SCB รุกตลาดมรดก Wealth ชูคุ้มครองยาวถึง 120 ปี ปักธงยอดขาย 2.8 พันล้าน
SCB เปิด “Infinity Legacy” รับกระแสลูกค้า Wealth ตื่นตัววางแผนส่งต่อมรดก ชูความคุ้มครองยาวถึงอายุ 120 ปี พร้อมเปิดรับผู้เอาประกันอายุสูงสุด 90 ปี ตั้งเป้ายอดขายรวม 2,800 ล้านบาท
ดร.นิติ เนื่องจำนงค์ Head of Wealth Planning and Family Office ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า การบริหารความมั่งคั่งของครอบครัวในประเทศไทยและเอเชียกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อทรัพย์สินและการบริหารกิจการของหลายครอบครัวเริ่มถูกส่งต่อจากคนรุ่นก่อนมายัง Gen X และ Gen Y มากขึ้น หรือเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า Wealth Succession Wave

ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้คน Gen X และ Gen Y มีบทบาทมากกว่าเพียงการเป็นผู้รับช่วงทรัพย์สิน แต่เริ่มกลายเป็นผู้วางแผนว่าจะบริหารและส่งต่อความมั่งคั่งที่ได้รับไปยังคนรุ่นต่อไปอย่างไร โดยบางครอบครัวเริ่มวางโครงสร้างการส่งต่อทรัพย์สินครอบคลุมไปถึงรุ่นหลานแล้ว
ขณะเดียวกัน ทายาทรุ่นใหม่เริ่มเข้าสู่โลกธุรกิจเร็วกว่าในอดีต โดยบางรายสามารถเริ่มต้นธุรกิจและเป็นเจ้าของกิจการได้ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยศึกษา ทำให้ความพร้อมของคนรุ่นใหม่ในการรับช่วงกิจการและบริหารทรัพย์สินเพิ่มขึ้น และส่งผลให้รูปแบบการส่งต่อความมั่งคั่งของแต่ละครอบครัวมีความหลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย
อีกแรงผลักดันสำคัญมาจากโครงสร้างประชากรของไทยที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว ทำให้แนวโน้มการส่งต่อทรัพย์สินระหว่างคนต่างรุ่นมีโอกาสเกิดขึ้นเร็วและมากขึ้น การวางแผนมรดกจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องของการแบ่งทรัพย์สิน แต่ครอบคลุมถึงการจัดโครงสร้างและบริหารทรัพย์สินให้สามารถส่งต่อได้ตามเป้าหมายของแต่ละครอบครัว
สำหรับสินทรัพย์ที่นำมาใช้ในการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งมีหลายประเภท ตั้งแต่เงินฝาก เงินลงทุน กองทุน ไปจนถึงประกัน โดยสัดส่วนของสินทรัพย์แต่ละประเภทสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและความเหมาะสมของลูกค้าแต่ละราย
ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจ Wealth Management ที่เพิ่มขึ้น หลังสถาบันการเงินหลายแห่งเข้ามาขยายตลาดมากขึ้น SCB วางแนวทางให้บริการโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก และไม่ได้จำกัดบริการอยู่เฉพาะกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ที่เริ่มต้นออมเงิน กลุ่มชนชั้นกลางและชนชั้นกลางบน ไปจนถึงกลุ่มมหาเศรษฐี
นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง InnovestX เพื่อเชื่อมบริการด้านการเงินและการลงทุนให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม
“สิ่งที่แน่นอนที่สุดในโลก คือ ความตายและภาษี ซึ่งทุกคนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการส่งต่อมรดกจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยปัญหาสำคัญจะอยู่ที่วิธีการบริหารจัดการ” ดร.นิติ กล่าว
นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล Head of Insurance Business ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบัน SCB แบ่งลูกค้ากลุ่ม SCB WEALTH เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ Private, FIRST และ PRIME โดยแต่ละกลุ่มมีฐานลูกค้าตั้งแต่หลักหลายหมื่นถึงหลายแสนราย ซึ่งพฤติกรรมการจัดพอร์ตของลูกค้ากลุ่ม Wealth มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง โดยสามารถปรับสัดส่วนการถือครองระหว่างเงินฝาก กองทุน และประกันให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินในแต่ละช่วงเวลา
ขณะเดียวกัน ธนาคารพบว่าลูกค้ากลุ่ม Wealth ในไทยให้ความสำคัญกับการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินและการบริหารจัดการด้านภาษีมากขึ้น SCB จึงร่วมมือกับบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต เปิดตัว “ประกันชีวิต Infinity Legacy” เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่ง
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้ความคุ้มครองผู้ถือกรมธรรม์จนถึงอายุ 120 ปี และเปิดรับผู้เอาประกันภัยตั้งแต่อายุ 60-90 ปี ซึ่งปัจจุบันตลาดประกันยังไม่มีการเปิดรับประกันภัยสูงสุดถึงอายุ 90 ปี สำหรับลูกค้ากลุ่ม Private Banking
อย่างไรก็ดี SCB ตั้งเป้าหมายยอดขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรวม 2,800 ล้านบาท แบ่งเป็นแบบชำระเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว เป้าหมาย 2,000 ล้านบาท และแบบชำระเบี้ยประกันภัย 2 ปี เป้าหมาย 800 ล้านบาท