บาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาเจรจาการค้าสหรัฐ-แคนาดา

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าว้ันนี้ (30/8) ที่ระดับ 32.66/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (29/8) ที่ระดับ 32.70/72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้มีเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสที่ 2 ออกมาอยู่ที่ระดับ 4.2% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขการประมาณการครั้งที่ 1 ที่ 4.1% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.0% โดยการขยายตัวของ GDP ในไตรมาสที่ 2 ดังกล่าวถือเป็นอัตราการเติบโตสูงทีี่สุดในรอบ 4 ปี หรือนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2557 แต่ทั้งนี้นักลงทุนยังจับตาการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงการค้าเสรี (NAFTA) ระหว่างสหรัฐ และแคนาดา โดยนายกรัฐมนตรีแคนาดาได้กล่าวว่า รัฐบาลแคนาดาจะพยายามบรรลุข้อตกลงดังกล่าวกับทางสหรัฐ และเม็กซิโกให้เสร็จสิ้นภายในวันศุกร์ (31/8) นี้ พร้อมยยังคงยืนกรานว่าข้อตกลงที่จะเกิดขึ้นนั้นจะต้องเป็นข้อตกลงที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อแคนาดาด้วย

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้กล่าวถึงกรณีที่เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงนี้ว่า ความผันผวนของค่าเงินดังกล่าวเกิดจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก เช่น ความไม่แน่นอนของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการส่งสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย รวมทั้งปัจจัยเรื่องสงครามการค้า แต่ทั้งนี้ มองว่าค่าเงินบาทยังผันผวนน้อยกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซซีย เนื่องจากประเทศดังกล่าวมีสัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปลงทุนในหุ้นและพันธบัตรมากกว่าไทย จึงทำให้ค่าเงินมีความผันผวนมากกว่า ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.66-32.73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.71/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (30/8) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1709/11 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/8) ที่ระดับ 1.1670/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยได้รับปัจจัยหนุนหลังจากที่นายมิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) ได้กล่าวในการเจรจาข้อตกลง Brexit ว่ายุโรปได้เตรียมเสนอให้อังกฤษได้รับสถานะการเป็นหุ้นส่วนที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจากคำกล่าวดังกล่าวถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป และถือเป็นการผ่อนคลายจากเงื่อนไขเดิมที่สหภาพยุโรปได้ระบุว่าอังกฤษจะต้องตัดสินใจเลือกความสัมพันธ์ในอนาคตในรูปแบบที่มีอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งบ่งชี้ว่าสหภาพยุโรปได้ลดท่าทีแข็งกร้าวต่อข้อเสนอจากอังกฤษเพื่อเร่งกระบวนการเจรจาข้อตกลง Brexit ระหว่างวัน ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1671-1.1718 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1685/87 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (30/8) เปิดตลาดที่ระดับ 111.70/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/8) ที่ระดับ 110.20/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (29/8) กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นได้มีการเปิดเผยยอดค้าปลีกประจำเดือนกรกฎาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% และหากเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกประจำเดือนกรกฎาคม ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 1.5% ซึ่งแม้ว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.2% แต่ก็ยังน้อยกว่าเดือนมิถุนายนที่มีการขยายตัว 1.8% ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.50-111.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 111.56/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนี (30/8) ดัชนีราคาผู้บริโภคสเปน (30/8) ค่าใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคลของสหรัฐ (30/8) ยอดค้าปลีกของเยอรมนี (31/8) ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหภาพยุโรป (31/8) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เดือนสิงหาคมจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (31/8)

Advertisment

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.70/-2.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.20/-5.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ