เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

แบงก์ห่วงหนี้เสีย ‘บ้านต่ำ 3 ล้าน’ เข้มปล่อยสินเชื่อ-ลดค่าโอน

05 ก.พ. 2564 | 08:12น.
บ้านจัดสรร

แบงก์ประสานเสียงมาตรการลด “ค่าโอน-จดจำนอง” กระตุ้นยอดขายได้น้อย เหตุกลุ่มเป้าหมายบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท “ไม่มีกำลังซื้อ-แบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ” “ซีไอเอ็มบี ไทย” แจงหนี้เสียกลุ่มลูกหนี้บ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาทยังพุ่ง ขณะที่แบงก์ “กรุงศรี” หันโฟกัสทำตลาดสินเชื่อบ้านเกิน 3-4 ล้านบาทขึ้นไป ฟาก “เกียรตินาคินภัทร-กสิกรไทย” คาดมาตรการหนุนผู้ประกอบการอัดแคมเปญ “ลดราคา-ช่วยผ่อนดาวน์-แจกของแถม” แข่งระบายสต๊อกบ้าน

นายสำมิตร สกุลวิระ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานสายสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด มหาชน (KKP) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติลดค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ จาก 2% เหลือ 0.01% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่ใหม่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งจะมีผลไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 นั้น ในแง่การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยไม่ค่อยมีผลมากนัก เนื่องจากปัจจุบันดอกเบี้ยในตลาดค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว

โดยปัญหาของตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน คือ ลูกค้ากู้ไม่ผ่าน จากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ จึงทำให้การอนุมัติ (approve) ยากขึ้น โดยสถาบันการเงินก็พิจารณาอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ แม้ว่ายอดการปฏิเสธสินเชื่อ (rejection rate) จะเท่าเดิม แต่ก็เห็นสัญญาณการขอสินเชื่อของผู้กู้รายใหม่ปรับลดลง

“ผู้บริโภคจำนวนมากยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินทรัพย์ขนาดใหญ่ ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน แม้ว่าล่าสุดจะมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน และค่าจดจำนอง ก็คงไม่มีผลมากนัก แต่มาตรการจะไปช่วยให้คนที่กำลังตัดสินใจจะซื้อได้ซื้อเร็วขึ้นมากกว่า” นายสำมิตรกล่าว

อย่างไรก็ดี นายสำมิตรกล่าวว่า น่าจะเห็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ (ดีเวลอปเปอร์) มีการแข่งขันกันรุนแรงขึ้น เพื่อเร่งระบายสต๊อกผ่านการออกแคมเปญลดราคาและให้ของแถม เช่น ราคาบ้าน 3 ล้านบาท อาจจะปรับราคาลง 10% หรือการเสนอช่วยผ่อนดาวน์ให้ 6 เดือน และแจกของแถมต่าง ๆ เป็นต้น

นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาไม่น่าจะส่งผลกระทบที่ต่างไปจากปีก่อน เพราะเป็นเพียงการขยายเวลามาตรการเท่านั้น ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข ซึ่งหากมองในมุมดีเวลอปเปอร์ เชื่อว่าส่วนใหญ่อยากให้ขยายเงื่อนไขราคาบ้านในกลุ่มตลาดกลางและบนมากกว่า

เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทเป็นกลุ่มที่มีจำกัด และโอกาสที่จะตัดสินใจซื้อบ้านในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอนก็น้อย เมื่อเทียบกลุ่มราคาบ้านเกิน 3-4 ล้านบาทที่มีกำลังในการผ่อนชำระ และมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายกว่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่ธนาคารเน้นเติบโตในปีนี้ด้วย

ทั้งนี้ เบื้องต้นประเมินภาพรวมสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2564 คาดว่าสินเชื่อใหม่จะเติบโตที่ 3-5% และยอดสินเชื่อคงค้างจะเติบโต 3-7% จากสิ้นปี 2563 ที่คาดว่ายอดสินเชื่อใหม่จะจบอยู่ที่ 6 แสนล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 4.2 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการทบทวนการเติบโตอีกครั้ง หลังเกิดโควิด-19 ระลอกใหม่เข้ามา

“ตอนนี้ตัวแปรสำคัญ คือ โควิด เพราะไม่มีคนซื้อบ้านใหม่ ซึ่งด้วยคนซื้อที่มีจำกัด ผู้ประกอบการก็คงมีการแข่งขันกันมากขึ้น ส่วนสินเชื่อตอนนี้จะเห็นได้ว่า ดอกเบี้ยถูกที่สุดแล้ว เพราะหากย้อนไปในอดีตดอกเบี้ยบ้านถูกสุดอยู่ที่ 4% แต่ปัจจุบันดอกเบี้ย 3 ปีแรกเฉลี่ยไม่ถึง 3% และหากเป็นลูกค้าดีจะลดลงอีก 0.10-0.50% และจะต่ำไปอีกสักพัก และเห็นการขยับขึ้นในปี 2565” นายณัฐพลกล่าว

นางชลารัตน์ พินิจเบญจพล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า มาตรการลดค่าโอนกับค่าจดจำนอง จะช่วยกระตุ้นผู้ที่มีรายได้ปานกลางลงไปและมีแผนจะซื้อที่อยู่อาศัยในปีนี้ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท จะทำให้ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยง่ายขึ้น และสามารถผ่อนชำระได้ เช่น กลุ่มคนวัยเริ่มต้นทำงาน เป็นต้น ขณะที่ดีเวลอปเปอร์ก็คงเร่งทำตลาด เพื่อระบายที่อยู่อาศัยรอขายที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก

“ปีนี้เราคาดว่าเราจะมียอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างเติบโตที่ 8-9% และคาดว่ามีสินเชื่อใหม่ใกล้เคียงกับปี 2563 โดยทำตลาดร่วมกับบริษัทดีเวล็อปเปอร์รายใหญ่และรายเล็ก ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ รวมถึงทำการตลาดผ่านฐานข้อมูลลูกค้าของธนาคารและเสนอสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าต่อเนื่อง” นางชลารัตน์กล่าว

นายเอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมมีแนวโน้มสูงขึ้น

“โดยในระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทเป็นกลุ่มที่สถาบันการเงินยังคงให้ความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ เพราะแนวโน้มหนี้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางลงไป ซึ่งจะมีความเปราะบางในช่วงเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน อย่างไรก็ดี ในช่วงที่มีมาตรการพักชำระหนี้ ทำให้เอ็นพีแอลไม่ได้เพิ่มขึ้นเร็ว แต่ยังคงต้องติดตาม”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซื้อบ้าน หนี้เสีย