ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ในปี 2568 ที่ผ่านมา ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ประกาศให้เป็น “ปีแห่งการช่วยลูกหนี้” โดยยกระดับบทบาทธนาคารจาก “ผู้ให้สินเชื่อ” สู่ “พันธมิตรทางการเงิน” โดยล่าสุด “ฐากร ปิยะพันธ์” ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี ได้เล่าถึงการดำเนินธุรกิจรายย่อยท่ามกลางความเสี่ยงที่ว่านี้ พร้อมกับแผนที่จะก้าวต่อไปในปี 2569
7 หมื่นบัญชีเข้า “คุณสู้ เราช่วย”
โดย “ฐากร” เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ธนาคารได้ออกแนวทางการช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ลูกหนี้ผ่อนดีมีวินัย จนถึงการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินระยะยาวผ่านการให้ความรู้ทางการเงินและบริการโค้ชปลดหนี้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์สำคัญ “The MEANINGFUL Change” ซึ่งหากดูผลลัพธ์การช่วยเหลือลูกหนี้ตลอดปี 2568 ภายใต้โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” จะพบว่า มีลูกค้าสินเชื่อบ้านและรถ ลงทะเบียนร่วมโครงการกว่า 7.1 หมื่นบัญชี จากลูกหนี้ที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ 2.67 แสนบัญชี หรือคิดเป็น 27% ถือเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีอัตราการเข้าร่วมโครงการมากที่สุด
โดยลูกหนี้ที่ร่วมโครงการมีวงเงินรวมกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อรถยนต์ 1.7 หมื่นล้านบาท จากจำนวน 5.7 หมื่นบัญชี สินเชื่อที่อยู่อาศัย 2 หมื่นล้านบาท จาก 1.4 หมื่นบัญชี
“เราช่วยลดภาระหนี้ได้ 800 ล้านบาท เมื่อเทียบกับก่อนเข้าร่วมโครงการ และยังช่วยให้ลูกค้าสามารถรักษาบ้านและรถไว้ ถือเป็นการแก้หนี้เชิงโครงสร้างได้อย่างยั่งยืน”
ขณะเดียวกันลูกค้าที่มีประวัติผ่อนดี ก็มีโครงการ “ผ่อนดี๊มีรางวัล” ครอบคลุมลูกค้าที่มีบ้าน รถ และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยตลอดปี 2568 มีผู้เข้าร่วมกว่า 1 หมื่นบัญชี วงเงินรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ช่วยลดภาระดอกเบี้ยกว่า 217 ล้านบาทตลอดสัญญา
“การแก้หนี้ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ทำให้รอดวันนี้ เพื่อลดภาระในระยะสั้น แต่ต้องทำให้ลูกค้ามีความรู้ที่ถูกต้อง สามารถกลับมามีชีวิตทางการเงินที่แข็งแรงได้อีกครั้ง ธนาคารจึงยกระดับบทบาทธนาคารจาก “ผู้ให้สินเชื่อ” มาเป็น “พันธมิตรทางการเงิน” ที่อยู่เคียงข้างคนไทยในทุกช่วงจังหวะของชีวิต”
โฟกัสตลาด “รีไฟแนนซ์บ้าน”
“ฐากร” กล่าวว่า มองไปข้างหน้าปี 2569 สัญญาณเศรษฐกิจยังไม่น่าจะปรับดีขึ้น จากปีที่ผ่านมา ที่มีหลายสถานการณ์ที่เป็นแรงกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจ ไม่ว่าแผ่นดินไหว น้ำท่วม และ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูง ทำให้ส่งผลต่อความไม่แน่นอนของรายได้ ดังนั้น ธนาคารยังคงให้ความช่วยเหลือลูกค้าต่อเนื่อง โดย ในมุมการขยายธุรกิจรายย่อย ภายใต้เศรษฐกิจที่ไม่ได้ฟื้นตัว ในส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัย ยังประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ใหม่ยังคงชะลอตัว จากปี 2568 ที่คาดว่าสินเชื่อบ้านใหม่ทั้งระบบจะหดตัว -4% และ ของทีทีบีหดตัว -2% จากยอดสินเชื่อคงค้างที่ 3 แสนล้านบาท
“จากภาพดังกล่าว ธนาคารจึงจะกระตุ้นในส่วนของตลาดรีไฟแนนซ์เป็นหลัก จนกว่าตลาดบ้านใหม่จะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น หากลูกค้ารีไฟแนนซ์ครั้งสุดท้ายย้ายมาอยู่กับธนาคารจะได้รับดอกเบี้ยต่ำคงที่ตลอดอายุสัญญา เนื่องจากการแข่งขันอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรกต่ำ จะไม่มีแล้วในตลาด ซึ่งลูกค้าที่รีไฟแนนซ์มาอยู่กับทีทีบีจะได้รับดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น MRR-4.215% หรือเทียบเท่า 3.34% ต่อปี”
ส่วนบ้านใหม่ ตั้งเป้าสินเชื่อโต 1-2% จากยอดคงค้างปี 2568 โดยโฟกัสบ้านราคา 7-10 ล้านบาท จากเดิม 3-5 ล้านบาท เนื่องจากเป็นตลาดที่ยังขยายตัวได้ดี และเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ จะเป็นกลุ่มมนุษย์เงินเดือนหรือกลุ่มอาชีพอิสระ ซึ่งจะต้องมีรายได้เฉลี่ย 5-7 หมื่นบาทต่อเดือน มองว่าจะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ปลอดภัยและได้รับการอนุมัติสินเชื่อ จากปัจจุบันอัตราการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) บ้านใหม่เฉลี่ย 30-40%
“ตลาดบ้านในช่วง 2-3 ปีก่อน ราคาบ้าน-คอนโดมิเนียม 2-3 ล้านบาท ค่อนข้างบูม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก หรือในกรุงเทพฯ ซึ่งพอเศรษฐกิจไม่ดี และต่อเนื่องมา ตั้งแต่เกิดโควิดจนถึงปัจจุบัน ทำให้ตลาดเหล่านี้ตายไปส่วนหนึ่ง ปั๊มลมหายใจมาได้บางส่วน และรอดบางส่วน เราจึงขยับสินเชื่อบ้านใหม่จาก 3-5 ล้านบาท เป็น 7-10 ล้านบาท และเน้นรีไฟแนนซ์”
ตลาดรถฟื้น-ปรับจำนำทะเบียน
ขณะที่ตลาดรถยนต์ “ฐากร” กล่าวว่า ปี 2569 ภาพรวมตลาดน่าจะปรับตัวดีขึ้น สะท้อนจากยอดขายรถในงาน “Motor Expo 2025” ที่ออกมาดี ส่วนหนึ่งมาจากฐานปี 2567 ที่ลดลงไปมาก แต่ปัจจุบันราคารถจีนเริ่มทรงตัว ประกอบกับเป็นรอบของการเปลี่ยนรถยนต์ ส่งผลให้ภาพทั้งปี 2568 น่าจะดีขึ้น และเป็นบวกได้ในปีหน้า แม้ว่าเศรษฐกิจอาจจะยังไม่ได้ดีมากนัก
สำหรับยอดสินเชื่อคงค้างรถยนต์ทั้งอุตสาหกรรมในปี 2569 แนวโน้มยังปรับลดลง เพราะว่าอัตราการปล่อยสินเชื่อใหม่ยังไม่ได้สูงกว่าสินเชื่อชำระคืน (Re-Payment) เนื่องจากในช่วง 4-5 ปีก่อนปล่อยสินเชื่อใหม่ค่อนข้างสูง ทำให้ยอดชำระหนี้คืนยังอยู่ในระดับสูง ยอดสินเชื่อคงค้างยังลดลง แต่ในปี 2569 ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่จะขยายตัวดีขึ้น ส่งผลยอดสินเชื่อคงค้างลดลงน้อยลง ซึ่งในส่วนของทีทีบีตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อปล่อยใหม่ราว 10% จากยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 3.5-3.6 แสนล้านบาท
“เราเริ่มเห็นสัดส่วนลูกค้าคุณภาพดี เกรดดี วิ่งไปที่รถจีนมากขึ้น แต่ขนาดวงเงินสินเชื่อลดลง และเห็นคุณภาพหนี้ของรถยนต์ปรับดีขึ้น เพราะอานิสงส์ ‘คุณสู้ เราช่วย’ ที่มีการปรับโครงสร้างหนี้ ยืดหนี้ ทำให้คุณภาพหนี้ทั้งอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น”
“ฐากร” กล่าวว่า ในส่วนตลาดจำนำทะเบียนรถยนต์ (แบบไม่โอนเล่ม) ดอกเบี้ยเริ่มต้น 13% ต่อปี ในส่วนโครงการ “ผ่อนดี๊มีรางวัล” อาจจะผิดหวังเล็กน้อย จากที่หวังว่าจะมีลูกค้าให้ความสนใจ เพราะจะช่วยลดภาระลูกหนี้จากดอกเบี้ยที่สูง 24-25% ลง ถ้าชำระหนี้ดี 3-6 เดือน ถือเป็นบทเรียนให้ธนาคารได้เรียนรู้ว่า ลูกค้ายังไม่รู้จักทีทีบี ในฐานะผู้ให้สินเชื่อจำนำทะเบียน เมื่อเทียบกับผู้เล่นในตลาด
“เราต้องกลับมาแก้เกมอีกครั้ง ซึ่งธนาคารยังมีแผนขยายธุรกิจจำนำทะเบียนรถยนต์ โดยมองหาทุกช่องทางที่จะขยายธุรกิจนี้”