ห้องค้ากสิกรไทย ปรับคาดการณ์ค่าเงินบาทสิ้นปีนี้ใหม่อีกรอบ คาดอยู่ที่ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ จากครั้งก่อนคาดที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ประเมิน กนง. ขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ขณะที่ปลายปีเฟดจะชะลอขึ้นดอกเบี้ย เหตุกังวลเศรษฐกิจถดถอย ชี้ช่วยลดแรงกดดันค่าเงินบาท-ไตรมาส 4 กลับมาแข็งค่าขึ้น
วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 ฝ่ายงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย (ห้องค้ากสิกรไทย) เปิดเผยว่า กสิกรไทยได้ปรับคาดการณ์ค่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2565 นี้ว่าจะอยู่ที่ 35.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากก่อนหน้านี้คาดการณ์ที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมาจากแรงกดดันส่วนต่างดอกเบี้ยที่จะลดลง เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ขณะที่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐ จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี รวมถึงแรงหนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย
อย่างไรก็ดี ในระยะนี้ ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบระดับ 36.75 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงกดดันการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยกับสหรัฐ ก่อนที่ค่าเงินบาทจะมีแนวโน้มกลับมาแข็งค่าในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี หลังจากที่ช่วงที่ผ่านมา ค่าเงินบาทอ่อนค่าไปมากกว่าคาด สาเหตุหลักเนื่องจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 ของเฟด
นางสาวกฤติกา บุญสร้าง ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ตามที่ห้องค้ากสิกรไทยได้ปรับคาดการณ์ค่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2565 นี้ ว่าจะอยู่ที่ 35.00 บาทต่อดอลลาร์นั้น หมายความว่าค่าเงินบาทในปีนี้อ่อนค่าเฉลี่ย 4.75% ถือว่าอ่อนค่าไม่มากนัก เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อ่อนค่าถึง 10.34%
“ในระยะข้างหน้า เราประเมินว่าแรงกดดันต่อค่าเงินบาทจะชะลอลง จากการขึ้นดอกเบี้ยของ ธปท. ที่คาดว่าจะขึ้นครั้งละ 0.25% ในเดือน ส.ค. และ พ.ย.นี้ และเฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในปลายปี เพราะกลัวเรื่องเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยก็จะแคบลง” นางสาวกฤติกากล่าว