ปิดห้างดันคนทะลักสาขาแบงก์ สมาคมธนาคารปรับแผนรับมืออุตลุด

ล็อกดาวน์

แบงก์ปรับแผนบริหารจัดการสาขา รับมือลูกค้าทะลักเข้าใช้บริการช่วง “ล็อกดาวน์” เข้ม ปิดสาขาในห้างสรรพสินค้า แถมคนแห่สมัครพร้อมเพย์รอรับมาตรการเยียวยาภาครัฐ “กรุงไทย” โยกพนักงานสาขาที่ปิดชั่วคราว-จ้างลูกจ้างรายวันช่วยลูกค้าทำธุรกรรม-จัดคิว ขณะที่ “ไทยพาณิชย์” แบ่งพนักงานทีม A-B สลับชุดทำงาน แนะทำธุรกรรมผ่านออนไลน์-เลี่ยงไปสาขา ฟาก “กสิกรไทย” ประกาศแจ้งลูกค้าลดการเข้าใช้บริการที่สาขาตั้งแต่ 3 ส.ค.เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรัฐบาลได้ยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยงซึ่งมีการสั่งปิดสาขาธนาคารที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าและคอมมิวนิตี้มอลล์

ประกอบกับการประกาศมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านช่องทางพร้อมเพย์นั้น ทำให้ปรากฏภาพประชาชนไปใช้บริการสาขาธนาคารที่ยังเปิดให้บริการอยู่เป็นจำนวนมากนั้น

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เพื่อชะลอและลดการแพร่การระบาดของโควิด-19ที่เกิดขึ้น ธนาคารมีความจำเป็นต้องปิดการให้บริการของสาขาในบางพื้นที่เสี่ยงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดหรือสีแดงเข้ม 29 จังหวัด เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายชื่อสาขาใกล้เคียงที่เปิดให้บริการได้ทาง websiteของแต่ละธนาคาร

ซึ่งธนาคารสมาชิกพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำในการทำธุรกรรมผ่านช่องทาง MobileBanking เช่น พร้อมเพย์ หรือการชำระเงินด้วย QR Code ที่ธนาคารสมาชิกเปิดให้บริการ เพื่อความสะดวก รวดเร็วและลดความแออัดที่สาขา

นายเฉลิม ประดิษฐอาชีพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายหลังจากมีคำสั่งล็อกดาวน์ในพื้นที่ 13 จังหวัด

และล่าสุดเพิ่มเติมอีก 16 จังหวัด ธนาคารได้มีการกระจายพนักงานสาขาที่ปิดทำการชั่วคราวไปช่วยสาขาที่อยู่นอกห้างสรรพสินค้า (stand alone) ที่เปิดทำการ 5 วัน โดยจะพิจารณาจำนวนตามปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้นในสาขา เพื่อรองรับลูกค้าและความแออัดของปริมาณลูกค้าที่เข้าใช้บริการ เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19

ขณะเดียวกัน ธนาคารได้จ้างลูกจ้างรายวันเพิ่มเติมเข้ามาช่วยแนะนำบริการลูกค้าเพราะจากการสำรวจปริมาณธุรกรรม พบว่าประมาณ 50% จะเป็นธุรกรรมยืนยันตัวตน และการผูกบัญชีถุงเงินเพื่อรับมาตรการเยียวยา ม.33, 39, 40 ภายในเดือน ส.ค.นี้

นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนและปลายเดือนจะมีธุรกรรมของหน่วยข้าราชการค่อนข้างมาก เพื่อออกเอกสารต่าง ๆ รวมถึงการออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใบใหม่ให้กับลูกค้าที่ลืมรหัส เป็นต้น

นอกจากนี้ ธนาคารพยายามสื่อสารถึงลูกค้าลดการใช้บริการที่สาขา โดยแนะนำการทำธุรกรรมบนช่องทางดิจิทัลเช่น การเปิดบัญชี e-Saving บนแอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT หรือการผูกบัญชีพร้อมเพย์ การยืนยันตัวตนผ่านตู้สีเทา

และการใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมีการจองคิวล่วงหน้าผ่าน Krungthai Connext และการแจกคิวลูกค้าที่มาสาขาเพื่อคัดแยกการทำธุรกรรมในช่วงเช้า-บ่าย เป็นต้น เพื่อลดจำนวนลูกค้าที่ต้องมาสาขาให้มากที่สุด

“เรารับทราบถึงปัญหาความแออัดของลูกค้าที่ไปใช้บริการที่สาขา โดยเราจัดทัพพนักงานให้มีความยืดหยุ่นตามปริมาณธุรกรรม หรือ capacity ที่มี และพยายามหามาตรการต่าง ๆเพื่อลดความแออัดลง

เช่น สาขาใหญ่ที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง เช่น สาขาสมุทรสาคร เราได้ทำพื้นที่ให้ลูกค้านั่งรอบริเวณด้านล่างของสาขา จำกัดจำนวนคนเข้าสาขาโดยเว้นระยะห่าง หรือการแจกบัตรคิวและนัดหมายลูกค้าใหม่ พยายามให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มโดยมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำ ตลอดจนการสื่อสารไปยังลูกค้าให้ทำธุรกรรมบนออนไลน์ไม่จำเป็นต้องมาสาขา” นายเฉลิมกล่าว

ปัจจุบันธนาคารกรุงไทยมีจำนวนสาขาที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าราว 108 สาขา ในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด และอีก 24 สาขาใน 16 จังหวัด จากจำนวนสาขาธนาคารทั้งหมดที่มีอยู่ราว 979 สาขา ส่วนพนักงานมีทั้งสิ้นราว 10,900 คน


นายวิฑูรย์ พรสกุลวานิช รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Integrated Channels ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า จากมาตรการล็อกดาวน์สาขาในห้างจำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราว ซึ่งไทยพาณิชย์ได้ปิดชั่วคราวไป 209 สาขาใน 29 จังหวัด ทำให้ผู้ใช้บริการไปใช้บริการสาขานอกห้างจำนวนมาก

โดยธุรกรรมที่ทำส่วนใหญ่ ได้แก่ การฝาก-ถอนเงินสด การขอเปิดบัญชี การสมัครและยกเลิกพร้อมเพย์ การปรับโครงสร้างหนี้ เป็นต้น

ทั้งนี้ ธนาคารได้แบ่งพนักงานเป็นทีมA และทีม B เพื่อสลับชุดทำงาน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงทั้งลูกค้าและพนักงาน ขณะเดียวกัน พนักงานที่ตั้งครรภ์ก็ให้ทำงานที่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยง

ขณะเดียวกัน การให้บริการลูกค้า ณ สาขา พนักงานสาขาจะสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และผู้มาใช้บริการจะต้องสวมหน้ากากอนามัยก่อนเข้ารับบริการ และธนาคารยังคงให้มีการเว้นระยะห่างและลดความแออัดด้วยการจำกัดลูกค้าที่เข้ามารอคิวในสาขา โดยให้ลูกค้านั่งรอคิวได้ตามจำนวนพนักงานที่เปิดช่องบริการ

“ธนาคารยังแนะนำให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ การใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น SCB Easy หรือการใช้บริการผ่านเครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถฝาก ถอนเงินสด รวมถึงชำระสินค้าบริการ (bill payment) ได้ทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์” นายวิฑูรย์กล่าว

ด้านธนาคารกสิกรไทยประกาศยกระดับมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ควบคุมสูง 29 จังหวัด โดยขอความร่วมมือลูกค้าลดการเข้าใช้บริการที่สาขาตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค.เป็นต้นไป โดยให้ลูกค้าที่ต้องการเปิดบัญชีที่สาขาต้องลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้าเท่านั้น หรือเลือกเปิดบัญชีออนไลน์ รวมถึงงดให้บริการแลกเหรียญและธนบัตรย่อย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ