วันแรก! สละสิทธิ์รับเงินเยียวยา 5 พันบาท เพียง 900 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ามาตรการเยียวยา 5,000 บาท ว่า หลังจากเว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com ได้เปิดปุ่ม “ขอสละสิทธิ์มาตรการเยียวยา” ในวันนี้ (25 เม.ย.) ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ล่าสุด เวลา 20.00 น. มีผู้เข้ามาขอสละสิทธิ์เพียง 900 คน โดยผู้ที่สละสิทธิ์แล้วจะต้องคืนเงินเยียวยา 5,000 บาท ซึ่งกระทรวงการคลังจะมีการแจ้งให้ผู้ประสงค์สละสิทธิ์ทราบถึงรายละเอียดวิธีการโอนเงินคืนในแต่ละช่องทางต่อไป
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังคาดว่าน่าจะมีผู้ขาดคุณสมบัติรับเงินเยียวยา ซึ่งไม่ได้เป็นแรงงาน ลูกจ้าง และอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แต่ได้รับเงินเยียวยาจำนวนหลายแสนคน จึงขอให้กลุ่มดังกล่าวมาขอสละสิทธิ์ก่อนที่กระทรวงการคลังจะตรวจสอบ และยังมีผู้ผ่านเกณฑ์แต่เสียชีวิต ที่ครอบครัวมีความต้องการจะสละสิทธิ์รับเงินเยียวยา 5,000 บาทด้วย
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มรัฐวิสาหกิจจำนวนหนึ่งได้รับสิทธิ์ตามมาตรการ เนื่องจากตอนลงทะเบียนระบุว่าประกอบอาชีพอิสระ ค้าขาย ซึ่งมีการประกอบอาชีพดังกล่าวจริง แต่ก็มีอาชีพพนักงานรัฐวิสาหกิจอยู่ ตามหลักเกณฑ์นั้นจะไม่ได้รับเงินเยียวยา ซึ่งกระทรวงการคลังก็ได้สั่งการให้กลุ่มดังกล่าวเข้ามาขอสละสิทธิ์ด้วย
ขณะที่การยกเลิกลงทะเบียนนั้น มีผู้เข้ามาขอยกเลิกแล้ว 9.1 แสนคน โดยในวันนี้เว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน.com ก็ได้มีการเพิ่มฟังก์ชันในปุ่ม “ยกเลิกการลงทะเบียน” สำหรับผู้ที่รอฟังผลการลงทะเบียน และผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ให้มากดปุ่มดังกล่าวเพื่อยกเลิกการลงทะเบียนได้ เนื่องจากทีมพิทักษ์สิทธิ์ จำนวน 1.7 หมื่นคน ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วพบว่าผู้ที่ขอยื่นทบทวนสิทธิ์บางส่วนให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง จึงเปิดโอกาสให้สามารถยกเลิกการลงทะเบียนขอรับสิทธิได้
ทั้งนี้ ความคืบหน้าผู้ขอยื่นทบทวนสิทธิ์ ล่าสุด ยื่นทบทวนสิทธิ์แล้ว 3.1 ล้านคน โดยทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์ก็เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิ์แล้วในหลายจังหวัด ซึ่งมีการลงพื้นที่ทุกวันไม่เว้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ส่วนกลุ่มที่ขอข้อมูลเพิ่มเติมมีผู้มาให้ข้อมูลแล้ว 5 ล้านคน ยังขาดอีก 1.3 ล้านคน ที่ยังไม่ได้เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยขอให้กลุ่มดังกล่าว มาให้ข้อมูลโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทะเบียน ส่วนสัปดาห์หน้า วันที่ 27-28 เม.ย.นี้ จะมีผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาเพิ่มอีก 1.5 ล้านคน