เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
ดูทั้งหมด

แบงก์แปลงร่างเทคคอมปะนี เปิดศึกแย่งคนไอที-โละพนักงานรุ่นเก่า

07 พ.ย. 2564 | 08:30น.
ดาต้า

แบงก์เปลี่ยนเกมธุรกิจแปลงร่างเป็น “เทคคอมปะนี” เปิดศึกแย่งตัวคนรุ่นใหม่สายพันธุ์เทค SCBX เปิดรับทีมเทคโนโลยีและดาต้าเอ็นจิเนียร์กว่า 500 อัตรา รับแผนธุรกิจบริษัทใหม่ ชูค่าตอบแทนเร้าใจ-ทำงานแบบ work from anywhere “KBTG” ระดมหาคนเสริมทีม 700-1,000 คน “กรุงศรี ฟินโนเวต” ชี้ทิศทางแบงก์ต้องเปลี่ยนถ่ายพนักงานเป็น “คนเทค” อย่างน้อย 50% รองรับโลกการเงินดิจิทัล ตลาดในประเทศขาดแคลนหนักมาก ต้องยอมทุ่มดึงต่างชาติเสริมทัพ ขณะที่แบงก์เปิดเออร์ลี่รีไทร์ถ่ายเลือดคนรุ่นเก่า

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากธุรกิจธนาคารถูกกระแสดิจิทัลดิสรัปต์อย่างรุนแรง การเข้ามาของฟินเทค (financial technology) ที่สร้างการแข่งขันที่ปรับเปลี่ยนเร็ว และต้นทุนต่ำกว่าของผู้เล่นหน้าใหม่ ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับตัวพัฒนาบริการทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล

พร้อมกับการออกนอกกรอบการเป็นผู้ให้บริการทางการเงินแบบเดิม เช่น ที่ล่าสุดธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ประกาศตั้ง SCBX เป็นบริษัทแม่ พร้อมกับเป้าหมายก้าวสู่การเป็น “กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีการเงินระดับภูมิภาค” หรือเป็นเทคคอมปะนีภายใน 5 ปี

รวมถึงธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ทุกแห่งก็อยู่ในช่วงดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจสู่โลกการเงินดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

SCB รับสายเทค 500 อัตรา

นางพัตราภรณ์ สิโรดม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปีนี้ธนาคารมีการรับบุคลากรด้านเทคโนโลยีและดาต้า มากกว่า 500 อัตรา ซึ่งเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของจำนวนบุคลากรใหม่ที่ต้องการต่อปี โดยแนวโน้มความต้องการบุคลากรในด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในธนาคารและบริษัทในเครือที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นใหม่

สำหรับตำแหน่งที่ธนาคารมีความต้องการต่อเนื่อง ได้แก่ data engineer, data scientist, software engineer, quality assurance, developer, business analyst เป็นต้น เพื่อเข้ามาพัฒนาระบบใหม่ รองรับความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล

ชูค่าตอบแทน-รูปแบบทำงานใหม่

ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทในกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์สามารถแข่งขันได้กับธุรกิจประเภทใกล้เคียงกันในตลาด จึงกำหนดให้บริษัทต่าง ๆ ในกลุ่มสามารถกำหนดแนวทางบริหาร รวมถึงแผนค่าตอบแทนและสวัสดิการได้เอง ถือเป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจธนาคารและบริษัทใหม่ที่กำลังจะจัดตั้งขึ้น เพื่อการบริหารและพัฒนาพนักงานที่มีศักยภาพให้มีโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพและมีการทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (succession planning) อย่างเป็นระบบ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการพัฒนาทักษะความรู้ใหม่ ๆ ให้กับบุคลากรเพื่อทดแทนทักษะที่อาจจะมีความต้องการลดลงในอนาคต

“การสรรหาคนในตลาดมีความท้าทายมากขึ้นกว่าอดีต โดยธนาคารมีวิธีจูงใจจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น วิสัยทัศน์ของธนาคารที่ต้องการเป็น the most admired bank โดยเริ่มจากมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และวัฒนธรรมองค์กรและรูปแบบการทำงานแบบ work from anywhere ที่ให้พนักงานกว่า 70% ทำงานที่ไหนก็ได้ และมีค่านิยมที่เน้นด้านเทคโนโลยี ความรวดเร็ว การสร้างนวัตกรรม และบริหารความเสี่ยง ท้ายที่สุดค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ไม่เฉพาะกับกลุ่มธนาคารเอง แต่ยังมีการเปรียบเทียบกับบริษัทเทคโนโลยี เพื่อให้ดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะและประสบการณ์จากหลายธุรกิจ” นางพัตราภรณ์กล่าว

KBTG รับเพิ่มอีก 1,000 คน

ขณะที่นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้บริษัทต้องการคนด้านเทคโนโลยีที่หลากหลายในทุก ๆ ด้าน โดยคาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะต้องการบุคลากรเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 700-1,000 คน เพื่อตอบโจทย์ในการขยายธุรกิจของบริษัท และธนาคารกสิกรไทย

“แรงจูงใจเรื่องของผลตอบแทนนั้นมองว่า บริษัทจ่ายอัตราที่สามารถแข่งขันในตลาดได้ รวมถึงมีการจูงใจด้วยเนื้องาน และวัฒนธรรมองค์ที่ให้ความสำคัญกับพนักงาน ทุกคนเป็นคน KBTG เท่า ๆ กันแบบ OneKBTG ตลอดจนการให้โอกาสเติบโตแบบก้าวกระโดดในหน้าที่การงาน และพร้อมก้าวไปสู่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในระดับภูมิภาค” นายเรืองโรจน์กล่าว

แบงก์ทรานส์ฟอร์มต้องเปลี่ยนคน

นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บนเส้นทางดิจิทัลทรานส์ฟอร์มของสถาบันการเงินหลาย ๆ แห่งไปสู่บริษัทเทคโนโลยี หรือเทคคอมปะนี เพื่อปรับเปลี่ยนบริการสู่ดิจิทัล ลดต้นทุน และเน้นบริการตัวเองมากขึ้น ทิศทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปของสถาบันการเงินทำให้เกิดภาพการแข่งขันการดึงบุคลากรทางสายไอทีและสายพัฒนาซอฟต์แวร์ รุนแรงมากขึ้นผ่านการเสนอผลตอบแทนที่สูง เพื่อแสวงหาบุคลากรทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

หากองค์กรต้องการก้าวไปสู่เทคคอมปะนีจะต้องมีบุคลากรด้านไอที-สายพัฒนาเฉลี่ย 50% หรืออย่างน้อย 20-30% เนื่องจากในอนาคตทุกอย่างจะอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือเหมือน Neo Bank คือเป็นธนาคารที่อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลและมือถือ โดยลูกค้ามากกว่า 50% จะทำธุรกรรมบนออนไลน์ และลูกค้าใหม่จะมาจากช่องทางออนไลน์ 50% ทำให้องค์กรจำเป็นต้องหาบุคลากรด้านเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาโปรเจ็กต์ต่าง ๆ โดยคาดว่าสถาบันการเงินไทยจะมีนักพัฒนาไปสู่ระดับ 50% น่าจะต้องใช้เวลาอีก 5 ปี จากปัจจุบันแต่ละองค์กรมีบุคลากรด้านนี้เฉลี่ยเพียง 10-15%

ขาดหนักต้องการปีละแสนคน

ผู้บริหารกรุงศรี ฟินโนเวต กล่าวว่า หากดูบุคลากรด้านเทคโนโลยีในไทยพบว่า คนที่มีอยู่ไม่สอดคล้องกับความต้องการในตลาด โดยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) พบว่า ทั้งประเทศมีอยู่ประมาณ 2 หมื่นคน และผลิตใหม่เฉลี่ยปีละ 1,000-2,000 คน แต่ความต้องการในตลาดสูงถึง 1 แสนคน สะท้อนไปถึงการแข่งขันดึงตัวรุนแรงต่อเนื่อง โดยองค์กรขนาดใหญ่จะเสนอผลตอบแทนสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้บริษัทเทคสตาร์ตอัพขนาดเล็กอยู่ไม่ได้

โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะเริ่มเห็นสถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มมองหาการหาบุคลากรด้านเทคโนโลยีในต่างประเทศ หรือไปร่วมมือเป็นพาร์ตเนอร์มากขึ้น เช่น ไทยพาณิชย์ หาพันธมิตรต่างประเทศ, KBTG เฟ้นหาในประเทศจีน ส่วนกรุงศรีอยุธยามีแผนหาในเวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งปัจจุบัน กรุงศรี ฟินโนเวต มีบุคลากรด้านไอทีที่ทำงานให้กับกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ประมาณ 100 คน และหากดูภาพทั้งธนาคารน่าจะมีประมาณ 1,000 คน ซึ่งคงไม่เพียงพอกับการขยายไปสู่ดิจิทัลแบงก์

“ภาพแบงก์ไทยตอนนี้ยังแย่งคนในประเทศอยู่ เพื่อแก้ปัญหาคนขาดแคลนโดยการทุ่มเงินดึงตัว แต่ระยะกลาง-ยาวจะต้องออกไปหาคนนอกประเทศ เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่ไม่อยากทำงานแบบแบงก์อีกแล้ว เห็นจากอัตราการลาออกจะสูงกว่าสายงานอื่น เดิมเฉลี่ยทำงาน 3-4 ปี ปัจจุบันเหลือ 2 ปี และย้ายออกไปเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ถือเป็นอาชีพที่ฮอตในยามนี้” นายแซมกล่าว

Bitkub หาทีมเพิ่ม 350 คน

ขณะที่นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (Bitkub) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวประกาศรับสมัครพนักงานเพิ่ม ภายหลังการประกาศเข้าลงทุนใน Bitkub ของทางไทยพาณิชย์ว่า “หาคนเก่ง ๆ อีก 350 คน มาพัฒนาวงการ blockchain ร่วมกันครับ” พร้อมระบุว่า หากใครอยากจะช่วยพัฒนาประเทศไทยไปข้างหน้าให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินและเทคโนโลยี ให้สมัครเข้ามาร่วมกัน

แบงก์เออร์ลี่ฯโละคนรุ่นเก่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยเพิ่งประกาศโครงการขยายสิทธิ์เกษียณอายุก่อนกำหนดเป็นการเฉพาะคราว สำหรับพนักงานที่มีอายุ 50-55 ปี และมีอายุงาน 20 ปีขึ้นไป ให้สามารถขอเกษียณอายุได้จากเดิมที่ธนาคารให้สิทธิกับพนักงานที่มีอายุ 55-60 ปี โดยปัจจุบันธนาคารมีจำนวนคนที่อายุ 50-55 ปี และอายุงาน 20 ปี มีประมาณ 1,545 คน

โดยผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินค่าชดเชยเกษียณอายุเท่ากับเงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมค่าครองชีพ คูณด้วยจำนวนปีของอายุงาน และมีสิทธิ์ได้รับเงินโบนัสประจำปี 2564 ด้วย ทั้งนี้ ธนาคารจะเปิดให้พนักงานที่สนใจยื่นความจำนง ระหว่างวันที่ 8-30 พ.ย. 2564 และจะมีผลพ้นจากการเป็นพนักงานตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565

ขณะที่เมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ธนาคารไทยพาณิชย์ก็มีการเปิดโครงการเออร์ลี่รีไทร์ “จากด้วยใจ” ครั้งที่ 2 ของปี โดยเปิดให้พนักงานที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป สมัครใจลาออก ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 33.3 เดือน

ค่าจ้างคน IT เริ่มต้น 3.5 หมื่น

ด้านนายอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ค่าตอบแทนของพนักงานที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) รวมถึงศาสตร์ที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล หรือ data analytic ในปัจจุบันถือว่ามีอัตราที่ค่อนข้างสูง โดยค่าตอบแทนจะสูงขึ้นตามประสบการณ์ของพนักงาน

ในกรณีอายุงาน 0-2 ปี ส่วนใหญ่เป็นไอทีทั่วไป อัตราปกติที่ 15,000-35,000 บาทต่อเดือน กรณีมีประสบการณ์ 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี ประมาณ 60,000-120,000 บาทต่อเดือน กรณีประสบการณ์ 15 ปี เป็นต้นไป จะอยู่ที่ 120,000-250,000 บาทต่อเดือน ส่วนระดับหัวหน้างานอายุงานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป อยู่ที่ประมาณ 650,000-800,000 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ ในหลายองค์กรได้มีการแบ่งงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก สำหรับกลุ่มไอที สำหรับยุคเดิม เช่น งานที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ซ่อมเครื่อง จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ และกลุ่มที่สอง คือ พนักงานที่ได้เพิ่มทักษะการทำงานที่เดิมอาจจะเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง มาสู่ทักษะด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมถึงงานการประเมินผลผ่านระบบคลาวด์ รวมไปถึงวิศวกรซอฟต์แวร์ (software engineer) และสำหรับอายุงานไม่เกิน 8-10 ปี ค่าตอบแทนอยู่ที่ 60,000-190,000 บาทต่อเดือน

“อัตราเงินเดือนในกลุ่มนี้จะกว้างมาก ขึ้นอยู่กับว่าความต้องการของแต่ละองค์กร เพราะภายในประเทศยังมีข้อจำกัด คือ สถาบันการศึกษายังไม่สามารถผลิตคนทำงานด้านนี้โดยตรง จึงเกิดเทรนด์แย่งชิงคนเก่งด้านเทคโนโลยี และบางองค์กรได้จ้างพนักงานต่างชาติเข้ามาเสริมทีมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน”

นายอภิวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทิศทางของธุรกิจงานด้านการบริหารงานบุคคล (HR) หากพูดถึงในแวดวง HR ทั่วไป อาจจะไม่ได้มีการขยับของธุรกิจมากนัก แต่หากเป็นงาน HR ที่เกี่ยวข้องกับด้านการปรับเปลี่ยนคนทำงาน หรือ “people transformation” อาจจะเป็น “ปีทอง” เนื่องจากหลากหลายองค์กรมีการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรของภาคธุรกิจ อีกทั้งการเปลี่ยน “วิธีการ” ทำงานมากกว่า เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้องค์กรไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใดก็ตาม