BLA เบี้ย 8 เดือนโต 5% ทิ้งห่างตลาด ลุยโปรดักต์ใหม่หนุนปลายปี
บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) โชว์เบี้ยประกัน 8 เดือนโต 5% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่โตเพียง 0.7% เดินหน้าปรับพอร์ตลงทุน 3 แสนล้านบาท เพิ่มน้ำหนักพันธบัตรรัฐบาล ระวังหุ้นกู้เอกชน พร้อมใช้จังหวะหุ้นไทยขาขึ้นปรับพอร์ต รุกตลาดประกันรับสังคมอายุยืน
นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยปี 2569 เติบโตสูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมประกันชีวิต แม้สถานการณ์เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี บริษัทมีเบี้ยประกันภัยเติบโตมากกว่า 5% ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมขยายตัวเพียง 0.7% ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3%
สำหรับแนวโน้มในช่วงไตรมาส 4/2569 คาดว่าธุรกิจประกันชีวิตจะมีทิศทางดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การประเมินการเติบโตตลอดทั้งปียังต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจเพื่อรักษาอัตราการเติบโตให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารสินทรัพย์ลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะภายใต้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจ ทำให้บริษัทเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาลงทุนหุ้นกู้ภาคเอกชน พร้อมทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล เพื่อรักษาคุณภาพสินทรัพย์และลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนในระยะยาว
ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีสินทรัพย์ลงทุนรวมทั้งสิ้น 303,149 ล้านบาท โดยลงทุนในตราสารหนี้รวม 84.5% ของพอร์ต แบ่งเป็นตราสารหนี้ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 56.1% ตราสารหนี้ภาคเอกชน 27.3% และตราสารหนี้ระยะสั้น 1.2% ขณะที่การลงทุนในตราสารทุนมีสัดส่วน 11.1% ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) 4.2% และเงินให้กู้ยืมที่มีหลักประกัน 0.1%
นายโชนกล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลโดยตรงใกล้เคียง 40% ของพอร์ตลงทุน แต่หากรวมตราสารหนี้ของรัฐวิสาหกิจจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 56.1% ซึ่งบริษัทยังมีแนวทางเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แม้ยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายสัดส่วนที่ชัดเจน โดยจะพิจารณาจังหวะและความเหมาะสมของการลงทุนควบคู่กับการบริหารความเสี่ยง
ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 11.1% ของพอร์ตนั้น การปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ส่งผลให้มูลค่าพอร์ตหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นตามราคาหลักทรัพย์ ถือเป็นโอกาสในการทบทวนและปรับเปลี่ยนองค์ประกอบการลงทุน โดยอาจพิจารณาสับเปลี่ยนหุ้นบางส่วนไปยังหลักทรัพย์อื่นที่มีความเหมาะสมกับภาวะตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ต
สำหรับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment : ROI) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 4.87% อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายผลตอบแทนตลอดทั้งปีอย่างชัดเจน เนื่องจากการคาดการณ์ทิศทางตลาดการเงินและผลตอบแทนในช่วงที่เหลือยังมีความไม่แน่นอน
นอกจากการบริหารพอร์ตลงทุนแล้ว บริษัทยังเดินหน้าปรับกลยุทธ์ธุรกิจประกันชีวิต เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมอายุยืน โดยล่าสุดเปิดตัวแนวคิด “BLA GoodLife Keeper: Keep Life Good, for Longer ชีวิตดี มีได้ยาว ๆ” มุ่งขยายบทบาทจากการให้ความคุ้มครองทางการเงินเมื่อเกิดความเสี่ยง ไปสู่การดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของลูกค้าในระยะยาว
ทั้งนี้ จากการศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค พบว่าคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 78 ปี แต่ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีอยู่ที่ประมาณ 67 ปี สะท้อนว่าประชาชนอาจต้องเผชิญปัญหาสุขภาพในช่วงท้ายของชีวิตนานถึง 11 ปี ขณะที่ผู้บริโภคมากกว่า 60% มีความกังวลว่าจะกลายเป็นภาระของครอบครัว ทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการคุ้มครองชีวิต แต่ยังครอบคลุมการวางแผนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลระยะยาว
บริษัทจึงพัฒนาบริการภายใต้ BLA Well-Being Ecosystem และ BLA EveryCare ให้ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสุขภาพ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” ซึ่งเป็นประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ครอบคลุมโรคร้ายแรง 25 โรค และความคุ้มครองอุบัติเหตุเพิ่มเติมในกรมธรรม์เดียว
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวกำหนดระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี รับประกันตั้งแต่อายุแรกเกิดถึง 70 ปี ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัยตั้งแต่ 100,000-5,000,000 บาท โดยกรณีตรวจพบโรคร้ายแรงตามเงื่อนไข จะได้รับเงินชดเชยล่วงหน้า 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เพื่อช่วยรองรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้ายกระดับช่องทางตัวแทนประกันชีวิตสู่บทบาท Life Care Partner เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการวางแผนชีวิต สุขภาพ และการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าขยายธุรกิจช่องทางตัวแทนให้ก้าวขึ้นสู่ 5 อันดับแรกของอุตสาหกรรมภายในปี 2571
นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนผ่านการอบรมหลักสูตรตัวแทนแห่งความใส่ใจแล้วมากกว่า 65% และอยู่ระหว่างต่อยอดสู่หลักสูตร Life Care Partner โดยกลุ่มตัวแทนที่ผ่านการอบรมและนำแนวทางดังกล่าวไปใช้ มีอัตราการซื้อซ้ำจากลูกค้าเดิมเพิ่มขึ้น 75% ขณะที่จำนวนกรมธรรม์ใหม่ของกลุ่ม Life Care Partner ในช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2569 เติบโต 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
การปรับกลยุทธ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายธุรกิจประกันชีวิตของ BLA ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภค โดยบริษัทมุ่งสร้างการเติบโตของเบี้ยประกันภัยควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของพอร์ตลงทุน และพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงบริการให้สอดคล้องกับสังคมอายุยืนในระยะยาว