เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

ชู”กองอสังหา-อินฟรา-รีท” ทางเลือกลงทุนยุคดบ.ต่ำ

05 มิ.ย. 2563 | 10:15น.

โบรกฯชี้หุ้นกลุ่มกองทุน “อินฟราฟันด์-พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์-รีท” น่าสนใจลงทุนยุคดอกเบี้ยต่ำติดดิน-กังวลเทรดวอร์ “บล.เอเซีย พลัส” คาดตลาดหุ้นเสี่ยง “พักฐาน” นักลงทุนส่อโยกเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ระบุพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์เป็นตัวเลือกที่ดี เหตุอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนสูงฟาก “บล.กสิกรไทย” แนะเลี่ยง “TFFIF-BTSGIF” เจอผลกระทบล็อกดาวน์กำไรไตรมาส 2 ส่อต่ำสุด

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ปัจจุบันหุ้นในกลุ่มกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน, กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ถือว่าราคาวิ่งดีกว่าตลาด (outperform) ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันติดลบ 11.18% ดีกว่า SET index ที่ลบมากถึง 15%

“ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กองอสังหาฯและรีทได้รับความน่าสนใจเป็นพิเศษจากภาวะดอกเบี้ยต่ำ และความกังวลสงครามการค้าสหรัฐจีน โดยปี 2562 ที่ SET index ปรับขึ้น 1% แต่กองทุนเหล่านี้ปรับขึ้นกว่า 16.46% เป็นอันดับ 2 ของตลาด ขณะที่ในปี 2561 SET index ปรับลดลง 10.82% แต่พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์และรีทยังปรับตัวขึ้นได้ 7.08%”

แม้ช่วงต้นปีนี้ราคาหุ้นกลุ่มนี้จะย่อตัวลง แต่ขณะนี้ถือว่ามีความน่าสนใจที่จะกลับเข้าไปลงทุนได้อีกครั้ง เนื่องจาก 1.อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (dividend yield) ในพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ และรีทเริ่มกลับขึ้นมาอยู่ที่ 5.57% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปีก่อนที่อยู่ 4.6% ซึ่งน่าสนใจเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยนโยบายที่ลงมาเหลือ 0.5% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

2.ตลาดหุ้นไทยหลังจากนี้จะมีความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากตั้งแต่ปรับฐานลงไปปัจจุบันดีดตัวขึ้นมากว่าครึ่งทางแล้ว จนทำให้ระดับอัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ขึ้นไปสูงกว่า 19-20 เท่าดังนั้นการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดจะเริ่มเปราะบางมากขึ้น ซึ่งมาจากสงครามการค้าที่เริ่มร้อนแรงอีกครั้ง รวมถึงความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ประท้วงที่ฮ่องกง และตัวเลขการติดเชื้อโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างขึ้น

“ความเสี่ยงข้างหน้ายังมีอยู่ ขณะที่ตลาดหุ้นขึ้นมา แต่ยังไม่ได้พัก ต่อจากนี้น่าจะเริ่มกลับทางกัน หรือน่าจะเริ่มมีการพักเงิน แล้วหนีเข้ามาสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ที่มีเงินปันผลตอบแทนสูงกว่า 5.57%”

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยแนะนำกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทัล (DIF) ที่มีสภาพคล่องสูง เป็นกองทุนรวมที่มีสิทธิความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ (freeholds) มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่สุดกว่า 1.7 แสนล้านบาท ทำให้คาดหวังเงินปันผลตอบแทนได้กว่า 6% ต่อปี, กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพรมออฟฟิศ (POPF) ที่ปรับฐานลงมาจากผลกระทบโควิดจนมีความน่าสนใจ คาดหวังเงินปันผลตอบแทนได้กว่า 9%, และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียลโกรท (CPNCG) คาดหวังเงินปันผลตอบแทนได้ 9.8% อย่างไรก็ดี หากจะหวังปันผลช่วงไตรมาส 2-3 นี้ ต้องระวังกลุ่มออฟฟิศและห้างที่อาจจะได้ปันผลน้อยจากผลกระทบที่ถูกปิดล็อกดาวน์

นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยได้รวบรวมหุ้นกลุ่มอินฟราฟันด์และรีทจำนวน16 หลักทรัพย์ แบ่งเป็น 5 หมวดหลัก คือ 1.กลุ่มอินดัสเทรียลรีท เช่น FTREIT, HREIT, WHART 2.กลุ่มออฟฟิศรีท เช่น BOFFICE, B-WORK, GVREIT, SPRIME,TPRIME 3.กลุ่มเทลโก้รีท เช่น DIF, JASGIF 4.กลุ่มพาวเวอร์รีท เช่น SUPEREIF,EGATIF, BRRGIF, ABPIF 5.กลุ่มทรานสปอร์ตรีท เช่น TFFIF, BTSGIF

โดยกลุ่มที่กำไรไตรมาส 2 จะออกมาแย่สุด คือ TFFIF, BTSGIF จากจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าและผู้ใช้ทางด่วนที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ นโยบายทำงานที่บ้าน เรียนหนังสือที่บ้าน และการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งจะทยอยฟื้นตัวหลังผ่านไตรมาส 2 ไปแล้ว

“คาดว่า TFFIF ภายใต้งบการเงินไตรมาส 3 (เม.ย.-มิ.ย.) จะมีกำไร 21 ล้านบาท ติดลบ 95% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากผลของผู้ใช้ทางด่วนที่จะหายไป 80% ส่วน BTSGIF งบฯไตรมาส 1 จะขาดทุน 20 ล้านบาท ติดลบ 95% ทั้งนี้ ประมาณการดังกล่าวอยู่ภายใต้สมมุติฐานล็อกดาวน์ 3 เดือนถึง 30 มิ.ย.” นายพิสุทธิ์กล่าว

ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ กลุ่มพาวเวอร์รีท แนะนำ SUPEREIF ที่ทำโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งได้รับสัญญาขายไฟตรงให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ยังขายไฟได้ตามราคาที่ตกลงตามสัญญา ทำให้รายได้และกำไรค่อนข้างคงที่ประเมินกำไรไตรมาส 2 จะอยู่ที่ 180 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาส 1

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อย คือ กลุ่มเทลโก้รีท แนะนำ DIF, JASGIF คาดไตรมาส 2 ของ DIF จะมีกำไร 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ค่อนข้างใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ปีนี้ที่มีกำไร 2,567 ล้านบาท ส่วน JASGIF คาดไตรมาส 2 จะมีกำไร 2,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน

“หลังจากพ้นช่วงไตรมาส 2 หุ้นที่จะฟื้นกลับขึ้นมาเร็ว คือ TFFIF, BTSGIF จากการผ่อนคลายล็อกดาวน์ทำให้มีผู้ใช้งานกลับมาปกติ ยกเว้นจะมีการระบาดระลอก 2 เกิดขึ้น ส่วน SUPEREIF, DIF, JASGIF อาจจะคงที่เพราะไม่มีการซื้อสินทรัพย์ใหม่เข้ามา และรายได้จากลูกค้าก็น่าจะคงที่ด้วย”