เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน ไฟเขียวให้ขยายงบสู้ ‘น้ำท่วม’ ถ้าไม่พอ เปิดช่อง “Work from Home”
Politics อนุทิน ไฟเขียวให้ขยายงบสู้ ‘น้ำท่วม’ ถ้าไม่พอ เปิดช่อง “Work from Home”
สายไหมต้องรอด! ชาวบ้านแห่กักตุนเสบียง ไข่ไก่เกลี้ยงแผง ร้านสะดวกซื้อบางสาขาไร้บะหมี่ฯ
News สายไหมต้องรอด! ชาวบ้านแห่กักตุนเสบียง ไข่ไก่เกลี้ยงแผง ร้านสะดวกซื้อบางสาขาไร้บะหมี่ฯ
“พจน์” เตือนธุรกิจวางแผนรับมือน้ำท่วม เช็กเครื่องจักร-ขนส่ง พร้อมปรับเวลางานพนักงาน
Economic “พจน์” เตือนธุรกิจวางแผนรับมือน้ำท่วม เช็กเครื่องจักร-ขนส่ง พร้อมปรับเวลางานพนักงาน
แชร์เทคนิค ขับรถลุยน้ำท่วม ขับอย่างไรไม่ให้เครื่องดับ-รถพัง ?
ไฮไลท์ประชาชาติ แชร์เทคนิค ขับรถลุยน้ำท่วม ขับอย่างไรไม่ให้เครื่องดับ-รถพัง ?
10 วิธีรับมือปฏิบัติ ให้อยู่รอดปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม
Biz Movement 10 วิธีรับมือปฏิบัติ ให้อยู่รอดปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม
สทนช.ปรับแผนเขื่อนใหญ่ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,300 ลบ.ม./วินาที เร่งผันน้ำเข้าทุ่ง
Economic สทนช.ปรับแผนเขื่อนใหญ่ คุมเจ้าพระยาไม่เกิน 2,300 ลบ.ม./วินาที เร่งผันน้ำเข้าทุ่ง
คพ.เตือน “ปั๊มน้ำมัน-สารเคมี” เสี่ยงรั่วช่วงน้ำท่วม กทม. ย้ำบทเรียนปี 54
Economic คพ.เตือน “ปั๊มน้ำมัน-สารเคมี” เสี่ยงรั่วช่วงน้ำท่วม กทม. ย้ำบทเรียนปี 54
“ชัชชาติ” ประชุมออนไลน์ “นายกฯ” ติดตามน้ำท่วม สั่งจัดงบแก้ปัญหา ช่วยเหลือประชาชน
News “ชัชชาติ” ประชุมออนไลน์ “นายกฯ” ติดตามน้ำท่วม สั่งจัดงบแก้ปัญหา ช่วยเหลือประชาชน
ทรงศักดิ์ รับคุมฝนยาก จาก ‘เอาอยู่’ กลายเป็น ‘เอาไม่อยู่’ – ยันไม่ถึงขั้น ‘มหาวาตภัย’
Economic ทรงศักดิ์ รับคุมฝนยาก จาก ‘เอาอยู่’ กลายเป็น ‘เอาไม่อยู่’ – ยันไม่ถึงขั้น ‘มหาวาตภัย’
น้ำท่วมเทศบาลเมืองอรัญฯ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 7 พันคน คาดกระทบต่อเนื่อง 5 วัน
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำท่วมเทศบาลเมืองอรัญฯ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 7 พันคน คาดกระทบต่อเนื่อง 5 วัน
ดูทั้งหมด

ใจป้ำลดภาษีมนุษย์เงินเดือน ครม.ใหม่ทุ่มแสนล.อัดฉีดเศรษฐกิจ

14 ก.ค. 2562 | 19:15น.
นโยบายรัฐบาลใหม่ลงตัว ชง “บิ๊กตู่” เคาะก่อนแถลงต่อสภา เผย 1 ปีแรกเน้นแก้ปัญหาปากท้อง-ลดเหลื่อมล้ำ ดันราคาสินค้าเกษตร ลูกจ้างเฮขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ออกชุดนโยบายลดภาษีบุคคลธรรมดาร้อยละ 10 เว้นภาษีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 2 ปีแรก เด็กจบใหม่ไม่ต้องเสียภาษี 5 ปี เดินหน้าแก้ปมเศรษฐกิจอัดฉีดลอตแรกแสนล้าน

หลังมีพระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะแกนนำรัฐบาลกับพรรคร่วม อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), ภูมิใจไทย (ภท.), ชาติไทยพัฒนา (ชทพ.), ชาติพัฒนา (ชพน.), รวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ฯลฯ ได้ร่วมกันยกร่างนโยบายของรัฐบาลที่เตรียมแถลงต่อรัฐสภา วันที่ 24 กรกฎาคม ล่าสุดคณะทำงานยกร่างนโยบายซึ่งประกอบด้วยแกนนำจากทุกพรรค ดำเนินการเกือบเสร็จสมบูรณ์ 100% และจะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้

ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการประชุมกับพรรคร่วมรัฐบาล 19 พรรค เพื่อร่างนโยบายรัฐบาลและเสนอต่อสภาภายใน 15 วันว่า เป็นการนำนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามาบรรจุลงในนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 13 กรกฎาคม และนำส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่อไปภายใน 1-2 วัน

โดยร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อสภาจะให้ความสำคัญ 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ปีแรกนโยบายจะครอบคลุมหลายมิติ เช่น การแก้ไขปัญหาปากท้อง-ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นนโยบายที่ประชาชนรอคอยอยู่ กับส่วนที่ 2 นโยบายระยะกลางและระยะยาว 4 ปี จะตอบสนองการสร้างความยั่งยืนของประเทศในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ส่วนนโยบายด้านการเกษตร แม้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคจะมีนโยบายที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของมาตรการและการกำหนดราคาสินค้าเกษตร “แต่ทุกพรรคการเมืองมีเป้าหมายเดียวกันและตรงกัน คือ การยกระดับราคาสินค้าเกษตร ส่วนรายละเอียดจะต้องพิจารณาแต่ละประเภทของสินค้าเกษตรนั้น ๆ และจะมีการนำมาตรการของแต่ละพรรคการเมืองที่ได้หาเสียงไว้มาปรับใช้ เพื่อออกมาเป็นมาตรการของรัฐบาลต่อไป”

ด้านนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคการเมืองชัดเจนที่จะปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็น 400 บาท/วัน ให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน โดยจะมีหารือเรื่องขั้นตอนการปฏิบัติต่อไป “ขอให้สบายใจได้ เพราะทิศทางของนโยบายต้องสอดคล้องกับงบประมาณด้วย แต่ยังไม่สามารถตอบในตอนนี้ได้ว่า ต้องใช้เม็ดเงินงบประมาณจำนวนเท่าไหร่ แต่จะทำให้อยู่ในกรอบงบประมาณที่มีอยู่” นายสนธิรัตน์กล่าว

ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะคณะทำงานร่างนโยบายรัฐบาล กล่าวว่า จะนำนโยบายเกี่ยวกับภาษีของพรรค พปชร. อาทิ นโยบายลดภาษีบุคคลธรรมดาทุกระดับขั้นร้อยละ 10, การยกเว้นภาษีในช่วง 2 ปีแรกที่เริ่มประกอบกิจการสำหรับพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ และการยกเว้นภาษี 5 ปีแรก นับจากวันเริ่มทำงานของผู้เพิ่งจบการศึกษาใหม่มาบรรจุลงในร่างนโยบายรัฐบาลใหม่ พร้อมทั้งแผนการปฏิรูปฐานภาษีทั้งระบบ เพื่อกำหนดเป็นกรอบกว้าง ๆ เป็นแผนงานสำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ดำเนินการต่อไป “ถือเป็นการปฏิรูปภาษีทั้งระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดช่องโหว่การจัดเก็บภาษี และยังเป็นการขยายฐานภาษีอีกด้วย ส่วนการผลักดันนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายอุตตม สาวนายน รมว.คลังคนใหม่”

ชงแพ็กเกจกระตุ้นแสนล้านบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายอุตตม สาวนายน ว่าที่ รมว.คลัง ได้เรียกทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปหารือเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่แล้ว โดยระยะสั้นจะมีการออกแพ็กเกจมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินใกล้ ๆ 100,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทันที หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้งบฯกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในการดำเนินการ ส่วนมาตรการอื่น ๆ ในระยะแรกจะเน้นสานต่อมาตรการเดิมไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ การขับเคลื่อนนโยบายอีเพย์เมนต์

“ในส่วนของบัตรสวัสดิการจะมีการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ เน้นพิจารณาคุณสมบัติรายครัวเรือน ซึ่งมาตรการส่วนนี้สามารถทำได้ เพราะทำผ่านกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่สามารถขอรับการจัดสรรงบฯกลางได้ โดยนโยบายหาเสียงต่าง ๆ ที่จะเป็นการให้สวัสดิการคนจนก็คงพยายามทำผ่านช่องทางนี้เป็นหลัก” แหล่งข่าวกล่าว

นโยบายด้านภาษีที่ทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้หาเสียงไว้นั้น ในส่วนที่เป็นการยกเว้นภาษีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 2 ปีนั้น “ไม่น่าจะมีปัญหา สามารถดำเนินการได้แน่นอน” เนื่องจากปัจจุบันการค้าขายออนไลน์ก็แทบจะไม่อยู่ในฐานภาษีหรือเก็บภาษีไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นก็เพียงแค่ชะลอการไปไล่เก็บภาษีเท่านั้นก็ถือว่า “ทำได้แล้ว” ส่วนการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% นั้น อาจจะต้องทบทวน เพราะกระทบกับรายได้ภาษีที่จะหายไปถึง 50,000-60,000 ล้านบาท ซึ่งหากจะดำเนินการก็ต้องมีการเพิ่มภาษีประเภทอื่นเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป

กกร.ยื่นสมุดปกขาว

ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเข้าพบรัฐมนตรี “ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่” ทันที หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พร้อมกันนี้ กกร.ก็จะยื่น “สมุดปกขาว” ผลักดันการดำเนินการในนโยบายสำคัญ 4-5 เรื่องหลัก ที่จะต้องเร่งดำเนินการเร่งด่วนให้เป็นรูปธรรม ได้แก่ 1) การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ 2) ครม.ต้องเดินหน้าต่อโครงการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

3) การผลักดันการส่งออกในช่วงที่มีวิกฤตสงครามการค้าและผลกระทบจากปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่า โดยจะมีการผลักดันให้สกุลเงินบาทเป็นสกุลเงินหลักในการค้าขายในภูมิภาค เริ่มจากกลุ่ม CLMV ก่อน

4) นโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศ การเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรี(FTA) กับประเทศคู่ค้าสำคัญทั้งสหรัฐ-สหภาพยุโรป ความตกลง CPTPP เพื่อช่วยให้ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขัน และ 5) นโยบายการผลักดันการท่องเที่ยว

“หอการค้าจะพบกับรัฐมนตรี 7 กระทรวง พาณิชย์ เกษตรฯ อุตสาหกรรม คมนาคม ดีอี มหาดไทย และต่างประเทศ เพื่อผลักดันวาระเร่งด่วน ส่วนเรื่องค่าบาทแข็ง หอการค้าจะนำธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไปพบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหาทางออกร่วมกัน”

สอดคล้องกับ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่จะนำคณะเข้าพบรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเร่งด่วน โดยวาระแรกที่รัฐบาลใหม่ต้องดำเนินการ คือ การเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน โดยเฉพาะการยกระดับราคาสินค้าเกษตร ซึ่งเกี่ยวโยงถึงเรื่องปากท้องและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “การทำงานโดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่มาจากรัฐบาลผสมหลายพรรค คงจะมีการบูรณาการการทำงานกัน เราจะประเมินกันอีกครั้งหลังรัฐบาลทำงานไปแล้ว 6 เดือน”

ต่อเนื่องลงทุนขนาดใหญ่

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอาหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า สถานการณ์การส่งออกที่ปรับตัวลดลงในช่วง 5 เดือนแรก ส่งผลให้ กกร.ปรับลดเป้าหมายภาพรวมการส่งออก ปี 2562 จะติดลบ 1% นั้น มีโอกาสจะส่งผลกระทบเชื่อมโยงถึงภาคการผลิต โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งในประเด็นนี้ นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การวางตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาจากพรรคประชาธิปัตย์ จะทำให้การดำเนินนโยบายบริหารจัดการสินค้าเกษตรราบรื่น โดยเชื่อว่าจะนำวิธีการ “ประกันราคาสินค้าเกษตร” ที่เคยใช้ในอดีต กลับมาใช้ตามที่ได้หาเสียงไว้

นายอังสุรัสมิ์ อารีกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า กรณีกระทรวงคมนาคมได้รัฐมนตรีใหม่ 3 คน จาก 3 พรรคการเมือง “ผมคาดหวังว่าโครงการลงทุนต่าง ๆ ที่รัฐมนตรีคนเก่าพูดไว้ว่าจะมีแผนงานลงทุนอะไรบ้าง เช่น รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ ถนนต่าง ๆ มีมูลค่านับล้านล้านบาทนั้น จะได้รับการเดินหน้าอย่างต่อเนื่องให้เกิดเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เข้ามาแล้วจะมาเบรกให้โครงการหยุดชะงัก และขอให้ทำงานกันเป็นแบบทีมเวิร์กด้วย”

นอกจากนี้ สมาคมอยากขอให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ไขระเบียบจัดซื้อจัดจ้างให้มีความถูกต้อง และทำเป็นมาตรฐานแนบใน พ.ร.บ.ให้ชัดเจน กรณีที่โครงการประสบปัญหาอุทกภัยจะต้องได้รับการเยียวยาจากรัฐ เช่น ขยายเวลาให้ เนื่องจากมีโครงการในปี 2560 ยังติดปัญหาเรื่องนี้อยู่ร่วม 200 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการ 40,000 ล้านบาท

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ในการบริหารงานโครงการต่าง ๆ และขอให้ช่วงเร่งรัดโครงการต่าง ๆ ให้ออกมาตามกำหนด และฝากดูแลอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย ป้องกันไม่ให้รับเหมาต่างประเทศเข้ามารับงานในประเทศแข่งกับรับเหมาไทย

อุตฯแก้ปัญหาอ้อย-น้ำตาล

สำหรับ รมต.คนใหม่ของกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น ยังมีงานสำคัญที่ยังเป็นปัญหาอยู่ 2 เรื่อง ได้แก่ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ที่ยังไม่สามารถประกาศออกมา หลังค้างการพิจารณามา 2 ปี โดยโรงงานน้ำตาลทรายและชาวไร่อ้อยกังวลถึงคำสั่งลอยตัวน้ำตาลในประเทศตาม ม.44 จะหมดอายุลงในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ หาก พ.ร.บ.ฉบับใหม่ยังไม่สามารถบังคับใช้ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในประเทศก็จะกลับไประบบแบ่งปันผลผลิต 70/30 แบบเก่าอีก

ค่ายรถยนต์ห่วงนโยบายพลังงาน

สำหรับนักธุรกิจในกลุ่มยานยนต์ส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นว่า ทิศทางของนโยบายเดิมที่รัฐบาลชุดที่แล้วจัดทำไว้นั้น “น่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ” ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างภาษี หรือประเภทรถยนต์ที่รัฐบาลสนับสนุน ทั้งไฮบริด-ปลั๊ก-อิน ไฮบริด-EV รวมถึงนโยบายด้านพลังงาน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อยากให้สานต่อนโยบายด้านพลังงาน ที่ต้องคำนึงอย่างมากถึงความต่อเนื่องและการใช้งานจริง เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ผลิตรถยนต์ส่งออกไปจำหน่ายประเทศต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการผลิตรถยนต์ให้สอดคล้องกับสเป็กของพลังงานในแต่ละพื้นที่

สอดคล้องกับผู้ประกอบการด้านพลังงาน ส่วนใหญ่กล่าวไปในทิศทางเดียวกันถึงนโยบายพลังงานของ รมว.พลังงานคนใหม่ว่า ผู้ประกอบการต้องการ “ความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบาย” ซึ่งจะมีผลต่อการลงทุนระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงแก้ไขแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2018) ในข้อที่ว่า จะไม่มีการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ (โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน) ใน 10 ปีข้างหน้าของแผน, การส่งเสริมพลังงานทดแทน B20 และการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมรอบที่ 21

ส่งสมุดรายงานท่องเที่ยว

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯคนใหม่ว่า จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ทาง สทท.ได้เตรียมนัดประชุมหารือร่วมกับสมาคมท่องเที่ยวทุกภาคส่วน (แอตต้า-TTAA-สนท.-สปข.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อจัดทำ “สมุดรายงานอุตฯท่องเที่ยว” เสนอปัญหา ข้อเสนอแนะ แผนการตลาด ต่อท่าน รมต. โดยหลัก ๆ จะประกอบด้วย

1) รายงานสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงที่ผ่านมา และแนวโน้มตลอดทั้งปี 2) การดำเนินงานด้านมาตรการความปลอดภัย และ 3) แผนการตลาดเพื่อส่งเสริมการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อาทิ ขอต่อมาตรการฟรีค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง, แนวทางการยกเลิกภาษีให้บริษัทนำเที่ยว หรือแนวทางช่วยเหลือบริษัทนำเที่ยวในรูปแบบอื่น ๆ, การผลักดันเรื่องอาเซียนวีซ่า และปัญหาค่าบาทแข็ง

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!