวกับการออกมาตรการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

คลังคลอด 3 มาตรการแก้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ทางรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งและความเคลื่อนไหวของธุรกรรมทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้เรียกประชุม 3 หน่วยงานหลัก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 ธ.ค. เพื่อกำหนดแนวทางรับมืออย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นควรดำเนินการใน 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่

1.ให้กรมสรรพากรกำหนดแนวทางกำกับแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องรายงานและนำส่งข้อมูลธุรกรรมให้กรมสรรพากร เช่นเดียวกับการขายสินค้าออนไลน์ประเภทอื่นที่มีการดำเนินการอยู่แล้วในปัจจุบัน

2.ให้กรมสรรพากรพิจารณาความเหมาะสมในการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับการประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยจำกัดเฉพาะธุรกรรมออนไลน์เท่านั้น ส่วนการซื้อขายทองคำที่มีการส่งมอบสินค้าตามปกติยังคงดำเนินการได้ตามเดิม ไม่ได้รับผลกระทบ

และ 3.ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ศึกษาแนวทางกำกับดูแลปริมาณธุรกรรมทองคำให้เหมาะสม เช่น การกำหนดเพดานวงเงินการทำธุรกรรมซื้อ-ขายทองคำ

ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน

“มี 2 มาตรการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสรรพากร และอีก 1 มาตรการอยู่ในความดูแลของ ธปท. ทั้งนี้ ธุรกรรมการค้าขายนำเข้า-ส่งออก หรือการโอนเงินตามปกติที่มีเอกสารชัดเจน จะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดยแนวทางดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จะสามารถประกาศหลักเกณฑ์ออกมาได้”

ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยเปิดเสรีการนำเงินเข้ามาโดยตลอด โดยมาตรการที่จะดำเนินการเพิ่มเติมไม่ใช่การขึ้นภาษี ไม่ได้จำกัดวงเงิน และไม่ห้ามนำเงินเข้าประเทศ แต่จะเป็นการเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบเอกสาร โดยขอให้สถาบันการเงินตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน วัตถุประสงค์ในการนำเงินเข้ามาใช้ หากพบว่ามีปริมาณเงินในระดับที่มีนัยสำคัญ

มูลค่าค้าทองแซงตลาดหุ้น

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมค่าเงินบาทนับตั้งแต่ต้นปี-ปัจจุบันแข็งค่าแล้ว 9.4% นำภูมิภาค รองจากมาเลเซีย และแข็งค่าค่อนข้างเยอะในเดือนธันวาคมที่แข็งค่าขึ้น 4.2% ซึ่งไม่ได้สะท้อนข้อมูลจริง ธปท.จึงต้องหาสาเหตุ-ปัจจัย โดยส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยพื้นฐาน คือ ดอลลาร์อ่อนค่า และเงินไหลเข้า กระแสเงินทุน (Flow) ขายดอลลาร์ ซื้อเงินบาท ทำให้เงินบาทแข็งค่า

โดยเฉพาะการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีอยู่ 15 ราย และมี 3-4 รายใหญ่ ซึ่งมีปริมาณซื้อขายทองคำเทียบจีดีพีเติบโตสูงขึ้น โดยในปี 2567 มีขนาด 39% ของจีดีพี และคาดว่าซื้อขายรวมในแพลตฟอร์มมากกว่า 50% ของจีดีพี

ทั้งนี้ มูลค่าธุรกรรมซื้อขายทองคำอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท เทียบมูลค่าซื้อขายหุ้นในตลาดอยู่ที่ 4.2 หมื่นล้านบาท และหากดูในวันที่มีปริมาณสูงสุด 2.25 แสนล้านบาท ซึ่งเกินตลาดหุ้นไปแล้ว แต่ยังไม่มีคนกำกับดูแลเมื่อเทียบกับธุรกิจผู้ค้าทอง

สถิติยันทองคำดันค่าเงินบาท

“หากดูในช่วงเงินบาทแข็งค่าจาก 31.80 บาทต่อดอลลาร์ ลงมาเหลือ 31.40 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงวันที่ 11-15 ธ.ค. 68 หากนับธุรกรรมทุกประเภทในการขายเงินดอลลาร์ พบว่า 45% มาจากแรงเทขายธุรกรรมทองคำ และบางช่วงเห็นสูงถึง 62% ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าใหญ่มากและใหญ่กว่ามูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้น จึงเป็นปัจจัยให้บาทแข็งค่าชัดเจน โดยเฉพาะธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีมูลค่าหลัก 100-1,000 ล้านบาท และซื้อขายบ่อย ๆ ถี่ ไม่เกี่ยวกับซื้อขายร้านทองตู้แดง”

ดังนั้น แนวทางการกำกับดูแลจึงออก 3 มาตรการ โดยปัจจุบัน ธปท.อยู่ระหว่างให้กระทรวงการคลังในการแก้ประกาศกระทรวงการคลังในการให้อำนาจในการเข้าไปกำกับดูแลข้อมูลธุรกรรมและมีสิทธิเรียกดูข้อมูลธุรกรรมบางอย่าง โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการเปิดฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) และคาดว่าประกาศกระทรวงการคลังได้ภายในกลางเดือนมกราคม 2568

คาดออกประกาศกลาง ม.ค. 69

“เราอยู่ระหว่างการเฮียริ่งประกาศกระทรวงการคลัง คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์น่าจะแล้วเสร็จ และสามารถประกาศกระทรวงการคลังภายในกลางเดือนมกราคม 2569 โดยเราจะมีอำนาจในการกำกับข้อมูล เช่น ซื้อขายทองในรูปเงินบาทที่มีมูลค่าสูงบนแอป ซึ่งมีผลโดยตรงต่อค่าเงินบาท เพราะธุรกรรมผ่านออนไลน์สัดส่วนสูงถึง 80% เมื่อเทียบกับซื้อขายผ่านร้าน Physical แค่ 15-20% ซึ่งเราไม่ได้กำกับธุรกิจผู้ค้าทองคำ อย่างไรก็ดี มองว่าในที่สุดจะต้องมีคนกำกับธุรกิจผู้ค้าร้านทอง เพราะมีธุรกรรมสูงมาก และเข้าใจว่าไม่มีประเทศไหนสูงเท่าเรา”

นายวิทัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะมีการดูแลภาพรวมของเงินทุนไหลเข้า โดยเฉพาะเงินตราต่างประเทศอย่างเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อไหลเข้าประเทศแล้วจำเป็นต้องมีการขายดอลลาร์เพื่อซื้อเงินบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเปิดเสรีการนำเงินเข้าประเทศมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม แนวทางที่ภาครัฐจะดำเนินการเพิ่มเติม คือการออกหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินเข้าประเทศ

“ภายใต้เกณฑ์ใหม่ จะขอให้ธนาคารเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารประกอบการนำเงินเข้า ซึ่งต้องมีหลักฐาน
แสดงที่มาของเงินอย่างชัดเจน ซึ่งหากพบการนำเงินเข้ามาในปริมาณสูงถึงระดับที่มีนัยสำคัญ ธนาคารจะต้องตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของเงินและวัตถุประสงค์ในการนำเงินเข้ามาใช้ในประเทศ”

ก.ล.ต.แจงซื้อขาย USDT ไม่เกี่ยว

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ความเข้าใจที่ว่าการซื้อขายเหรียญ USDT ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่านั้น เป็นความคลาดเคลื่อน เนื่องจากปริมาณธุรกรรมดังกล่าวมีสัดส่วนต่ำมากเมื่อเทียบกับโครงสร้างตลาดเงินโดยรวม

เมื่อเทียบกับการทำธุรกรรมในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX) มีสัดส่วนเพียงประมาณ 1.22% ของยอด FX Inflow ทั้งระบบ มูลค่ารวม
ประมาณ 29.1 ล้านล้านบาท แม้จะเป็นตัวเลขล่าสุดที่เพิ่มขึ้นจากในอดีต แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำและไม่มีนัยสำคัญต่อค่าเงินบาท

“อีกกรณีหนึ่งคือการลงทุนคริปโตในต่างประเทศ แล้วขายสินทรัพย์ดิจิทัลออกมาเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ ก่อนนำ USD มาแลกเป็น THB พบว่ามีสัดส่วนเพียงประมาณ 0.17% ของโครงสร้างตลาด FX Inflow ทั้งระบบ จึงสามารถยืนยันได้ว่าปริมาณการซื้อขาย USDT ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อค่าเงินไทย”

ธ.ค.แข็งค่าอันดับ 1 เอเชีย

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมค่าเงินบาทนับตั้งแต่สิ้นปี 2567-23 ธันวาคม 2568 เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.16 บาทต่อดอลลาร์ ถือเป็นแข็งค่าขึ้นแล้ว 9.4% เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากมาเลเซีย

“ขณะที่ภาพรวมค่าเงินบาทในเดือนธันวาคม 2568 จะเห็นว่า เงินบาทแข็งค่าตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม โดยเงินบาททำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง (นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564) โดยเงินบาทแข็งค่าสุดในระดับ 31.09 บาทต่อดอลลาร์ ถือว่าแข็งค่าค่อนข้างเยอะ และเมื่อเทียบกับระดับสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 เงินบาทแข็งค่าแล้ว 3.3% เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย กรอบระยะสั้นมองว่าอยู่ที่ 31.00-31.20 บาทต่อดอลลาร์ แต่เชื่อว่า ธปท.พยายามดูแลอยู่”

หอการค้ากังวลค่าเงินแข็ง

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นจนเกือบหลุดระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ถือว่าสร้างผลกระทบต่อภาพเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะแรงส่งในปี 2569 ที่จะมาจากภาคการส่งออก และการท่องเที่ยว

นับตั้งแต่ค่าเงินบาทแข็งค่าแตะระดับ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ คำสั่งซื้อสินค้าไทยส่งไปต่างประเทศค้าขายกันยากมาก แทบจะขายกันไม่ออก เพราะสินค้าไทยแพงขึ้นเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกันของคู่แข่ง

สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 2569 ต้องยอมรับว่ามีปัญหาแน่นอน หากค่าเงินบาทยังแข็งในระดับนี้ต่อไป เพราะคำสั่งซื้อในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ระหว่างการสำรวจตลาดและเจรจาส่งคำสั่งซื้อเช่นกัน ทำให้เมื่อค่าเงินบาทแข็งมากในตอนนี้ ตั้งแต่หลุดระดับ 32 บาทเป็นต้นมา คำสั่งซื้อก็หายเงียบไป

ท่องเที่ยวโดนทุบไปด้วย

“ผลกระทบของค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นหนักในรอบ 4 ปีนี้ ไม่ได้โดนแค่การส่งออก แต่การท่องเที่ยวก็ถูกกระทบเช่นกัน เพราะเมื่อค่าเงินบาทแข็ง ก็เท่ากับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยต้องจ่ายเงินมากขึ้น แต่สินค้าและแหล่งท่องเที่ยวของไทยไม่ได้ปรับเปลี่ยนจากเดิม เทียบกับประเทศคู่แข่งที่มีความสดใหม่มากกว่า รวมถึงสินค้าและบริการท่องเที่ยวราคาถูกมากกว่า ทำให้ ธปท.ต้องเร่งออกมาตรการช่วยดูแลที่เห็นผลเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นทั้งการท่องเที่ยวและการส่งออกจะถูกกระทบจนพังไปหมด” นายพจน์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คลัง ทองออนไลน์ บาทแข็ง