หุ้นร่วง 40.57 จุด “พลังงาน-แบงก์” ฉุดตลาดมากที่สุด
หุ้นไทยร่วง 40.57 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคจากความกังวลโควิดระบาดระลอกสอง โบรกฯ ชี้กลุ่ม “พลังงาน-ธนาคาร” ปรับลงฉุดตลาดมากที่สุด เหตุนักลงทุนหวั่นความต้องการใช้น้ำมันชะลอ-คุณภาพสินทรัพย์แย่ลงจากภาวะวิกฤต
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 15 มิ.ย.63 ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ปิดลบที่ 1,341.99 จุด ลดลง 40.57 จุด หรือลดลง 2.93% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 83,379.76 ล้านบาท โดยเป็นการปรับลดลงตามตลาดหุ้นในภูมิภาค จากปัจจัยความกังวลไวรัสโควิด-19 ระบาดรอบสองในสหรัฐและจีน
“ความกังวลดังกล่าวส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย หุ้นจึงโดนขายทำกำไรทั่วทั้งภูมิภาค โดยตลาดหุ้นจีน -1% อินโดนีเซีย -1.3% ฟิลิปปินส์ -4.82% ฯลฯ” นายชาญชัย กล่าว
ทั้งนี้ SET Index ได้รับแรงจากหุ้นในกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก โดยกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTT -2.01% PTTEP -4.40% GULF -4.03% PTTGC 5.49% และ GPSC -3.54% ซึ่งถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจากความกังวลความต้องการใช้ชะลอตัวลงจากการระบาดของไวรัสรอบสอง ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ลดลงมากที่สุด ได้แก่ KBANK -8.84% SCB -6.82% BBL -6.61% BAY -6.02% KTB -5.36% และ TMB -6.09% จากความกังวลคุณภาพสินทรัพย์ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.) คาดว่าดัชนีมีโอกาสพักตัวต่อเนื่อง หลังมูลค่าหุ้นในตลาด (Valuation) ที่ตึงตัว ส่งผลให้ตลาดหุ้นพร้อมเผชิญแรงขายทำกำไรทุกเมื่อ โดยประเมินแนวรับที่ 1,325 จุด และแนวต้านที่ 1,355 จุด
ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน นายชาญชัย กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยแนะนำเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในหุ้นพื้นฐานดี ได้แก่ CPALL ราคาเหมาะสม 78.00 บาท โดยได้ประโยชน์จากการที่ภาครัฐผ่อนคลายเกณฑ์เคอร์ฟิว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนยอดขายสาขาต่อไป ถัดมาแนะนำ DCC ราคา 2.28 บาท โดยได้อานิสงส์จากราคาก๊าซธรรมชาติปรับลง ส่งผลให้กำไรไตรมาส 2/63 มีโอกาสออกมาเป็นบวกต่อเนื่องจากไตรมาสแรก อีกทั้งยังเป็นหุ้นที่ให้อัตราเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 6%