เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

“ความโปร่งใส” คือหัวใจของนโยบายการเงิน

31 ต.ค. 2563 | 08:44น.
ธปท.
ร่วมด้วยช่วยคิด
นิธิสาร พงศ์ปิยะไพบูลย์ ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

ในช่วงปลายปี หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนมีการผลัดเปลี่ยนผู้บริหารและคณะกรรมการกันจำนวนมาก เป็นไปตามจังหวะเวลาทั้งการเกษียณอายุและการครบวาระดำรงตำแหน่ง “คณะกรรมการนโยบายการเงิน” (กนง.) ของแบงก์ชาติก็จะครบวาระ 3 ปีในปีนี้เช่นกัน และจะมี กนง.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 นี้เป็นต้นไป วันนี้จึงอยากชวนผู้อ่านมาทำความรู้จักกับ กนง.กันให้มากขึ้นครับ

กนง.เป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้านนโยบายของแบงก์ชาติ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการเงิน จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมุ่งหมายให้การตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินมีความน่าเชื่อถือ เป็นอิสระจากการเมือง มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของหลักธรรมาภิบาล (good governance)

กนง.ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 ท่าน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกแบงก์ชาติ 4 ท่าน และเป็นผู้บริหารระดับสูงของแบงก์ชาติจำนวน 3 ท่าน จึงเชื่อมั่นได้ว่า นโยบายการเงินไม่ได้ตัดสินใจจากคนแบงก์ชาติแต่เพียงฝ่ายเดียว กรรมการ กนง. 4 ท่านจากภายนอกต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ หรือด้านการเงินการธนาคาร ได้รับการคัดสรรและแต่งตั้งโดยคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานหลักด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ แบงก์ชาติ สภาพัฒน์ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิอื่น ๆ ทั้งนี้ กรรมการ กนง. 4 ท่านจากภายนอกมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และเป็นติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้

กฎหมายกำหนดให้ กนง.มีความเป็นอิสระจากการเมือง โดยต้องไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือมีตำแหน่งในพรรคการเมือง เว้นแต่จะพ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และ กนง.ต้องไม่มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ โดยต้องไม่เป็นกรรมการหรือดำรงตำแหน่งใดในสถาบันการเงิน เว้นแต่จะพ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี เช่นเดียวกัน รวมถึง กนง.ต้องไม่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารของนิติบุคคลซึ่งมีผลประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของแบงก์ชาติอีกด้วย

สำหรับเรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้ มีหลายประเด็นให้พูดถึงครับ เรื่องแรกคือการเปิดเผยตารางการประชุมล่วงหน้า โดยจะเปิดเผยทางเว็บไซต์แบงก์ชาติตั้งแต่ปีก่อนหน้า และกรรมการ กนง. รวมถึงเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติที่เกี่ยวข้องจะไม่สามารถให้สัมภาษณ์ หรือให้ความเห็นเกี่ยวกับการตัดสินนโยบายการเงินได้เป็นเวลา 7 วันก่อนหน้าวันประชุม กนง. หรือที่เรียกว่า “silent period” อย่างไรก็ดี เมื่อการประชุม กนง.เสร็จสิ้นลงแล้ว จะมีการสื่อสารเพื่อเปิดเผยข้อมูลตามมาหลายเรื่องด้วยกัน

กนง.จะประชุมปีละ 8 ครั้ง ทุก 6-8 สัปดาห์ แต่หากสถานการณ์ไม่ปกติสามารถเรียกประชุมนัดพิเศษเพิ่มได้ เช่น กนง.ประชุมนัดพิเศษเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงโควิด-19 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ตามปกติ กนง.จะประชุมในช่วงเช้าวันพุธ เมื่อประชุมเสร็จแล้วจะมีการแถลงผลการประชุม กนง.เวลาบ่ายสองโมงตรง ซึ่งในโลกยุคดิจิทัลนี้ จะมีการถ่ายทอดสดทาง Facebook Live ด้วย

ในแถลงผลการประชุมจะระบุถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับขึ้น/คงที่/ปรับลง เหตุผลในการตัดสินใจ ประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในอนาคต (เผยแพร่ประมาณการไตรมาสละครั้ง) รวมทั้งเปิดเผยสัดส่วนการลงคะแนนของ กนง.อีกด้วย ซึ่งจัดว่ามีความโปร่งใสมากกว่าหลายประเทศในภูมิภาคที่เปิดเผยเพียงผลการตัดสินอัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยไม่บอกสัดส่วนการลงคะแนน

หลังประชุม กนง. 2 สัปดาห์ จะมีการเผยแพร่รายงานการประชุม กนง. (ฉบับย่อ) ในเอกสารดังกล่าวจะมีข้อมูลแนวโน้มและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และเสถียรภาพระบบการเงินในมิติต่าง ๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่แบงก์ชาตินำเสนอต่อ กนง. รวมถึงความเห็นของกรรมการ กนง. ต่อประเด็นต่าง ๆ และเหตุผลในการตัดสินนโยบายการเงิน ทั้งที่เป็นความเห็นของเสียงส่วนใหญ่และเสียงส่วนน้อย

เพื่อสะท้อนข้อมูลและการตัดสินใจที่รอบด้านของ กนง.ให้สาธารณชนรับทราบ

นอกจากนี้ ในทุก ๆ ไตรมาส กนง.จะเผยแพร่รายงานนโยบายการเงิน ที่นำเสนอข้อมูลและการวิเคราะห์เศรษฐกิจการเงินในรายละเอียด และจัดการประชุมนักวิเคราะห์เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิเคราะห์ได้สอบถามแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้บริหารแบงก์ชาติที่เป็นกรรมการ กนง. และเลขานุการ กนง.โดยตรง

ผมเล่าถึงที่มา ความเป็นอิสระ และความโปร่งใสของ กนง.แล้ว หลายท่านคงคิดต่อถึงเรื่องเป้าหมายและความรับผิดชอบของ กนง.ว่าเป็นอย่างไร กฎหมายกำหนดให้ กนง.จัดทำเป้าหมายของนโยบายการเงินร่วมกันกับรัฐบาลครับ ความเป็นอิสระของ กนง.อยู่ที่วิธีการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อไปสู่เป้าหมาย แต่เป้าหมายจะกำหนดร่วมกันกับรัฐบาล

โดย กนง.จัดทำความตกลงร่วมกัน (MOU) กับกระทรวงการคลังเพื่อกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงิน และเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติทุกสิ้นปี

สำหรับ MOU ประจำปี 2563 มีเนื้อหาสำคัญ คือ ให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคาในระยะปานกลาง เป็นเป้าหมายหลัก ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ และการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยกำหนดให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงร้อยละ 1-3 เป็นเป้าหมายนโยบายการเงินด้านเสถียรภาพราคาสำหรับระยะปานกลาง

สำหรับความรับผิดชอบนั้น กนง.ต้องจัดทำรายงานผลการดำเนินงานทุกครึ่งปีส่งให้คณะรัฐมนตรี ซึ่งจะเผยแพร่สู่สาธารณชนผ่านทางมติคณะรัฐมนตรีด้วย รวมทั้งในช่วงหลังโควิด-19 เป็นต้นมากนง.ได้รายงานภาวะและแนวโน้มเศรษฐกิจให้คณะรัฐมนตรีทุกไตรมาส เพื่อใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น สำหรับในกรณีที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปออกนอกกรอบเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าเฉลี่ยออกนอกกรอบในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หรือในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจากการประมาณการ

กนง.จะออกจดหมายเปิดผนึก (open letter) ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและเปิดเผยต่อสาธารณชน ในจดหมายเปิดผนึกจะระบุถึงสาเหตุของการออกนอกกรอบเป้าหมาย แนวนโยบายเพื่อนำกลับเข้ากรอบเป้าหมาย และระยะเวลาที่คาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย โดยจะเขียนจดหมายเปิดผนึกอีกครั้งทุก ๆ 6 เดือน หากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่นอกกรอบเป้าหมาย

อย่างไรก็ดี ความรับผิดชอบของ กนง.ต่อสาธารณชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะการดำเนินงานของธนาคารกลางทั้งหมดรวมถึงนโยบายการเงิน ล้วนตั้งอยู่บนรากฐานของความเชื่อมั่น หรือ public trust ของประชาชน หากประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการทำงานของ กนง.แล้ว นโยบายการเงินย่อมขาดประสิทธิผล

ซึ่งการสร้าง public trust นั้นขึ้นอยู่กับความโปร่งใส หากประชาชนเห็นว่า กนง.ตัดสินนโยบายการเงินด้วยหลักการที่เหมาะสม บนข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน และสามารถอธิบายเหตุผลให้สาธารณชนเข้าใจได้ จะช่วยให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นในนโยบายการเงินและร่วมกันปรับตัว เพื่อฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ไปได้ครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)