เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เหนือกว่าพลัง AI คือ พลังที่ซ่อนไว้ ของผู้ประกอบการ
Finance เหนือกว่าพลัง AI คือ พลังที่ซ่อนไว้ ของผู้ประกอบการ
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,200 บาท
มาแล้ว Audi RS 5 Sportback ขุมพลัง ปลั๊ก-อิน ไฮบริด  639 แรงม้า ราคาเริ่มต้น 6.799 ล้านบาท
Automotive มาแล้ว Audi RS 5 Sportback ขุมพลัง ปลั๊ก-อิน ไฮบริด  639 แรงม้า ราคาเริ่มต้น 6.799 ล้านบาท
มหาดไทยปรับเพิ่มโซลาร์ภาคประชาชน ติดได้ทั้งหลังคา-พื้นดิน-ลอยน้ำ คาดลงทะเบียน 1 พ.ย. นี้
Economic มหาดไทยปรับเพิ่มโซลาร์ภาคประชาชน ติดได้ทั้งหลังคา-พื้นดิน-ลอยน้ำ คาดลงทะเบียน 1 พ.ย. นี้
อิตาเลียนไทย ผลัดใบ ตั้ง ‘ธรณิศ กรรณสูต’ นั่งประธานบริหาร แทน ‘เปรมชัย’ เกษียณอายุ
Real Estate อิตาเลียนไทย ผลัดใบ ตั้ง ‘ธรณิศ กรรณสูต’ นั่งประธานบริหาร แทน ‘เปรมชัย’ เกษียณอายุ
5 ทศวรรษ “ไทยซัมมิท” ปรับตัวเปลี่ยนผ่านรับมือ EV-AI 
50th Impact 5 ทศวรรษ “ไทยซัมมิท” ปรับตัวเปลี่ยนผ่านรับมือ EV-AI 
‘Gemini 4 Argon’ ปฏิวัติงานเอกสาร-ภาษี-สัญญา ชนะขาด GPT-6 แต่ติดเงื่อนไขใหญ่เดียว!
Tech ‘Gemini 4 Argon’ ปฏิวัติงานเอกสาร-ภาษี-สัญญา ชนะขาด GPT-6 แต่ติดเงื่อนไขใหญ่เดียว!
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
SET แกว่งสร้างฐาน จับตาจ้างงานสหรัฐ-น้ำท่วม ชูหุ้นพลังงาน-AI-สื่อสาร
Finance SET แกว่งสร้างฐาน จับตาจ้างงานสหรัฐ-น้ำท่วม ชูหุ้นพลังงาน-AI-สื่อสาร
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม สหรัฐเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 เข้าสู่พื้นที่ความขัดแย้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม สหรัฐเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 เข้าสู่พื้นที่ความขัดแย้ง
ดูทั้งหมด

เหนือกว่าพลัง AI คือ พลังที่ซ่อนไว้ ของผู้ประกอบการ

02 ต.ค. 2569 | 10:38น.
คอลัมน์ :  Smart SMEs 
ผู้เขียน : กรุงศรี SMEs

ดิฉันเชื่อว่าปัจจุบันผู้ประกอบการหลายท่านเริ่มนำ AI มาช่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการสรุปเอกสาร ร่างข้อความ หรือจัดข้อมูลก่อนประชุม งานบางอย่างที่เคยใช้เวลานานจึงอาจเสร็จเร็วขึ้น แต่ดิฉันไม่ได้มาชวนคิดว่า เราจะใช้พลังของ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้นอีกอย่างไร แต่อยากชวนคิดถึงเวลาที่เหลือจากงานเหล่านั้นว่า เราจะนำมันกลับไปให้กับเรื่องใดที่สำคัญ แต่ถูกเลื่อนออกไปเพราะเราไม่ค่อยมีเวลากันดีกว่า

คำถามก็คือ ในฐานะเจ้าของกิจการ เมื่อ AI คืนเวลาเหล่านั้นกลับมาให้ เราควรเอาเวลานี้ไปทำอะไรดี ลองนึกภาพว่า ปัญหาคลาสสิกของคนทำธุรกิจส่วนใหญ่คือการหัวหมุนอยู่กับงานรายวันจนแทบไม่มีเวลาเงยหน้าขึ้นมามองภาพรวม จะดีกว่าไหมถ้าเราใช้จังหวะนี้เปลี่ยนจากการก้มหน้าก้มตาทำงาน “ใน” ธุรกิจ มาเป็นการทำงาน “เพื่อพัฒนา” ธุรกิจ (Work ON the Business, Not IN the Business) พอ AI ช่วยรับจบงานจุกจิกไปได้

นี่แหละค่ะคือเวลาทองที่เราจะได้ปลุก “พลังวิสัยทัศน์” กลับมาสวมบทบาทกัปตันเรืออย่างเต็มตัว ได้นั่งนิ่ง ๆ เพื่อวิเคราะห์ทิศทางตลาด มองหากลยุทธ์สำหรับ 1-3 ปีข้างหน้าแทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ และที่สำคัญคือการมีสมาธิมากพอที่จะมองเห็นรอยรั่วที่ทำให้ต้นทุนเราบานปลายและจัดการอุดมันเสีย

อีกมุมหนึ่งที่ทิ้งไม่ได้เลย คือเรื่องของ “คน” และความสัมพันธ์ แม้ว่า AI จะร่างอีเมล์หรือเขียนคอนเทนต์ได้สละสลวยแค่ไหน แต่มันก็ไม่มี “พลังแห่งความผูกพันและความไว้วางใจ” ได้เท่ากับแววตา การกระทำและน้ำเสียงของเรา เวลาที่ได้คืนมานี้จึงคุ้มค่ามากที่จะนำไปใช้สร้างความสัมพันธ์เชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นการนัดพบปะลูกค้าระดับ VIP เพื่อฟังฟีดแบ็กจากใจจริง การออกไปทำความรู้จักพาร์ตเนอร์ใหม่ ๆ รวมถึงการหันกลับมาดูแลทีมงานของเราเอง การมีเวลาได้พูดคุย เข้าใจ และดึงศักยภาพคนเก่ง ๆ ในองค์กรออกมา คือรากฐานของธุรกิจที่ยั่งยืนที่สุด

นอกจากนี้ การสร้างนวัตกรรมคือสิ่งที่ธุรกิจต้องโฟกัส AI อาจจะเก่งเรื่องการประมวลผลข้อมูล แต่มนุษย์คือคนที่มี “พลังความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ” ในการวาดอนาคต เราสามารถเอาเวลาที่เหลือไปใช้ตั้งคำถามใหม่ ๆ เพื่อหาทางหนีคู่แข่ง เช่น สินค้าของเราจะแก้ Pain Point ที่ซับซ้อนขึ้นของลูกค้าได้อย่างไร เราจะทดลองโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเจาะตลาดที่ยังไม่มีใครทำได้ไหม หรือมีเทรนด์ไหนบ้างที่เราควรหยิบมาประยุกต์ใช้เป็นเจ้าแรก ๆ

อีกมิติหนึ่งที่สำคัญมากในกาต่อยอดอนาคต คือเรื่องของ “ความยั่งยืน” (ESG) ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแส แต่กลายเป็นกติกาใหม่ของโลกธุรกิจไปแล้ว โดยเรื่องนี้ต้องเริ่มต้นที่ ‘เจ้าของกิจการ’ เป็นคนแรก

เพราะธุรกิจ SMEs คงไม่สามารถจ้างพนักงานมาดูแลเรื่อง ESG โดยเฉพาะได้ ประกอบกับเป็นเรื่องใหม่ที่ยังหาคนมีประสบการณ์ตรงยาก ยิ่งไปกว่านั้นยังเกี่ยวเนื่องกับข้อต่อหลายจุดในองค์กร ตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดการต้นทุน ไปจนถึงการตลาด จึงไม่ใช่สิ่งที่ให้แผนกใดแผนกหนึ่งดูแลได้ หน้าที่นี้จึงต้องตกอยู่ที่ผู้ประกอบการ ซึ่งจะต้องใช้ “พลังแห่งความเป็นผู้นำ” รับบทผู้ริเริ่ม นำเวลาที่ AI คืนให้มาใช้ศึกษาทำความเข้าใจและเป็นหัวหอกร้อยเรียงทุกฝ่ายให้เดินหน้าเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ความยั่งยืนด้วยตัวเอง

และเรื่องสุดท้ายที่เจ้าของธุรกิจมักเลื่อนออกไปก่อนเสมอ ก็คือการลงทุนในตัวเอง อย่าลืมนะคะว่าถ้าเราโหมงานจนหมดไฟ กิจการก็คงไปต่อลำบาก เวลาที่ AI คืนให้ไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องเอาไปอัดตารางงานให้แน่นเหมือนเดิม เราอาจจะใช้เวลานี้ไปอัพสกิลใหม่ ๆ เรียนรู้จิตวิทยาการบริหารคน หรือแม้แต่การพาตัวเองไปออกกำลังกาย ใช้เวลากับครอบครัว หรือแค่ได้นั่งพักผ่อนอยู่เฉย ๆ เพื่อเติม “พลังกายและพลังใจ” ให้สมองได้มีพื้นที่โล่ง ๆ สำหรับตกตะกอนไอเดียใหม่ ๆ

ท้ายที่สุดแล้ว AI ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้เราทำงานหนักขึ้นในจำนวนชั่วโมงเท่าเดิม แต่มันถูกสร้างมาเพื่อเป็น “กุญแจปลดล็อก” ข้อจำกัดเรื่องเวลา และ “ปลดปล่อย” เราจากงานเดิม ๆ เพื่อให้เราขยับไปทำสิ่งที่มีมูลค่าสูงกว่า เพราะในสมรภูมิธุรกิจยุคใหม่ สิ่งที่จะชี้วัดความสำเร็จอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่ใครใช้เครื่องมือเก่งกว่ากัน แต่มันคือการนำเวลาที่ได้คืนมาไปปลุก “พลังที่ซ่อนไว้” ในตัวผู้ประกอบการได้มากน้อยแค่ไหนนั่นเองค่ะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI