Skip to content
ดูทั้งหมด

KBank เผยแผนปี’65 เตรียมเปิดกองหุ้นอสังหาริมทรัพย์ไทยนอกตลาด

24 ก.พ. 2565 | 11:58น.
ลงทุน เว็บไซต์

ลงทุน เว็บไซต์

KBank Private Banking  ชี้หุ้นนอกตลาดเป็นสินทรัพย์ลดความผันผวนของพอร์ตและให้ผลตอบแทนที่ดี  2 ปีที่ผ่านมาสร้างผลกำไรเฉลี่ยกว่า 40%  สำหรับปี’65 เตรียมรุกเสนอนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์การลงทุนทางเลือกต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนความก้าวหน้าของเศรษฐกิจไทย ด้วยการเปิดกองหุ้นอสังหาริมทรัพย์ไทยนอกตลาด (Real Estate Private Equity in Thailand)

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ Private Banking Business Head Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า หุ้นนอกตลาด หรือ ไพรเวทอิควิตี้ (Private Equity)  ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นแอทเสทคลาสที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก 14% ต่อปี  ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สามารถลดความผันผวนของพอร์ตได้ เนื่องจากราคาจะไม่ผันผวนตามตลาดหลักทรัพย์ แต่จะขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานจริงของธุรกิจ นอกจากนี้ยังช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงธุรกิจซึ่งอยู่ในวัฏจักรที่หลากหลาย และได้รับประโยชน์จากการเติบโตของกิจการก่อนที่จะเข้าตลาดฯ ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีและมีเสถียรภาพกว่าได้ในระยะยาวและหุ้นนอกตลาดส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Market)

โดยตลอดในช่วงที่ผ่านมา KBank Private Banking ได้เสนอขายกองทุนไพรเวทอิควิตี้ ซึ่งลงทุนในหุ้นนอกตลาดของบริษัทต่างประเทศไปแล้วทั้งสิ้น 2 กองทุน ได้แก่ กองทุน K-GPE19A-UI ซึ่งลงทุนในกิจการที่มั่นคง มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอและเติบโตอย่างรวดเร็ว และกองทุน K-GTPE20A-UI ซึ่งลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี และเป็นแหล่งสร้างการเติบโตที่สำคัญ โดยกองทุน K-GPE19A-UI สามารถสร้างผลกำไรกว่า 43% ในขณะที่ กองทุน K-GTPE20A-UI สร้างผลตอบแทนได้ 3.8% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

และในเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา  ได้ร่วมกับ บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เสนอขายกองทุนใหม่ LH-THAIPE1UI (LH Fund Thai Private Equity 1 Not for Retail Investors) ซึ่งลงทุนในธุรกิจไทยขนาดเล็กถึงขนาดกลาง 8-12 บริษัท ที่มีรายได้ระหว่าง 500 – 3,000 ล้านบาท และเป็นธุรกิจมีกำไรอยู่แล้วหรือเคยทำกำไรได้ดีแต่ประสบปัญหาระยะสั้น โดยอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการเสนอขายหุ้นนอกตลาดของบริษัทไทยในรูปแบบของกองทุนเปิด และได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูง

ดร.ตรีพล ภูมิวสนะ

โดยสามารถระดมทุนได้มูลค่ารวม 3,677 ล้านบาท หลังจากเสนอขายเพียง 14 วัน  ซึ่งการนำเสนอขายกองทุนหุ้นนอกตลาดของบริษัทในประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ KBank Private Banking ในการใช้เครื่องมือและความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนของเราในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจไทย และขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ  และช่วยผลักดันให้ธุรกิจไทยเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

ทั้งนี้กองทุนไพรเวทอิควิตี้ที่เสนอขายไปจะมีน้ำหนักในการลงทุนเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแม้จะเห็นหุ้นเทคโนโลยีติดลบ แต่มองว่าเราไม่สามารถขาดเทคโนโลยีได้ยิ่งมีโควิดเข้ามายิ่งตอกย้ำกว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ด้วยราคาที่ปรับลงมาจากความกังวลที่มีจากสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วการถือหุ้นเทคโนโลยีไว้ในพอร์ตระยะยาวยังคงน่าสนใจเพราะในที่สุดหุ้นเทคโนโลยีจะต้องกลับมา

“ สำหรับปี 2565 นี้ KBank Private Banking ได้มีแผนที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนทางเลือก (Alternative Investment) อื่นๆ เพิ่มเติม อย่างต่อเนื่อง นอกจากกองทุนหุ้นนอกตลาด (Private Equity Fund) แล้ว จะมีการออกกองทุนหุ้นนอกตลาดที่มีสภาพคล่อง   (Liquid Private Equity Fund) หนี้ภาคเอกชน (Private Debt) และ หุ้นอสังหาริมทรัพย์ไทยนอกตลาด (Real Estate Private Equity in Thailand) เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพื่อสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจให้กับพอร์ตการลงทุนของลูกค้า ตั้งเป้าหมายครองความเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์การลงทุนทางเลือก (Alternative Investment)” ดร.ตรีพล กล่าวปิดท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุน ธนาคารกสิกรไทย (KBank)