ส่องกำไรหุ้นบรรจุภัณฑ์ “STP” ก่อนเทรด mai วันแรก 14 มิ.ย.

STP-สหไทยการพิมพ์

บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจรับพิมพ์บรรจุภัณฑ์กระดาษและสิ่งพิมพ์ทุกชนิด  เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ  (mai) 14 มิ.ย.นี้

วันที่ 13 มิถุนายน 2565 บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน)  ประกอบธุรกิจรับพิมพ์บรรจุภัณฑ์กระดาษและสิ่งพิมพ์ทุกชนิด โดยเป็นผู้ให้บริการตั้งแต่การพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ การจัดทำเพลทที่มีคุณภาพสูง การพิมพ์งานสูงสุด 12 สี และมีบริการหลังพิมพ์ต่าง ๆ เช่น การเคลือบยูวี การปั๊มฟอยล์ทอง การปั๊มฟอยล์เงิน การประกบลูกฟูก การไดคัท เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในส่วนงานทางภูมิศาสตร์เดียวกัน คือ ในประเทศไทยเท่านั้น

โครงสร้างรายได้

โครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ ประกอบด้วย 1) รายได้จากการขาย คือ รายได้จากการผลิตบรรจุภัณฑ์ด้วยกระดาษที่บริษัทฯ จัดหาให้ และ 2) รายได้จากการให้บริการ คือ รายได้จากการผลิตบรรจุภัณฑ์ด้วยกระดาษที่ลูกค้าจัดหามาเอง ดังนี้ (ดูตาราง)

ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 เป็นต้นมา ได้ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลก ในขณะที่ช่วง ไตรมาส 1/2565 ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของชาติตะวันตก

อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของบริษัทฯ ในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ไม่ได้ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 1/2565 อย่างมีนัยสำคัญ

โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการเติบโตต่อเนื่องในปี 2563 -2564 และไตรมาส 1/2565 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 19.0%, 27.4% และ 5.5% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยหลักเป็นผลมาจากลูกค้ารายใหญ่รายเดิม ๆ ซึ่งส่วนมากเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลบรรจุกระป๋องและอาหารทะเลแปรรูป ได้เพิ่มยอดสั่งผลิตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในสวนของฐานะการเงินโดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 524.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น

ทั้งนี้ หนี้สินรวม เพิ่มขึ้นจาก 250.6 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 386.4 ล้านบาท ในงวด 1Q2565 โดยหลักประกอบด้วยเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น หนี้สินตามสัญญาเช่า และเงินกู้ยืม โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565บริษัทฯ มีหนี้สินรวมจำนวน 386.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.7ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 59.2 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น  (ดูตาราง)

Advertisement

ขายหุ้นไอพีโอ 25.4 ล้านหุ้น

จำนวน 25,400,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 25.4 ของจํานวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ (ดูตาราง)

แผนระดมทุน

บริษัทมีวัตถุประสงค์ในการใช้เงินหลังระดมทุนเพื่อเป็นเงินทุน ปขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ ดังนี้  (ดูตาราง)

 

จ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% 

บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีจากงบเฉพาะกิจการในแต่ละงวด หลังหักเงินสำรองตามกฎหมายและตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาการจ่ายเงินปันผลโดยคำนึงผลประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นเป็นหลักและการจ่ายเงินปันผลนั้นจะต้องไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานตามปกติของบริษัทฯ

ทั้งนี้การจ่ายปันผลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงิน สภาพคล่อง แผนการขยายธุรกิจ ความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นใดในอนาคตและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานของบริษัทฯ