เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธพส. ชี้ Senior Complex รามาฯ-ธนารักษ์ ยังไม่ล่ม คาดค่าก่อสร้างสูงขึ้น 30%
Finance ธพส. ชี้ Senior Complex รามาฯ-ธนารักษ์ ยังไม่ล่ม คาดค่าก่อสร้างสูงขึ้น 30%
ทองราคาร่วง ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี จับตาเลือกตั้งสหรัฐ-สงครามเสี่ยงปะทุรอบใหม่
Finance ทองราคาร่วง ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี จับตาเลือกตั้งสหรัฐ-สงครามเสี่ยงปะทุรอบใหม่
ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,400 บาท
เปลี่ยนความกลัวเป็นพลังนำ AI สร้างงานใหม่
SD Talk เปลี่ยนความกลัวเป็นพลังนำ AI สร้างงานใหม่
คลังโชว์ปิดหีบงบประมาณปี’69 เก็บรายได้เกินเป้า 8.9 หมื่นล้าน-กู้โปะขาดดุลลดลง
Finance คลังโชว์ปิดหีบงบประมาณปี’69 เก็บรายได้เกินเป้า 8.9 หมื่นล้าน-กู้โปะขาดดุลลดลง
‘เฟด’ ได้ฉายาละคร ‘คาบูกิ’ ‘เงินเฟ้อสูง-ศก.แกร่ง’ แต่ไม่ขึ้นดอกเบี้ย
World ‘เฟด’ ได้ฉายาละคร ‘คาบูกิ’ ‘เงินเฟ้อสูง-ศก.แกร่ง’ แต่ไม่ขึ้นดอกเบี้ย
ค่าเงินบาทวันนี้ (2 พ.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.77 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (2 พ.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.77 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดองกิ ปักธงเซ็นทรัลปิ่นเกล้า พฤษจิกายน ’69 นี้ 
Business ดองกิ ปักธงเซ็นทรัลปิ่นเกล้า พฤษจิกายน ’69 นี้ 
พยากรณ์อากาศ (2 พ.ย.) ฝนฟ้าคะนองและลมแรง หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง-ใต้ต้นไม้ใหญ่
News พยากรณ์อากาศ (2 พ.ย.) ฝนฟ้าคะนองและลมแรง หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง-ใต้ต้นไม้ใหญ่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 1.05% อยู่ที่ 78,250 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 1.05% อยู่ที่ 78,250 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

ธปท.จับตา3ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจ หวั่นทุบซ้ำจีดีพีไทยทรุดหนัก

01 ก.ค. 2563 | 11:57น.

ธปท.จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงกดดันเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ทั้ง “โควิดระบาดรอบ 2-สงครามการค้า-การผิดนัดชำระหนี้ทั่วโลก” มั่นใจสถานะแบงก์ไทยแกร่งรองรับเอ็นพีแอลขาขึ้นได้ ชี้ กนง.ห่วงว่างงานพุ่ง ล่าสุดเดือน พ.ค.มีผู้ถูกเลิกจ้าง 1.1 แสนคน ขณะที่ขอรับสิทธิ์ชดเชยว่างงานจากระบบประกันสังคม 3.3 แสนคน

ดอน นาครทรรพ

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2563 จะมาจากอุปสงค์ต่างประเทศ โดยหากจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจโลกอยู่ในไตรมาส 2 และฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาส 3-4 มีสิ่งที่จะต้องติดตาม 2-3 เรื่อง คือ 1.การระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบ 2 หากเกิดขึ้นและมีการปิดประเทศ จะกระทบเศรษฐกิจในภาพกว้าง

2.สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน และ 3.เสถียรภาพระบบการเงินของโลก ซึ่งจะเห็นว่าการผิดนัดชำระหนี้ของตราสารหนี้และพันธบัตรมากขึ้น หากเกิดการล้มละลายเป็นวงกว้าง จะกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยได้

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาเสถียรภาพระบบการเงินในประเทศ แม้ว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าระบบสถาบันการเงินไทยรองรับได้ ไม่น่าจะมีปัญหาเหมือนวิกฤตปี 2540 ที่เริ่มต้นจากการผิดนัดชำระหนี้ ธนาคารมีความเสียหายและมีการเพิ่มทุนมหาศาล แต่ครั้งนี้สถาบันการเงินมีความแข็งแกร่ง มีเงินทุนสำรองค่อนข้างสูงในอันดับต้น ๆ ของโลก

“นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ยังเน้นพิจารณาความสามารถชำระหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเหมาะสม โดย ธปท.ก็ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งล่าสุดออกมาตรการที่เอื้อต่อการปรับโครงสร้างหนี้ โดยแม้ว่าล่าสุดจะเห็นเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นจากเดือน มี.ค. แต่คงไม่ถึงขั้นกระทบเสถียรภาพระบบธนาคารพาณิชย์” นายดอนกล่าว

นายดอนกล่าวอีกว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ค. 2563 ยังหดตัวสูงต่อเนื่องจากอุปสงค์ต่างประเทศ ทั้งภาคการท่องเที่ยวที่ยังหดตัว -100% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่คาดว่าในครึ่งปีหลังจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านคน ตามการปลดล็อกของทางการ ขณะที่การส่งออกสินค้าหดตัว -23.6% หรือราว 15.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากรวมทองคำจะหดตัว -29% สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะที่แนวโน้มตลาดแรงงานในเดือน พ.ค. 2563 ยังคงมีความเปราะบางและยังคงอ่อนแอต่อเนื่องจากเดือน เม.ย. ซึ่งในแถลงการณ์คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้แสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้ โดยหากดูตัวเลขผู้ขอรับสิทธิ์ชดเชยการว่างงานเพิ่มขึ้นเกือบ 3% หรือราว 3.3 แสนคน และมีผู้ถูกเลิกจ้างงานราว 1.1 แสนคนหรือคิดเป็น 22% ของผู้รับสิทธิ์ว่างงานทั้งหมด

ทั้งนี้ แม้ว่าตัวเลขการว่างงานจะยังไม่สูงมาก เนื่องจากเป็นตัวเลขที่มาจากประกันสังคม ยังไม่ครอบคลุมแรงงานส่วนที่อยู่นอกประกันสังคม ดังนั้นจึงต้องติดตามตัวเลขในเดือน มิ.ย.จะลดลงต่อเนื่องหรือไม่ อย่างไรก็ดี จะเห็นว่าในงบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ภาครัฐเน้นการจ้างงานและสร้างงาน โดยตัดงบฯเรื่องการสร้างถนนออก จะเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการจ้างงาน และทำให้ตลาดการจ้างงานปรับดีขึ้น โดยคาดว่าในไตรมาส 2 และ 3 ตัวเลขการว่างงานจะเพิ่มสูงที่สุด และน่าจะกลับมาดีขึ้นตามมาตรการคลายล็อก

“เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาครัฐยังเป็นดาวเด่นขยายตัวต่อเนื่อง การบริโภคภาคเอกชนหดตัวน้อยลงตามการผ่อนคลายและมาตรการเยียวยาของรัฐ” นายดอนกล่าว

ทั้งนี้ ล่าสุด ธปท.ได้ปรับคาดการณ์อัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจไทยปีนี้โดยคาดว่าจีดีพีปีนี้จะหดตัว -8.1% ต่อปี ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะหดตัวที่ -5.3-% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หดตัวมากกว่าสมัยวิกฤตต้มยำกุ้ง เนื่องจากคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าปีนี้จะหดตัว -10.3% จากเดิมคาด -8.8% ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนหดตัว -3.6%  ลงทุนภาคเอกชนหดตัว -13% และการลงทุนภาครัฐทรงตัวที่ 5.8% ทั้งนี้ เศรษฐกิจจะหดตัวลึกสุดในไตรมาส 2 และหลังจากนั้นจะทยอยฟื้นตัวกลับมาอย่างช้า ๆ