บล.ฟิลลิป ประเมินตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสแกว่งตัวทางขึ้นในกรอบ 1,620-1,640 จุด รับปัจจัยภายในดูมีพัฒนาการโดดเด่น หลังรัฐประกาศให้สถานประกอบการกลางคืน ผับ-บาร์-ร้านนวด เปิดให้บริการใน 1 มิ.ย.นี้ สร้างบรรยากาศเชิงบวกให้การท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่ต้องจับตาถ้อยแถลงประธานเฟดในวันพรุ่งนี้
วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ว่า มีโอกาสแกว่งตัวออกด้านข้างอิงทางขึ้นในกรอบ 1,620-1,640 จุด หลังตลาดซึมซับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกไปค่อนข้างมาก ทั้งในประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด และผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน จึงน่าจะเข้าสู่ช่วงจับตารอพัฒนาการใหม่จากปัจจัยเดิม ได้แก่ 1.รายงานการประชุมของเฟดที่จะออกมาในช่วงกลางสัปดาห์ และถ้อยแถลงของประธานเฟดในวันพรุ่งนี้
และ 2.ราคาน้ำมันดิบที่แกว่งตัวออกด้านข้างบริเวณบวกลบ 110 เหรียญ ขณะที่ปัจจัยภายในดูมีพัฒนาการโดดเด่นกว่าทั้งการเปิดเมืองที่ใกล้เข้ามา และการเริ่มประกาศให้สถานประกอบการกลางคืน ผับ-บาร์ รวมถึงร้านนวด เปิดให้บริการใน 1 มิ.ย.นี้ สร้าง Sentiment เชิงบวกให้การท่องเที่ยวอีกครั้ง
นอกจากนี้ ทิศทางการประกาศเป็นโรคประจำถิ่นของไทยเริ่มชัดเจน หลังข้อมูลจาก Google Mobility เผยทิศทางกิจกรรมและสันทนาการนอกบ้านเป็นไปในทิศทางขึ้น ขณะที่อัตราการอยู่บ้านของประชากรทั่วโลกเริ่มเข้าใกล้เส้น 0 จึงมองไทยจะปรับเปลี่ยนนโยบายอิงไปในทิศทางเดียวกัน แม้การท่องเที่ยวที่เกิดในระยะนี้ อาจยังต้องอิงการท่องเที่ยวจากภายในประเทศกันเองเป็นหลักไปก่อน
เนื่องจากเป็นช่วงรอการฟื้นตัวของประเทศจีน หลังเผชิญ COVID-19 จึงทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากจีนยังไม่พื้นตัวดีนัก แต่โดยรวมถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ดีต่อโอกาสการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของไทยในระยะต่อไป โดยรวมจึงมองตลาดหุ้นไทยวันนี้ จะปรับตัวขึ้นได้ โดยอิงปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก
กลยุทธ์การลงทุน ยังชอบหุ้นที่อิงกับการเปิดเมืองเปิดประเทศทั้งในและนอกประเทศ เช่น MINT, CENTEL, CPALL, BJC, CPN หรือหุ้นในกลุ่มสื่อที่งบฯโฆษณามักฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ เช่น BEC, PLANB
ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้คือ 1.รายงานการประชุมเฟด ตัวเลข GDP สหรัฐ และยอดขายบ้านใหม่ และตัวเลข PCE 2.ตัวเลข PMI ภาคการผลิตและบริการ และการประชุมของกลุ่มประเทศในยูโรโซน และ 3.ตัวเลขนำเข้า-ส่งออก เดือน เม.ย.ของไทย