เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
Economic กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
World สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
Business เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
Economic จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
Politics ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
Economic เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
“ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
Real Estate “ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ทองอยู่”
Politics เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ทองอยู่”
ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
Politics ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ไฮไลท์ประชาชาติ ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ดูทั้งหมด

SET ชู ‘ฟื้นเชื่อมั่น-สภาพคล่อง’ กลยุทธ์ 3 ปี-เร่ง Bond Connect-JUMP+

14 ม.ค. 2569 | 10:21น.
Bond Connect-JUMP+

หลังจากตลาดหุ้นไทยทำผลงานไม่ดีมาหลายปี โดยปี 2568 ที่ผ่านมา มีความพยายามดำเนินการหลาย ๆ มาตรการเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนให้กลับมา รวมถึงแผนระยะต่อไป ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุก ปี 2569 เดินหน้าฟื้นความเชื่อมั่นและสภาพคล่องตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง

JUMP+ เริ่มเห็นรูปธรรม

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ในปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯจะเร่งดำเนินการในหลายประเด็นสำคัญ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้ตลาดทุนไทยสามารถกลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ ท่ามกลางความท้าทายทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ

อัสสเดช คงสิริ
อัสสเดช คงสิริ

หนึ่งในโครงการสำคัญที่คาดว่าจะเริ่มเห็นความคืบหน้าอย่างชัดเจนภายในปีนี้ คือโครงการ JUMP+ ซึ่งต่อยอดจากโครงการ JUMP ที่มีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมแล้วกว่า 110 บริษัท โดยในช่วงไตรมาส 2-3 ของปี คาดว่าจะเริ่มเห็นบริษัทนำแผนการสร้างมูลค่า (Value Creation) ออกมาสื่อสารกับนักลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การจัดโรดโชว์ทั้งในและต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯยังผลักดันโครงการ Bond Connect Platform ซึ่งได้มีการลงทุนและเตรียมความพร้อมไว้แล้ว แม้จะยังเผชิญข้อจำกัดจากกระบวนการทางกฎหมายและสถานการณ์ทางการเมือง แต่ยังคงเป็นโครงการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกการลงทุนและสภาพคล่องให้ตลาดทุนไทย โดยคาดว่าจะสามารถเดินหน้าได้เมื่อกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ

วางกลยุทธ์ฟื้นความเชื่อมั่น

นายอัสสเดชกล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯได้จัดทำแผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ระยะ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” เนื่องจากตลาดทุนไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายที่หดตัว การขาดแคลนธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าสู่การจดทะเบียน การแข่งขันจากตลาดต่างประเทศและสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และความขัดแย้งระหว่างประเทศ

โดยประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก โดยกลยุทธ์แรก คือ การรุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มความเชื่อมั่น ผ่านการดึงดูดกระแสเงินทุน (Fund Flow) โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อกระตุ้นให้ผู้ลงทุนกลับมาซื้อขายและขยายฐานผู้ลงทุนใหม่ หลังจากสภาพคล่องในปี 2568 ปรับลดลงจากหลายปัจจัยที่กดดัน ซึ่งได้เตรียมเพิ่มสินค้าใหม่ เช่น Bond Connect Platform, Crypto ETF พร้อมขยาย DR และ L&I ETF เพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่มีความต้องการหลากหลาย ควบคู่กับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ให้เป็นศูนย์รวมพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภท เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้ลงทุน

นอกจากนี้ยังมีแผนจัดโรดโชว์ทั้ง Inbound และ Outbound เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างชาติ พร้อมยกระดับคุณภาพบริษัทจดทะเบียน โดยผนึกกำลังกับหน่วยงานกำกับดูแล ทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้มีความรวดเร็วมากขึ้น เพื่อดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดทุนไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯยังร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อดึงดูดบริษัทในกลุ่ม New Economy บริษัทต่างชาติ รวมถึง SME และสตาร์ตอัพ เข้าสู่ตลาดทุนไทย ควบคู่ไปกับการเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัทจดทะเบียนปัจจุบัน ผ่านการสร้าง Visibility ของแผนงานในโครงการ JUMP+ อย่างต่อเนื่อง และการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านบรรษัทภิบาลของบริษัทจดทะเบียนไทย

Bond Connect-JUMP+

ในส่วนของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะส่งเสริมการใช้ TFEX เป็นเครื่องมือเสริมพอร์ตหุ้นอย่างจริงจัง เพื่อสร้างกลยุทธ์การลงทุน พร้อมเพิ่มสินค้าอนุพันธ์ใหม่ เช่น ตราสารอนุพันธ์ระยะสั้น (Short-dated Products) และ Crypto-based Products รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องผ่านการทำงานร่วมกับ Market Maker และ Professional Trader และผนึกกำลังกับบริษัทหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายฐานผู้ลงทุนในวงกว้าง

ผลักดันตลาดคาร์บอนเครดิต

สำหรับกลยุทธ์ที่สอง คือ การผนึกกำลังกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อขยายการเติบโต โดยมุ่งสร้าง SET Climate Ecosystem ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในการขยายการใช้งานแพลตฟอร์ม SETCarbon ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียน รวมถึง Supply Chain ของบริษัทจดทะเบียน ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร พร้อมพัฒนาฟังก์ชั่นให้ครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ ตั้งเป้าให้มีบริษัทจดทะเบียนเข้ามาใช้งานระบบเพิ่มอีก 100 บริษัท และมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าวให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศ ภายใต้มาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน รวมถึงการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และการเตรียมความพร้อมรองรับพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

พร้อมกันนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯจะต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access โดยนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในองค์กรและการให้บริการแก่ภายนอก รวมถึงพัฒนานโยบายการให้บริการเชิงพาณิชย์ให้มีมาตรฐานเทียบเคียงสากล

ส่วนกลยุทธ์ที่สาม คือ การเสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากร โดยตลาดหลักทรัพย์ฯจะพัฒนาระบบ Clearing ใหม่ เพื่อเตรียมเริ่มให้บริการในปี 2570 ยกระดับประสิทธิภาพระบบงาน พร้อมยกระดับบริการ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer, e-Proxy, e-Document และ Investor Portal ควบคู่ไปกับการวางรากฐานการพัฒนาคน เพื่อขับเคลื่อนบุคลากรให้สอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ พร้อมตระหนักถึงความยั่งยืนในระยะยาว

Bond Connect-JUMP+

ชี้หุ้น IPO ต้องสมดุล

สำหรับตัวชี้วัดด้านสภาพคล่องและจำนวนบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนใหม่ (IPO) นั้น เป็นประเด็นที่มีการสอบถามกันเป็นประจำทุกปี อย่างไรก็ตาม จากการหารือร่วมกับคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าบอร์ดยังไม่ต้องการกำหนดเป้าหมายเป็นตัวเลขที่ชัดเจน ทั้งในด้านปริมาณการซื้อขายหรือจำนวน IPO เนื่องจากต้องการรักษาสมดุลระหว่าง “คุณภาพ” และ “ปริมาณ”

“ตลาดหลักทรัพย์ฯต้องการให้มีสินทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพสูง ขณะเดียวกันก็ต้องการเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง แต่หากเร่งเน้นด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป อาจทำให้การรักษาสมดุลเป็นไปได้ยาก โดยเป้าหมายหลักคือการยกระดับสภาพคล่องของตลาดให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานคุณภาพของบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียน” กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SET ตลท. ตลาดหุ้นไทย