Skip to content

ก.ล.ต.ชี้แจงการกรณีปรับนิยามผู้ถือหุ้นบริษัทหลักทรัพย์

14 มิ.ย. 2562 | 17:16น.
ก.ล.ต.ชี้แจงการกรณีปรับนิยามผู้ถือหุ้นบริษัทหลักทรัพย์

ก.ล.ต.ชี้แจงการเปลี่ยนนิยามผู้ถือหุ้นบริษัทหลักทรัพย์เป็นแบบ 1 หุ้นต่อ 1 เสียง เพื่อสะท้อนอำนาจการดำเนินงานจริง ชี้ยังไม่พบบล.ที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากบล.ไทยใช้การนับตามเกณฑ์ที่ประกาศอยู่แล้ว คาดส่งผลกับบล.จัดตั้งใหม่-เปลี่ยนสัดส่วนผู้ถือหุ้น

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ฉบับที่ 3) ว่าเหตุผลที่มีการปรับปรุงคำนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์ จาก “จำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง” เป็น “จำนวนสิทธิออกเสียง” เพื่อให้การกำกับดูแลผู้ถือหุ้นรายใหญ่สะท้อนถึงบุคคลที่มีอำนาจในการควบคุมกิจการอย่างแท้จริง เช่น หากผู้ถือหุ้นมีการถือหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ 10% ผู้ถือหุ้นรายดังกล่าวจะมีสิทธิออกเสียง 10% ตามสัดส่วนหุ้นที่ถือ หรือการออกเสียงแบบ 1 หุ้น ต่อ 1 เสียง

นอกจากนี้ ก่อนการออกกฎเกณฑ์ดังกล่าว ก.ล.ต. ได้มีการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ประกอบธุรกิจ โดยยังไม่พบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจได้รับผลกระทบ เนื่องจากบริษัทหลักทรัพย์ในไทยส่วนใหญ่มีการนับสิทธิออกเสียงแบบ 1 ต่อ 1 อยู่แล้ว ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์รายใหม่ หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนผู้ถือหุ้นจะต้องมายื่นขอความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามนิยามประกาศใหม่ โดย ก.ล.ต. ได้เสนอให้มีบทเฉพาะกาล 6 เดือนนับแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เดิมที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขประกาศ มายื่นขอความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามนิยามประกาศใหม่

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้จัดทำเฮียริ่ง (รับฟังความคิดเห็น) ร่างประกาศปรับปรุงนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์ในช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=7306&NewsNo=10&NewsYear=2562&Lang=TH

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต.