เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
ดูทั้งหมด

“ชาติศิริ” ชี้หนี้เสียจ่อทะลัก เร่งตั้งสำรองรับมือ ลั่นโควิดหนักกว่าต้มยำกุ้ง

11 ก.ค. 2563 | 09:54น.

เอ็มดีใหญ่แบงก์กรุงเทพ “ชาติศิริ” มองวิกฤตโควิด-19 หนักกว่าปี 2540 ฉุดเศรษฐกิจไทยร่วง -10% ชี้ เอ็นพีแอลจ่อพุ่งยาวถึงปี 2564 หลังไตรมาส 1 หนี้เสียแตะ 8.5 หมื่นล้าน หรือ 3.5% เร่งตั้งสำรองเพิ่มรับมือ สั่งสาขา-พนักงานดูแลลูกค้าใกล้ชิด ล้่นงดจ่ายปันผลระหว่างกาลหนุนเงินกองทุนแกร่ง

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า จากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ -8.1% สอดคล้องกับธนาคารกรุงเทพที่มองจีดีพี -10% ดังนั้น ภาพรวมผลประกอบการของธนาคารปีนี้คงได้รับผลกระทบตามภาวะเศรษฐกิจ โดยยอมรับว่าวิกฤตครั้งนี้ เมื่อเทียบกับปี 2540 ถือว่าค่อนข้างยากและหนักพอสมควร เนื่องจากผลกระทบเกิดขึ้นทั้งโลกและกระทบทุกเซ็กเตอร์ อย่างไรก็ดี ประเทศไทยถือว่าแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันดีกว่าในอดีต แต่ทั้งนี้ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว

ขณะที่ภาพรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยตัวเลขเอ็นพีแอลในไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 อยู่ที่ 8.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 3.48-3.5% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 ที่อยู่ 7.9 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 3.4% อย่างไรก็ดี แนวโน้มระยะข้างหน้าคาดว่าเอ็นพีแอลยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในปีนี้และต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ซึ่งธนาคารก็ตั้งสำรองตามสถานการณ์ และทำล่วงหน้าไว้แล้ว จึงเชื่อว่าธนาคารจะสามารถบริหารจัดการได้ แต่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์นี้ค่อนข้างยากและไม่ง่ายในการบริหารหากเทียบกับภาวะปกติ

ขณะเดียวกัน ขณะนี้คณะกรรมการบริหารพยายามให้หน่วยงาน และให้ฝ่ายจัดการธนาคาร สาขาทุกพื้นที่ มีการเข้าไปดูแลลูกค้าใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสภาพคล่อง และเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ลูกค้าสามารถรีสตาร์ทธุรกิจกลับมาได้ รวมถึงการดูแลลูกค้าที่มีเงินและจะเห็นการติดตามดูแลลูกค้าใกล้ชิดต่อเนื่องในช่วงที่เหลือปีนี้ และจะต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีแรกปีหน้าด้วย

“ธนาคารยังคงเร่งตั้งสำรองในไตรมาสที่ 3 และในระยะถัดๆ ไปจนถึงปี 2564 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น โดยในไตรมาสที่ 2 นี้ธนาคารได้ตั้งสำรองในส่วนของสินเชื่อที่ยังไม่เป็นเอ็นพีแอล หรือ Stage 2 ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS9 ไว้แล้วระดับหนึ่ง และพยายามอะด็อปมาตรการต่างๆ ของทางการ เช่น ซอฟต์โลน พักชำระหนี้ 3-6 เดือน ทั้งลูกค้าเอสเอ็มอี รายย่อยและรายใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเดินต่อไปได้และดำเนินธุรกิจได้ รวมถึงสิ่งที่ธนาคารทำไว้ล่วงหน้า เชื่อว่าจะช่วยให้ธนาคารบริหารจัดการได้” นายชาติศิริ กล่าว

นายชาติศิริ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการงดจ่ายปันผลระหว่างกาลตามนโยบาย ธปท.นั้น เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามแนวทาง ธปท. ซึ่งมองว่าเป็นแนวทางที่สุขุมและรอบคอบ เพื่อให้ธนาคารมีเงินกองทุนที่เพียงพอ และธนาคารเองก็พยายามควบคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงการพิจารณาผลตอบแทนผู้บริหารก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกัน เพื่อให้ธนาคารและลูกค้าสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ และหากดูธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศได้ดำเนินนโยบายดังกล่าวเช่นกัน

เขาระบุว่า อย่างไรก็ดี แม้ว่าธนาคารจะงดการจ่ายปันผลระหว่างกาล แต่ในส่วนของเงินปันผลทั้งปีจะมีโอกาสกลับมาจ่ายหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ จะต้องติดตามนโยบายของ ธปท. ก่อน รวมถึงผลประกอบการของธนาคารที่จะออกมาด้วย

“เพอร์มาตา” ในอินโดนีเซีย

สำหรับการเข้าซื้อกิจการและรับโอนหุ้นทั้งหมดของธนาคารพีที เพอร์มาตา ทีบีเค (PT Bank Permata Tbk) หรือ เพอร์มาตา นั้น เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมาธนาคารได้ดำเนินการชำระเงินในการซื้อกิจการเรียบร้อยแล้วในสัดส่วนกว่า 89% และปัจจุบันอยู่ระหว่างการทคำเสนอซื้อขาย (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) สำหรับสัดส่วนหุ้นที่เหลือ โดยเป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย และหลักเกณฑ์ของสำนักงานกำกับดูแลธุรกิจการเงินของอินโดนีเซีย (Otoritas Jasa Keuangan หรือ OJK)

ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในอินโดนีเซียนั้น ยอมรับว่า เพอร์มาตา ก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวระดับหนึ่งจากมาตรการควบคุมการติดเชื้อของทางการ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวมีผลต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของอินโดนีเซียปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัวอยู่ระดับ 0-1% ซึ่งธนาคารอยู่ระหว่างการติดตามรายละเอียดอย่างใกล้ชิด

โดยผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนแรกของเพอร์มาตายังคงสามารถเติบโตได้ ส่วนผลงานในระยะถัดจากนี้ไปก็คงต้องติดตาม แต่เพอร์มาตาได้มีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า ซึ่งมองว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

สำหรับกรณีการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัท การบินไทยนั้น ยอมรับว่าเป็นลูกค้าของธนาคาร ซึ่งขณะนี้ธนาคารได้มีการติดตามลูกหนี้ รวมถึงการติดตามแผนฟื้นฟูว่าแผนจะเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้ธนาคารได้มีการตั้งสำรองตามเกณฑ์ธปท.ไว้เรียบร้อยแล้ว