เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
Real Estate ‘พลัส พร็อพเพอร์ตี้’ แก้โจทย์ต้นทุน พัฒนาคน-AI บริหารอสังหาฯ พรีเมี่ยม
อลิอันซ์ อยุธยา ดันยูนิตลิงค์ปีนี้โต 45% หลัง 7 เดือนพุ่ง 56% เร่งปั้นตัวแทน IC
Finance อลิอันซ์ อยุธยา ดันยูนิตลิงค์ปีนี้โต 45% หลัง 7 เดือนพุ่ง 56% เร่งปั้นตัวแทน IC
โฟล์คสวาเกน อนุมัติปลดพนักงานเป็น 100,000 ตำแหน่ง ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
World โฟล์คสวาเกน อนุมัติปลดพนักงานเป็น 100,000 ตำแหน่ง ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
เกษตรฯเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย ดัน “ผำ-ปลาร้า-ข้าวคาร์บอนต่ำ” รุกตลาดโลก
Economic เกษตรฯเร่งยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย ดัน “ผำ-ปลาร้า-ข้าวคาร์บอนต่ำ” รุกตลาดโลก
นักท่องเที่ยวยุคใหม่ใช้ AI หาทริปในฝัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนค้นพบประสบการณ์“More of What You Love”
Business นักท่องเที่ยวยุคใหม่ใช้ AI หาทริปในฝัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนค้นพบประสบการณ์“More of What You Love”
“ITD” ชู 4 งานวิจัย ดัน Data Center-Traceability-ระบบราง-FTA ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Economic “ITD” ชู 4 งานวิจัย ดัน Data Center-Traceability-ระบบราง-FTA ยกระดับเศรษฐกิจไทย
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท รูปพรรณบาทละ 70,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 500 บาท รูปพรรณบาทละ 70,450 บาท
มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง รอเคาะมาตรการใหม่
Politics มท.-กทม. สั่งชะลอโครงการ Data Center ที่ยังไม่ก่อสร้าง รอเคาะมาตรการใหม่
เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
ดูทั้งหมด

คปภ.ประกาศแผนปี’69 ยกระดับกำกับขายประกันออนไลน์-ดันตั้ง”กองทุนภัยพิบัติ”

25 ก.พ. 2569 | 17:33น.
ชูฉัตร ประมูลผล

โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปัจจัยสำคัญมาจากเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งธุรกิจต่าง ๆ ต้องปรับตัวเพื่อก้าวให้ทัน ขณะเดียวกันในมุมของธุรกิจประกันภัย ยังต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงในแง่ของภัยพิบัติต่าง ๆ ด้วย โดยในฐานะหน่วยงานผู้กำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้วางนโยบายและทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “ทิศทางการกำกับดูแลประกันภัยไทย สู่ระบบที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี : Thailand’s Insurance Regulatory Direction toward a Resilient, Sustainable and Technology” เป้าหมายยกระดับระบบประกันภัยไทยให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส  สามารถรองรับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แผนประกันรองรับความเสี่ยง

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า ปี 2569 จะเป็นปีแรกของการขับเคลื่อนการกำกับและพัฒนาระบบประกันภัยอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ระบบประกันภัยไทยสามารถรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีบทบาทสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว โดยการดำเนินงานทั้งหมดจะถูกออกแบบให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569-2573) ที่จัดทำขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ “ระบบประกันภัยเป็นกลไกผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจและการจัดการความเสี่ยงภัยของประเทศ” เพื่อตอบโจทย์บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี สังคมผู้สูงอายุ และความถี่-ความรุนแรงของภัยพิบัติ

ทั้งนี้ ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานระยะ 5 ปี ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 “อึด” (Stability) มุ่งสร้างความมั่นคงของระบบประกันภัย ผ่านมาตรฐานเงินกองทุนที่เข้มแข็ง การกำกับดูแลแบบรวมกลุ่มธุรกิจ และการบูรณาการหลัก ESG เป็นแกนกลาง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลและลดต้นทุนความเสี่ยงของภาคธุรกิจ, ยุทธศาสตร์ที่ 2 “รับ” (Resilience) ยกระดับการบริหารความเสี่ยงจากการตั้งรับภัยพิบัติ ไปสู่การใช้แบบจำลองความเสี่ยงขั้นสูง (Advanced Risk Modelling) เพื่อคาดการณ์ ป้องกัน และรองรับความเสียหายจากภัยขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ,

ยุทธศาสตร์ที่ 3 “ทั่ว” (Inclusion) มุ่งผลักดันให้การประกันภัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานอิสระ เกษตรกร หรือกลุ่มเปราะบาง และยุทธศาสตร์ที่ 4 “ล้ำ” (Technology & Data-Driven) ขับเคลื่อนนโยบาย Open Insurance ส่งเสริมการใช้ e-Policy และเทคโนโลยีดิจิทัลในการกำกับดูแล เพื่อยกระดับความโปร่งใสและประสิทธิภาพของระบบประกันภัยไทยในระยะยาว

ดัน ESG ใส่แผนบริหารความเสี่ยง

นายชูฉัตรกล่าวว่า ขณะที่ ESG ถูกบรรจุเป็นโครงสร้างสำคัญในแผน 5 ปีของ คปภ. โดยกำหนดให้บริษัทประกันภัยบูรณาการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้าสู่การบริหารความเสี่ยงองค์กรอย่างจริงจัง พร้อมมีการรายงานและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ

ขณะเดียวกัน คปภ.ได้ทบทวนหลักเกณฑ์การลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้บริษัทสามารถกระจายความเสี่ยง และลงทุนในสินทรัพย์หรือกิจการที่ให้ความสำคัญกับ ESG ภายใต้กรอบความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยย้ำว่าการดำเนินการด้าน ESG ไม่ได้เพิ่มต้นทุน แต่หากไม่ปรับตัวจะยิ่งเพิ่มต้นทุนระยะยาว โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจกระทบเงินกองทุนและเสถียรภาพของธุรกิจ

ปี’69 เข้มงวดทุกขั้นตอน “รับประกัน”

ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค คปภ.ได้ยกระดับการกำกับดูแลช่องทางขายดิจิทัลอย่างเข้มข้น ท่ามกลางแนวโน้มการซื้อประกันภัยผ่านออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น มีการหารือกับบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับการเสนอขายประกันต่างประเทศ การป้องกันการหลอกขายผ่านแอปหรือเว็บไซต์ปลอม รวมถึงการประสานแพลตฟอร์มระดับโลกเพื่อคัดกรองแอปที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยในปี 2569 จะเข้มงวดเป็นพิเศษในกระบวนการอนุญาต การรับเบี้ย การนำส่งเบี้ย และการป้องกันการรับเงินแล้วไม่ออกกรมธรรม์ พร้อมมอบบทบาทให้สำนักงาน คปภ.จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามและดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างใกล้ชิด

“คปภ.ผลักดันการใช้ e-Policy อย่างจริงจัง กำหนดให้การชำระเบี้ยต้องโอนเข้าบริษัทประกันภัยโดยตรง และยุติการรับเงินสดผ่านตัวแทนนายหน้า โดยเริ่มใช้กับประกันภัยภาคบังคับในปี 2569 และขยายครอบคลุมประกันภัยส่วนบุคคลทั้งหมดในปี 2570 ซึ่งนอกจากช่วยลดการใช้กระดาษแล้ว ยังทำให้ข้อมูลประกันภัยเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง สามารถนำไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์เชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ส่วนกรณีอินฟลูเอนเซอร์ คปภ.ไม่ได้ควบคุมการสื่อสารโดยตรง แต่กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องรับผิดชอบต่อการสื่อสารของตัวแทนในสังกัด และดำเนินโครงการ Responsible Voice เพื่อลดความเสี่ยงจากการสื่อสารคลาดเคลื่อน

ดัน “กองทุนภัยพิบัติฯ” ชงบอร์ดเคาะ

สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ คปภ.ตั้งเป้าให้ระบบประกันภัยมีบทบาทรองรับภัยขนาดใหญ่และความเสี่ยงรูปแบบใหม่ของประเทศ ทั้งภัยพิบัติจากสภาพอากาศ ความเสี่ยงด้านสุขภาพ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ผ่านการสนับสนุน Product Innovation Sandbox การปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องบริบทใหม่ และการใช้ข้อมูลกับเทคโนโลยีเพื่อประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงการผลักดันประกันภัยเฉพาะกลุ่ม และความร่วมมือกับภาครัฐ เช่น แนวคิดประกันสุขภาพที่คุ้มครองเฉพาะโรงพยาบาลรัฐ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของประชาชนและสร้างสมดุลระบบสาธารณสุข

นายชูฉัตรกล่าวว่า ในด้านเสถียรภาพระบบ คปภ.เดินหน้าปรับปรุงระบบเงินกองทุนตามความเสี่ยง (Risk-Based Capital) อย่างเป็นขั้นตอน ผ่านการตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อปรับเกณฑ์ให้สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง ล่าสุดได้ปรับค่าความเสี่ยงการลงทุนในหุ้นจากประมาณ 25% เหลือราว 18% หลังวิเคราะห์ข้อมูลสถิติย้อนหลังร่วมกับตลาดทุน

พร้อมทั้งเข้มงวดการบริหารประกันภัยต่อและการจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติของบริษัทประกันภัย เพื่อให้พร้อมรับเหตุฉุกเฉิน โดยจากประสบการณ์เหตุแผ่นดินไหวและอุทกภัยที่ผ่านมา คปภ.สามารถตรวจสอบข้อมูลบริษัทที่รับประกันได้ภายในวันเดียว และลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีโดยไม่แบ่งแยกว่ามีประกันหรือไม่

“แนวคิดการตั้งกองทุนภัยพิบัติและความเสี่ยงภัยแห่งชาติ แนวคิดคงไม่ได้แตกต่างจากเมื่อก่อน แต่จะครอบคลุมทุกประเด็น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำร่างแนวคิดเบื้องต้น (First Draft) เพื่อเสนอต่อคลัง โดยคอนเซ็ปต์หลัก คือ การสร้างกลไกที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ว่าภาครัฐจะมีบทบาทในการสนับสนุนเงินตั้งต้นหรือไม่ ภาคธุรกิจจะร่วมกันอย่างไร หรือจำเป็นต้องตั้งนิติบุคคลหรือโครงสร้างใหม่หรือไม่ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดต้องติดตามต่อไป”

ควบคู่กันนี้ คปภ.ได้พัฒนาระบบ Early Warning และ Risk Monitoring ปรับปรุงแดชบอร์ด วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ใช้ Data Analytics และเทคโนโลยี AI เพื่อตรวจจับสัญญาณความเสี่ยงล่วงหน้า และทำงานร่วมกับภาคธุรกิจในลักษณะการกำกับเชิงป้องกัน เพื่อแก้ปัญหาก่อนลุกลามกระทบประชาชนและเสถียรภาพระบบ

“ปัจจุบันภาคธุรกิจประกันภัยมีสินทรัพย์ลงทุนรวมประมาณ 4.8 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสำคัญของ GDP และเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนการลงทุนของประเทศ การยกระดับระบบกำกับดูแลให้มั่นคง โปร่งใส และทันสมัย จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาธุรกิจประกันภัย แต่คือการเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คปภ.