‘บาทอ่อน’ คนแห่ถอนเงิน FCD ‘วิจัยกสิกรฯ’ ชี้ปีนี้ยอดวูบ-SCBชูดอกสูง
“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” เผยยอดคงค้างเงินฝากบัญชี FCD ปีนี้ลดลงแล้ว 2.4% สวนทาง 4 ปีก่อนหน้ายอดพุ่ง 18-38% คาดสาเหตุมาจากปีนี้เทรนด์เงินบาทอ่อนค่า ส่งผลทำให้คนแห่แลกเงินกลับมาเป็นสกุลเงินบาท เพราะได้เงินมากกว่า ขณะที่ “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ยล่าสุดดันส่วนต่างดอกเบี้ยไทยมากขึ้น ฟาก “SCB” ดึงลูกค้าเปิดบัญชี FCD ต่อเนื่อง ชี้ให้ดอกเบี้ยสูงสุดแตะ 5%
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีมา (YTD) พบว่าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) มีการถอนเงินออกกันค่อนข้างมาก ทำให้ยอดคงค้างลดลงแล้วประมาณ 2.4% (ณ สิ้น ก.ค. 2569) จากช่วง 4 ปีก่อนหน้าที่แล้วยอดคงค้าง FCD เพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลักต่อเนื่อง คือ ปี 2565 เพิ่มขึ้น 18%, ปี 2566 เพิ่มขึ้น 38%, ปี 2567 ก็เพิ่มขึ้น 20% และปี 2568 เพิ่มขึ้น 32% โดยสาเหตุมาจากปีนี้มีปัจจัยที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า ต่างจากปีก่อน ๆ ที่เงินบาทแข็งค่า จึงเป็นจังหวะที่เมื่อแลกกลับมาเป็นเงินบาทในปีนี้แล้วจะได้จำนวนเงินที่มากขึ้น

“เงินฝาก FCD ที่ผ่านมาเห็นยอดคงค้างเพิ่มขึ้นเป็นเลข 2 หลักมา 4 ปีต่อเนื่อง แต่มาปีนี้เห็นยอดคงค้างลดลง เมื่อเทียบกับตอนต้นปี แสดงว่ามีการทยอยถอนออกมา เพราะปีนี้เงินบาทอ่อนค่า พอแลกกลับมาเป็นเงินบาทแล้วจะได้เงินมากกว่า ซึ่งลดลงทั้งยอดคงค้าง FCD ที่เป็นดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงเงินเยนญี่ปุ่น”
ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ล่าสุด ทำให้ส่วนต่างกับดอกเบี้ยไทยถ่างขึ้นไปอีก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะดอกเบี้ยเฟดสูงกว่าดอกเบี้ยไทยมาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ดอกเบี้ยไทยยังคงที่ที่ระดับ 1%
“ปีนี้เป็นอีกปีที่ดอกเบี้ยเฟดอยู่สูงกว่าดอกเบี้ยไทย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะอยู่สูงกว่ามาพักหนึ่งแล้ว เพียงแต่เฟดมีปรับขึ้นอีกรอบ ขณะที่ของไทยยังนิ่งอยู่ที่ 1% แต่ปัจจัยค่าเงินบาทมันมีผลจริง ๆ เพราะปีนี้เป็นปีที่บาทอ่อน จากปีที่แล้วบาทแข็ง ทำให้เห็นการถอนเงินจากบัญชี FCD กันมาก เพราะว่าได้เรตดี จาก 2-3 ปีก่อนที่จะมียอดฝากเพิ่มขึ้นสูงตลอด”
ดร.กาญจนากล่าวว่า บัญชี FCD หากพิจารณาในแง่จำนวนบัญชีส่วนใหญ่จะเป็นเงินฝากประเภทออมทรัพย์ หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 99% มากกว่าฝากประจำที่มีไม่ถึง 1% และหากคิดตามมูลค่าสัดส่วนบัญชีเงินฝากออมทรัพย์จะอยู่ที่เกือบ 55% ดังนั้น จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นเงินฝากประเภทออมทรัพย์ ซึ่งให้อัตราดอกเบี้ยไม่ถึง 4% อยู่แล้ว
นอกจากนี้ ผู้ที่ฝากเงินบัญชี FCD ส่วนใหญ่จะเป็นนิติบุคคลมากกว่าบุคคลธรรมดา เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ เปิดบัญชีเงินฝากนี้ไว้เพื่อทำธุรกรรม รับเงิน-จ่ายเงิน ที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการป้องกันความเสี่ยงในลักษณะ Natural Hedge ไม่ได้เป็นการฝากเพื่อกินส่วนต่างดอกเบี้ยเป็นสำคัญ
“ในส่วนนิติบุคคล จะเปิด FCD ไว้ทำธุรกรรม ในลักษณะ Natural Hedge มากกว่าจะหวังผลตอบแทนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แต่ระยะหลัง ๆ กลุ่มบุคคลธรรมดาที่เปิดบัญชี FCD ลักษณะฝากประจำก็มีเยอะขึ้น เป็นกลุ่มที่กล้าเสี่ยง รับความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้ แต่พอดูภาพรวมปีนี้เป็นปีที่บาทอ่อน จึงเป็นจังหวะที่จะแลกกลับมาเป็นเงินบาท เพราะได้เงินเยอะขึ้น ทำให้มีกลุ่มหนึ่งที่ทยอยถอนออกมา ส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดา ส่วนนิติบุคคลก็โตแค่ 1% ชะลอลงมาก”
นายแพททริก ปูเลีย Head ofFinancial Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็เห็นทุกธนาคารบุกตลาดบัญชี FCD กันมากขึ้น โดยในส่วนของไทยพาณิชย์เองก็มีบัญชี e-FCD ให้บริการในแอปพลิเคชั่น SCB EASY ที่ให้เรตดีมาก คือ ถ้าฝากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ 25,000 ดอลลาร์ ไม่เกิน 100,000 ดอลลาร์ จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ 5% ส่วนที่ไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์ จะได้อัตราดอกเบี้ยที่ 0.05% และส่วนที่เกิน 100,000 ดอลลาร์ จะได้อัตราดอกเบี้ย 0.50% ทั้งนี้ ต้องฝากเงินภายในวันที่ 1 ส.ค.-31 ธ.ค. 2569 นี้