เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
Finance จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
Columns ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
Finance หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ลูกไม้การเมือง ‘มะขามหวาน’ ‘รักจริง เคารพผู้นำ อยู่ด้วยจนสุดทาง’
Politics ลูกไม้การเมือง ‘มะขามหวาน’ ‘รักจริง เคารพผู้นำ อยู่ด้วยจนสุดทาง’
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
World การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
CEO การบินไทยคนใหม่ ต้องมีอิสระ-จุดยืน
Business CEO การบินไทยคนใหม่ ต้องมีอิสระ-จุดยืน
GULF เปิดห้องเรียนธรรมชาติชวนเยาวชนรับบท ‘นักสืบสายลม-สายน้ำ’
SD GULF เปิดห้องเรียนธรรมชาติชวนเยาวชนรับบท ‘นักสืบสายลม-สายน้ำ’
ดูทั้งหมด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ทั่วโลกทุ่มเม็ดเงิน 10% ของจีดีพี รับมือโควิด-19 สูงเป็นประวัติการณ์

03 เม.ย. 2563 | 11:46น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองทั่วโลกทุ่มเม็ดเงิน 10% ของจีดีพี เข็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-ฝ่าวิกฤตโควิด-19 เน้นลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน-อุดหนุนค่าจ้าง-เสริมสภาพคล่อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ทั่วโลกยังคงส่อเค้ารุนแรงและมีแนวโน้มที่จะยังไม่สามารถควบคุมได้ในระยะอันใกล้ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงเชิงลบสูงขึ้น และกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ ดังนั้น รัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกจึงต่างออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการเงินและการคลังเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวงเงินมหาศาล

ทั้งนี้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในแต่ละประเทศเกิดการชะงักงัน เริ่มจากรายได้ของธุรกิจที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลกระทบมายังการจ้างงานและรายได้ของครัวเรือนที่ลดลง นอกจากนี้ ตลาดทุนทั่วโลกยังเกิดความผันผวนอย่างมาก จากดัชนีตลาดหลักทรัพย์หลักๆ ของโลกที่ปรับตัวลดลง สะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นและความเชื่อมั่นที่ลดลงอันเป็นผลจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ซึ่งมีผลกลับมายังรายได้ของครัวเรือนและธุรกิจอีกต่อหนึ่ง

ดังนั้น มาตรการการคลังจะเน้นไปที่การช่วยลดภาระรายจ่ายของครัวเรือนและธุรกิจ ตลอดจนการประคองให้ครัวเรือนและธุรกิจยังคงมีรายได้เข้ามา ในขณะที่มาตรการทางการเงินจะเน้นไปที่การเสริมสภาพคล่อง เช่น การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการผ่อนปรนภาระหนี้สิน ซึ่งในหลายๆ ประเทศจะให้ความสำคัญกับมาตรการทางการคลัง เนื่องจากครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้กว้างกว่า และสามารถดำเนินการได้เร็วกว่ามาตรการทางการเงิน

โดยมาตรการเงินอุดหนุนค่าจ้าง (Job retention scheme) เป็นหนึ่งในมาตรการหนึ่งที่น่าสนใจ โดยรัฐบาลจะให้เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายสำหรับค่าจ้างแก่สถานประกอบการ เพื่อไม่ให้ต้องปลดคนงาน ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อการจ้างงานและรายได้ครัวเรือนได้อย่างตรงจุด โดยประเทศที่ดำเนินมาตรการนี้ ได้แก่ อังกฤษและเดนมาร์ก ซึ่งให้เงินอุดหนุน 75%-80% ของรายจ่ายค่าจ้างทั้งหมด นอกจากนี้ สิงคโปร์ก็ดำเนินมาตรการนี้เช่นกัน โดยให้เงินอุดหนุน 25% ของรายจ่ายค่าจ้างทั้งหมด เป็นระยะเวลา 9 เดือน

มาตรการให้เงินเปล่า (Cash handout) เป็นมาตรการที่มีการถกเถียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องใช้งบประมาณขนาดใหญ่ และกลุ่มเป้าหมายบางรายอาจจะยังมีความจำเป็นน้อยที่จะต้องได้รับเงิน อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่แทบทุกประเทศหยิบยกมาใช้ในระดับที่แตกต่างกันออกไป เช่น ในสหรัฐฯ เป็นการให้พลเมืองชาวอเมริกันที่มีรายได้ในปี 2562 ต่ำกว่า 75,000 เหรียญฯ คนละ 1,200 เหรียญฯ และสำหรับครอบครัวที่มีบุตร จะเพิ่มเงินให้ครอบครัวละ 500 เหรียญ ต่อบุตร 1 คน ในสิงคโปร์ เป็นการให้พลเมืองชาวสิงคโปร์คนละ 300-900 ดอลลาร์สิงคโปร์ (209-627 ดอลลาร์สหรัฐฯ) อีกทั้งยังให้แรงงานรายได้น้อยอีกคนละ 3,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ) รวมถึงให้แรงงานอาชีพอิสระอีกคนละ 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (696 ดอลลาร์สหรัฐฯ) เป็นเวลา 9 เดือน ในเกาหลีใต้ เป็นการให้เงินครอบครัวละ 1 ล้านวอน (820 ดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยประชาชนจะได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวทุกครอบครัวยกเว้นกลุ่มที่มีรายได้สูงสุด 30% ของประเทศ สำหรับไทย เป็นการสนับสนุนเงินคนละ 5,000 บาท ต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน สำหรับแรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม

มาตรการเสริมสภาพคล่อง (Liquidity injection) เป็นมาตรการทางการเงินที่นิยมนำออกมาใช้ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ โดยการอัดฉีดสภาพคล่องสู่ตลาดเงินผ่านทางการเข้าซื้อพันธบัตร และสินทรัพย์ต่างๆ รวมถึงการทำธุรกรรมซื้อคืน (Repurchase agreement: Repo) ของธนาคารกลาง ถือเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านทางการปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาการขาดสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้น โดยเกือบทุกประเทศมีการดำเนินมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้มีการปล่อยสินเชื่อระยะสั้นแก่ธนาคารพาณิชย์ผ่านทางการทำ Reverse Repo Operations เป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านเหรียญฯ

นอกจากนี้ เฟดยังได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรเอกชน รวมถึง Mortgage-backed securities กว่า 1.3 ล้านล้านเหรียญฯ ขณะที่ ธนาคารกลางอังกฤษได้ปล่อยสินเชื่อแก่ธนาคารพาณิชย์มูลค่า 3 แสนล้านปอนด์ อีกทั้ง ยังได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรเอกชนอีก 2 แสนล้านปอนด์ สำหรับธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการเสริมสภาพคล่องวงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถเข้าซื้อหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมตลาดเงิน และกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด ที่ถือสินทรัพย์คุณภาพดี โดยที่ธนาคารพาณิชย์สามารถนำหน่วยลงทุนเหล่านี้มาเป็นหลักประกันเพื่อขอสภาพคล่องกับธนาคารแห่งประเทศไทย

อนึ่ง ตัวเลขของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รวบรวมมา เป็นเพียงวงเงินที่ทางการระบุว่าจะนำออกมาใช้ ซึ่งบางมาตรการยังไม่มีการเปิดใช้หรืออัดฉีดจริง และการใช้เงินจริงอาจต่ำกว่าวงเงินที่ระบุไว้ โดยส่วนหนึ่งเป็นเพียงการรับรองการปล่อยกู้ (Loan guarantees) ซึ่งอาจไม่ได้นำออกมาใช้จริงทั้งหมด ขณะที่ มาตรการทางการเงินมักมีวงเงินค่อนข้างสูง ทั้งนี้เพราะฐานสินทรัพย์ทางการในระบบเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่เช่นนั้น ทำให้ไม่สามารถตีความผลลัพธ์ของมาตรการกระตุ้นจากเพียงตัวเลขได้

นอกจากนี้ จำนวนวงเงินอาจจะไม่ได้สะท้อนถึงประสิทธิผลของมาตรการกระตุ้นเสมอไป ซึ่งประสิทธิผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในแก้ปัญหาได้ตรงจุดและการนำออกมาใช้ทันเวลา นอกจากนี้ ประสิทธิผลของมาตรการกระตุ้นยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของสถานการณ์การแพร่ระบาด รวมถึงขึ้นอยู่กับความเปราะบางของเศรษฐกิจแต่ละประเทศที่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่น่าจะยังไม่สามารถควบคุมได้ในระยะเวลาอันใกล้ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงเชิงลบที่สูงขึ้น และมีแนวโน้มที่จะหดตัวอย่างรุนแรงในปีนี้ ดังนั้น แม้ว่าหลายประเทศจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวงเงินที่สูงกว่า 10% ของ GDP แต่ยังคงต้องติดตามประสิทธิผลของมาตรการต่อไป โดยหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น คาดว่าทางการคงพร้อมที่จะออกมาตรการเพิ่มเติมตามความจำเป็นในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ขนาดของงบประมาณที่นำมาใช้ในการดำเนินมาตรการต่างๆ ในแต่ละประเทศก็มีข้อจำกัดแตกต่างกันไป ทั้งฐานะการคลัง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวินัยการเงินการคลัง เป็นต้น

โดยสรุป การดำเนินมาตรการเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลนั้น ท้ายที่สุดแล้วอาจจะไม่ช่วยให้เศรษฐกิจในหลายประเทศพ้นภาวะถดถอย แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เศรษฐกิจหดตัวน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการใดๆ มารองรับ และที่สำคัญมากไปกว่านั้น มาตรการต่างๆ ที่นำออกมาใช้ในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ก็เพื่อช่วยให้กลไกทางเศรษฐกิจยังสามารถดำเนินต่อไปได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย