ดร.คเณศ พรรคไทยก้าวใหม่ ชี้หากได้ร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ชูบทบาท FETCO เป็นที่ปรึกษานายกฯ ผลักดันตลาดทุนเข้าสู่แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 พร้อมยกระดับปราบทุจริตเชิงรุก ตั้งศาลตลาดทุน ใช้ AI ตรวจจับความผิดปกติ หวังฟื้นความเชื่อมั่น
ดร.คเณศ วังส์ไพจิตร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวในงาน “ประชันวิสัยทัศน์ รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ-ตลาดทุนไทยรอด ?” จัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ว่า หากพรรคไทยก้าวใหม่ได้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ จะผลักดันให้สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจ เพื่อร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันให้ตลาดทุนถูกบรรจุเป็นกลไกสำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2570 หลังในอดีตตลาดทุนแทบไม่ถูกให้ความสำคัญในแผนดังกล่าว ทั้งที่เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความมั่งคั่ง ส่งเสริมการออม และการลงทุนระยะยาวของประชาชน
ดร.คเณศระบุว่า พรรคไทยก้าวใหม่เสนอให้รัฐบาลเป็นแกนนำร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดำเนินมาตรการเชิงรุกการป้องกันปราบปรามปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนไทย ในลักษณะ Prevention Action โดยบูรณาการการทำงานของ ก.ล.ต., ปปง., ธนาคารแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย และโบรกเกอร์ เพื่อแชร์ข้อมูลผู้ลงทุนหรือบัญชีที่มีความเสี่ยงจากพฤติกรรมผิดปกติ
นอกจากนี้ จะยกระดับมาตรการ KYC และ DDC ของโบรกเกอร์ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เนื่องจากเงินก้อนแรกเข้าสู่ระบบผ่านโบรกเกอร์ พร้อมผลักดันการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมด้านตลาดทุน โดยเสนอจัดตั้งศาลตลาดทุน เพื่อให้การพิจารณาคดีมีความรวดเร็ว กำหนด KPI ให้คดีด้านตลาดทุนแล้วเสร็จภายใน 2 ปี จากเดิมที่ใช้เวลายาวนานนับ 10 ปี
ขณะเดียวกัน สนับสนุนการนำ AI มาใช้เชื่อมโยงข้อมูลบริษัทจดทะเบียน เพื่อตรวจจับความผิดปกติด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นหรือธุรกรรมการซื้อขายแบบเรียลไทม์ และให้อำนาจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถอายัดได้อย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสียหาย พร้อมประชาสัมพันธ์เชิงรุกโดยรัฐบาลเพื่อยืนยันว่าตลาดทุนไทยกำลังปฏิรูปสู่ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีบทลงโทษที่ชัดเจน
พรรคไทยก้าวใหม่เตรียมนำมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยประสบความสำเร็จในอดีตกลับมาปรับใช้ใหม่ เช่น LTF แต่จะขยายให้ครอบคลุมการลงทุนในหุ้นโดยตรง ไม่จำกัดเฉพาะกองทุน พร้อมกำหนดเงื่อนไขระยะเวลาการถือครองอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาด
นอกจากนี้ยังสนับสนุนการจัดตั้ง Infrastructure Fund เพื่อเพิ่มสินทรัพย์การลงทุนในตลาดทุน โดยใช้ทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานของรัฐเข้ามาสร้างรายได้ โดยไม่เพิ่มภาระหนี้สาธารณะ และช่วยเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้กับนักลงทุนระยะยาว
ดร.คเณศกล่าวว่า พรรคจะผลักดันการสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ และส่งเสริมให้ SMEs และ Startup ใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งเพิ่มศักยภาพ โดยเสนอแนวคิดจัดตั้งกองทุนหรือกลไกสนับสนุนลักษณะใกล้เคียง VC ภายใต้การร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้บริษัทเทคโนโลยีหรือธุรกิจศักยภาพสูงเข้าสู่ตลาดทุนไทย