‘ออมสิน-กรุงไทย’ เปิดตัวสินเชื่อเติมทุนร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส 3 โครงการ ใช้ข้อมูล ‘AI นกกระซิบ’ คิดดอกเบี้ยต่ำ-ดึง บสย. ค้ำได้
“ออมสิน-กรุงไทย” เปิดตัวสินเชื่อเติมทุนร้านค้าไทยช่วยไทยพลัส 3 โครงการ ใช้ข้อมูล “AI นกกระซิบ” คิดดอกเบี้ยต่ำ-ดึง บสย. ค้ำได้ ช่วยรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดปัญหาสินเชื่อนอกระบบ-มั่นใจร้านค้ามียอดขายเพิ่ม แม้จบโครงการ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ได้ช่วยเพิ่มยอดขาย ลดภาระค่าครองชีพ โดยได้พลัส ‘AI นกกระซิบ’ บนแอปพลิเคชั่นถุงเงิน ซึ่งเป็นตัวช่วยสำหรับวิเคราะห์ยอดขายและต้นทุนให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย โดยได้ต่อยอดโครงการผ่านการเปิดตัว ‘สินเชื่อ AI นกกระซิบ’

โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยนำข้อมูลยอดขายที่เกิดขึ้นจริงจากการทำธุรกิจมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาสินเชื่อ
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการช่วยให้ผู้ประกอบการแข่งขันได้ดีขึ้น โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือ ‘AI นกกระซิบ’ ซึ่งเปิดให้บริการมาแล้ว 3 เดือน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลของตนเองมาใช้ในการบริหารธุรกิจได้ดีขึ้น เช่น วิเคราะห์ยอดขาย ดูแนวโน้มรายได้ วางแผนธุรกิจ และเปรียบเทียบผลประกอบการกับร้านค้าใกล้เคียงหรือร้านประเภทเดียวกัน เป็นต้น
และก้าวต่อไปคือการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้แก้ปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการจำนวนมากเผชิญ คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายมีรายได้จริง มีลูกค้าจริง และมียอดขายจริง แต่ยังคงมีข้อจำกัดในการจัดทำเอกสารหรือแสดงข้อมูลทางการเงินในรูปแบบที่สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อทำให้ถึงแม้ธุรกิจมีศักยภาพ แต่ข้อมูลที่สามารถพิสูจน์ศักยภาพนั้นยังไม่เพียงพอ
ดังนั้นโครงการ ‘สินเชื่อ AI นกกระซิบ’ จึงเข้ามาช่วยลดช่องว่างนี้ โดยการนำรายงานยอดขายที่เกิดขึ้นจริงจากการประกอบธุรกิจ มาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการ เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อสะดวกและมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น
“นกกระซิบ นอกจากพาลูกค้ามาเจอท่าน จะพาท่านไปเจอธนาคาร โดยไม่ต้องเดินไปธนาคารด้วย เพราะกดขอสินเชื่อได้เลย ทางธนาคารกรุงไทยมีสินเชื่อที่ทำบนออนไลน์ได้เลย โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ไม่ต้องกู้นอกระบบ เพราะ บสย.จะมาช่วยค้ำประกันได้ด้วย รวมทั้งลูกค้าธนาคารออมสินก็สามารถติดต่อธนาคารออมสินได้เลย และกดใช้ AI นกกระซิบ สรุปบัญชีเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการปล่อยสินเชื่อได้เลย” ดร.เอกนิติกล่าว
สำหรับรายละเอียดโครงการสินเชื่อ AI นกกระซิบ ของธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย รวมถึงโครงการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มีดังนี้
สินเชื่อนกกระซิบ เพื่อร้านค้าถุงเงินของธนาคารกรุงไทย
ธนาคารกรุงไทยได้จัดทำสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก การบริการ และร้านค้าออนไลน์ ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่
1) สินเชื่อ SME ไซซ์เล็ก สำหรับร้านค้าที่ใช้ AI “นกกระซิบ” บนแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” วงเงินสินเชื่อสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 3.5% ต่อปี คงที่ใน 2 ปีแรก
2) สินเชื่อสิบหมื่น เพื่อเป็นเงินก้อนสำหรับพ่อค้าแม่ค้าถุงเงิน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 11% ต่อปี และผ่อนเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ทั้ง 2 โครงการไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ
สินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” ของธนาคารออมสิน
ธนาคารออมสินได้จัดทำสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้บริการแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” โดยนำข้อมูลยอดขายและประวัติการรับชำระเงินผ่าน QR มาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลเชิงพฤติกรรมและระบบประเมินเครดิตของธนาคาร เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยอนุมัติวงเงินสินเชื่อสูงสุด 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน ไม่ต้องใช้หลักประกัน และไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ
โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส และโครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัสของ บสย.
บสย. ร่วมสนับสนุนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ที่ขาดหลักประกันหรือผู้ค้ำประกันให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 2 โครงการหลัก ได้แก่
1) โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส
2) โครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส โดยมีวงเงินค้ำประกันต่อรายเริ่มต้นที่ 5,000 บาท ถึง 100 ล้านบาท ตามประเภทของโครงการ ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเริ่มต้นที่ 1% ต่อปี โดยคิดค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง รวมทั้งยังได้รับการยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกัน และยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกัน เพื่อช่วยลดข้อจำกัดและต้นทุนในการเข้าถึงสินเชื่อ
นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ยังร่วมจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อภายใต้โครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” เพื่อรองรับความต้องการด้านเงินทุนหมุนเวียน สภาพคล่อง และการขยายกิจการของผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มด้วย
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า สินเชื่อ AI นกกระซิบจะช่วยพ่อค้าแม่ค้าไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ รวมทั้งช่วยต่อยอดให้กิจการร้านค้าโตขึ้น ทั้งนี้ แม้ว่าจะโครงการไทยช่วยไทยพลัสจะจบลงแล้ว แต่สามารถใช้ AI นกกระซิบบนแอปพลิเคชั่นถุงเงินได้ต่อไป “ผมอยากให้พ่อค้าแม่ขายในท้องตลาดรวยขึ้น และมีโอกาสขยายกิจการได้ดีขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ดร.เอกนิติ ไม่มีความกังวลเรื่องกำลังซื้อของประชาชน หากโครงการสิ้นสุดลง เนื่องจากโครงการคนละครึ่งในอดีตนั้น ร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น 500-600% และหลังจากหมดโครงการพบว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมและเรียนเรื่องการขายของออนไลน์ก็ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นอยู่ราว 200% จึงอยากให้ใช้ตรงนี้เป็นเครื่องมือช่วยร้านค้าขายได้เก่งและรวยขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้นเช่นกัน
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า จากข้อมูลโครงการคนละครึ่งคราวก่อนที่พบว่าร้านค้า Top20 ร้านแรก ได้รับเงินอุดหนุนไปราว 70-80% ของวงเงินโครงการนั้น มองว่าต้องวิเคราะห์ข้อสังเกตนี้ แต่เมื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึกจะพบว่าร้านค้าเหล่านั้นขายเป็นและขายออนไลน์ได้ จึงดึงยอดขายได้มาก ดังนั้นต้องใช้ AI นกกระซิบ บนแอปพลิเคชั่นถุงเงิน ช่วยและสอนร้านค้ารายย่อยให้ขายเป็นและขายเก่งเช่นกัน
“AI นกกระซิบเป็นผู้ช่วยฟรี ๆ ในแอปพลิเคชั่นถุงเงินบนมือถือ เพียงเข้าไปกดวิเคราะห์ยอดขาย อยากได้สินเชื่อไม่ต้องไปดูป้ายเงินด่วนตามเสาไฟฟ้าแล้วนะครับ แต่ไปกดขอสินเชื่อบนแอปได้เลย” ดร.เอกนิติ กล่าว