Skip to content

ธนชาตประกันภัย เคียงข้างลูกค้าภาคใต้ เดินหน้าเยียวยา 9 จังหวัด มูลค่า 750 ล้าน

02 ก.พ. 2569 | 21:22น.
ธนชาตประกันภัย เคียงข้างลูกค้าภาคใต้ เดินหน้าเยียวยา 9 จังหวัด มูลค่า 750 ล้าน

ธนชาตประกันภัย เร่งดูแลลูกค้าภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย  9 จังหวัด 79 อำเภอ เดินหน้าบริหารจัดการเคลม “จบเร็ว เคลียร์ชัด และเดินหน้าต่อได้จริง” ล่าสุดอนุมัติจ่ายค่าสินไหมแล้วกว่า 750 ล้านบาท

นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ปี 2568 ได้สร้างความเสียหายวงกว้าง ส่งผลให้มีพื้นที่ที่ธนชาตประกันภัยเข้าไปดูแลในภาคใต้ครอบคลุม 79 อำเภอ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมีการแจ้งเคลมรวมกว่า 3,000 เคส ในจำนวนนี้พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีการแจ้งเคลมรวม 2,381 เคส แบ่งเป็น ประกันภัยรถยนต์ประมาณ 2,100 เคส และประกันภัยที่อยู่อาศัย 281 เคส มีการอนุมัติจ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้วคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 750 ล้านบาท

ที่ผ่านมา ธนชาตประกันภัยได้ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าและตัวแทนในทุกช่วงเวลา การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของธนชาตประกันภัยในการเป็นมากกว่าบริษัทประกันภัย พร้อมยืนเคียงข้างและช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถตั้งหลัก และกลับมาใช้ชีวิต รวมถึงดำเนินธุรกิจต่อไปได้อีกครั้ง

ธนชาตประกันภัยดูแลลูกค้าผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเคลมช่วงวิกฤตจะมีวางแผนการทำงานในช่วงสถานการณ์อุทกภัยอย่างเป็นระบบ แบ่งการดูแลออกเป็น 3 ช่วงหลัก ดังนี้

1) ช่วงก่อนเกิดเหตุ โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสารเชิงรุกแก่ลูกค้า โดยแจ้งเตือนสถานการณ์และความเสี่ยงจากอุทกภัยแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

2) ช่วงระหว่างเกิดเหตุ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนเรือ รถยก และทีมเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการ ลงพื้นที่เข้าถึงจุดเสี่ยงและพื้นที่ประสบภัยโดยเร็ว ดูแลและให้ความช่วยเหลือครอบคลุมทั้งประชาชน ลูกค้า และพนักงานในพื้นที่ พร้อมจัดเตรียมถุงยังชีพจำนวน 300 ชุด มอบให้ประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเร่งด่วน

3) หลังสถานการณ์คลี่คลายและน้ำลด ธนชาตประกันภัย เร่งกระบวนการพิจารณาและอนุมัติสินไหมทดแทนอย่างเป็นระบบทั้งการซ่อมแซมบ้าน การนำรถกลับมาใช้งาน และการบริหารค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อประคับประคองชีวิตและการทำมาหากินของลูกค้าในช่วงหลังวิกฤต

นอกจากนี้ยังได้เพิ่มช่องทางแจ้งเคลมผ่านระบบดิจิทัล ให้ลูกค้าสามารถส่งเอกสารและภาพถ่ายความเสียหายผ่านออนไลน์ได้ทันที และเปิดศูนย์บริการลูกค้าชั่วคราว เพื่อรองรับการติดต่อและดำเนินการด้านการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด

รวมถึงมีการจัดตั้ง War Room ติดต่อประสานลูกค้า ให้คำแนะนำ และติดตามการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประเมินความเสียหาย เพื่อเร่งการอนุมัติการซ่อมแซมและการช่วยเหลือให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

เสียงสะท้อนจากลูกค้า

กลุ่มประกันภัยที่อยู่อาศัย

นายฑิฆัมพร นวลวิไลลักษณ์ ผู้ถือทั้งประกันบ้านและประกันรถยนต์ กล่าวว่า บ้านถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหลัง มูลค่าหลายแสนบาท ทำให้ต้องดำเนินการฟื้นฟูแบ้านและบริเวณโดยรอบใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ ได้มีการทำประกันภัยร่วมกับธนชาต ทำให้ได้รับการอนุมัติค่าสินไหมเต็มทุน วงเงิน 200,000 บาท ซึ่งขั้นตอนการเคลมไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน และใช้ระยะเวลาดำเนินการเร็วกว่าที่เคยได้รับจากบริษัทประกันอื่น ๆ ทำให้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี

ขณะที่นายอารักษ์ รุจิระศิริกุล กล่าวว่า ภายหลังน้ำลดพบว่ามีทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงสร้างบ้านที่ต้องได้รับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน ซึ่งได้รับการอนุมัติค่าสินไหมเต็มทุน 200,000 บาท ซึ่งได้รับการอนุมติจากเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว และสามารถจ่ายสินไหมได้ภายในกรอบเวลาที่แจ้งไว้ พึงพอใจต่อการบริการนี้อย่างมาก

กลุ่มประกันภัยรถยนต์

นายจักรกฤษณ์ รัตนพันธ์ ลูกค้าธนชาตประกันภัยกว่า 9 ปี กล่าวว่า มีรถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เป็นรถยนต์ ISUZU MU-X ปี 2012 ทำประกันชั้น 1 แบบคืนทุน ได้รับค่าสินไหม 390,000 บาท โดยขั้นตอนการเคลมและการรับรถกลับค่อนข้างรวดเร็ว และได้ค่าสินไหมภายในกรอบเวลาที่แจ้งไว้

ทางด้านนายเผด็จ บริสุทธิ์ ลูกค้าธนชาตประกันภัยกว่า 7 ปี กล่าวว่า ทำประกันรถยนต์ MERCEDES-BENZ GLA 200 แบบคืนทุน ได้รับค่าสินไหม 950,000 บาท การบริการจากเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว แม้จะต้องมีการติดตามเรื่องบางขั้นตอน อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมยังพึงพอใจกับการดูแลจากเจ้าหน้าที่

เร่งฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่

ขณะที่นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวถึงสถานการณ์หลังน้ำลดว่า ปัจจุบันพื้นที่อำเภอหาดใหญ่สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติกว่า 95 เปอร์เซ็นต์แล้ว ทั้งด้านการใช้ชีวิตประจำวัน การค้าขาย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยจังหวัดได้เร่งดำเนินมาตรการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว พร้อมเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือในหลายด้าน อาทิ การเยียวยาผู้ประสบภัย การพักชำระหนี้ การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่

ในด้านการเยียวยาประชาชน ขณะนี้มาตรการช่วยเหลือเงิน 9,000 บาท ดำเนินการไปแล้วกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ครอบคลุมประชาชนกว่า 5–6 แสนราย ส่วนมาตรการซ่อมแซมบ้านเรือนรายละไม่เกิน 49,500 บาท อยู่ระหว่างเร่งสำรวจความเสียหาย โดยจังหวัดได้ปรับขั้นตอนให้สามารถอนุมัติและเบิกจ่ายได้ทันทีเมื่อมีข้อมูล เพื่อให้ความช่วยเหลือรวดเร็วที่สุด พร้อมขอบคุณภาคเอกชน อาทิ ธนชาตประกันภัย ที่เข้ามาสนับสนุนทั้งด้านการเยียวยา การช่วยเหลือในพื้นที่ และการทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้จังหวัดสงขลาผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยครั้งนี้ไปได้