SCB Abacus ปลื้ม “เงินทันเด้อ” ยอดขอสินเชื่อพุ่ง 3 พันล้านต่อเดือน

บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด หรือ SCB Abacus ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่นสินเชื่อออนไลน์ “เงินทันเด้อ” เดินหน้าปล่อยสินเชื่อเติบโต 5 เท่า หลังยอดขอสินเชื่อพุ่ง 3 พันล้านบาทต่อเดือน หลังได้รับเงินลงทุนมูลค่า 400 ล้านบาท จาก 3 พันธมิตร Openspace Ventures, Vertex Ventures Southeast Asia และ CAI Partners มั่นในธุรกิจสินเชื่อออนไลน์กลายเป็นสินเชื่อหลักในอนาคต

วันที่ 16 กันยายน 2564 ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด (SCB Abacus) กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้ระดมเงินทุน Series A มีมูลค่า 12 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 400 ล้านบาท จาก Openspace Ventures พร้อมด้วยผู้ร่วมลงทุน Vertex Ventures Southeast Asia และ CAI Partners โดยบริษัท SCB Abacus ตั้งเป้านำเงินลงทุนนี้ ไปใช้ในการยกระดับเทคโนโลยี และขยายตลาด อีกทั้งสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถ เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดดในตลาดสินเชื่อออนไลน์ภายใต้แบรนด์ “MoneyThunder” หรือ “เงินทันเด้อ”

ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีลูกค้าเข้ามาขอวงเงินเฉลี่ย 3,000 ล้านบาทต่อเดือน เฉลี่ยวงเงิน 1.5-3 หมื่นล้านบาท โดยลูกค้าส่วนใหญ่มากกว่า 60% ที่เข้ามาจะไม่ได้รับการบริการทางการเงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งตรงกับเป้าหมายของธนาคารที่ต้องการให้บริการทางการเงินให้กับลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มการขอสินเชื่อออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีประชากรกว่า 86% ของครัวเรือนยังพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ

ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนที่ไม่ได้รับโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบจากธนาคาร โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และ Machine Learning และข้อมูลทางเลือกอื่นในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้การปล่อยสินเชื่อมีความแม่นยำมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) อยู่ในตัวเลข 2 หลัก โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเติบโต 5 เท่าของยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ จากปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “เงินทันเด้อ” อยู่ที่ 5 ล้านราย

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 พบว่าลูกค้ามีสัญญาผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น แต่ภายหลังจากมีการคลายล็อกดาวน์ลูกค้ากลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยปัจจุบันบริษัทสามารถควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ให้อยู่ในระดับต่ำเป็นตัวเลขหลักเดียว เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการความเสี่ยงได้ค่อนข้างดี

โดยมีระบบ Collection system ที่ออกแบบการติดตามให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย รวมถึงมีระบบ Reward system ที่ให้รางวัลสำหรับลูกค้าที่ผ่อนชำระดี โดยมีสินเชื่อตั้งหลักให้เพิ่ม รวมถึงการคิดอัตราดอกเบี้ยบนความเสี่ยงของลูกค้า ซึ่งปัจจุบันดำเนินการภายใต้ไลเซนส์นาโนไฟแนนซ์อัตราดอกเบี้ย 33% และกำลังจะออกโปรดักต์ตัวใหม่ภายใต้ไลเซนส์บุคคลอัตราดอกเบี้ย 25%

“เรามองว่าการเติบโตของสินเชื่อออนไลน์ในระยะข้างหน้าจะเป็นสินเชื่อหลักของไทยได้เลย เพราะจะเห็นว่าผู้กำกับดูแล Regulator ก็สนับสนุนและเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับสินเชื่อประเภทนี้ โดยเรายังมั่นใจภาพรวมการเติบโตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง และมีเป้าหมายการระดมเงินทุนครั้งต่อไปใน Series B น่าจะเกิดขึ้นได้ภายในปลายปีหน้า และแผนการหาพันธมิตรต่อไปสู่รูปแบบการปล่อยสินเชื่อแบบออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการยกระดับเป็นยูนิคอร์นในระยะข้างหน้า โดย SCB Abacus ถือว่าเป็นฟินเทครายแรกที่ผันตัวออกมาจากธุรกิจธนาคาร”


นางสาวณิชาภัทร อาร์ค ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของ Openspace Ventures กล่าวว่า “Openspace Ventures มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ SCB Abacus เข้าร่วมพอร์ตการลงทุนของเราที่มีการเติบโตอย่างมากในประเทศไทย ทางเรามีความเชื่อมั่นว่า SCB Abacus มีศักยภาพในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญในตลาดประเทศไทย ทีมงานที่มากความสามารถ และเทคโนโลยีระดับโลก ที่พร้อมจะขึ้นเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาสินเชื่อนอกระบบในประเทศไทย และสามารถขยายผลเชิงบวกได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมสร้างความเคลื่อนไหวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้

นางสาวคาร์เมน หยวน พาร์9เนอร์ Vertex Ventures Southeast Asia กล่าวเสริมว่า “เรามีความยินดีที่ SCB Abacus เป็นการลงทุนในบริษัทไทยที่ก่อตั้งโดยคนไทยครั้งแรกของเรา เรามีความตั้งใจที่จะสนับสนุน ดร.สุทธาภา และทีมงาน SCB Abacus ในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นถึง 84% ของกิจการที่มีอยู่ในประเทศไทยกว่า 3 ล้านกิจการ และเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจในประเทศไทย เราเชื่อว่า SCB Abacus มีความสามารถในการขับเคลื่อนและพัฒนาการให้บริการทางการเงินให้มีความเข้าถึงได้มากขึ้นเพื่อผู้ประกอบการรายย่อยกลุ่มนี้ได้”

ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SCB Abacus กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับนักลงทุนระดับโลกอย่าง Openspace Ventures, Vertex Ventures Southeast Asia และ CAI Partnersเราเชื่อมั่นว่าการระดมทุนครั้งนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับรากฐานการเติบโตของ SCB Abacus ได้ทั้งในระยะยาวและเป็นการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป”

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ