Skip to content

เปิดกฏหมาย ‘เมาแล้วขับ’ โทษหนัก ทั้งจำคุก-ปรับสูง ประกันไม่คุ้มครอง

31 ธ.ค. 2568 | 17:03น.
เปิดกฏหมาย ‘เมาแล้วขับ’ โทษหนัก ทั้งจำคุก-ปรับสูง ประกันไม่คุ้มครอง

เมาแล้วขับ ปีใหม่ 2569 โทษหนัก จำคุก-ปรับสูง ประกันไม่คุ้มครอง เจ้าของรถเสี่ยงโดนเพิ่มเบี้ยประกัน

ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางจำนวนมาก ทั้งกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว ทำให้ความเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่มสูง หน่วยงานภาครัฐจึงย้ำมาตรการคุมเข้ม “เมาแล้วขับ โทรแล้วขับ และขับรถเร็ว” เพื่อป้องกันความสูญเสีย โดยเน้นว่าผู้ขับขี่ต้องปลอดแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด

เมาแล้วขับ กี่มิลลิกรัมถึงผิดกฎหมาย?

เกณฑ์วัด “เมาแล้วขับ” กำหนดไว้ว่า

  • ตรวจพบแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
    ➜ ถือว่าผิดกฎหมายทันที
    ➜ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี
    ➜ ปรับ 5,000–20,000 บาท
    ➜ พักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

กรณีผู้ขับอายุต่ำกว่า 20 ปี มีใบขับขี่ชั่วคราว หรือกำลังพักใบขับขี่ หากตรวจเจอแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แม้จะยังไม่เข้าข่ายเมาแล้วขับ แต่ยังถือว่า “ดื่มสุรา” และมีโทษเช่นกัน ตามกรอบโทษจำคุกและค่าปรับเดียวกัน พร้อมพักใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

ไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ = ถือว่าเมาแล้วขับ

หากผู้ขับขี่ปฏิเสธ ไม่ยอมให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ จะถูกถือว่า เมาแล้วขับทันที และรับโทษเทียบเท่ากับกรณีตรวจพบเกินกฎหมายกำหนด

เมาแล้วขับแล้วเกิดอุบัติเหตุ โทษเพิ่มหลายระดับ

หากเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุ ผลทางกฎหมายจะรุนแรงเพิ่มขึ้นตามความเสียหายที่เกิดขึ้น

  • ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายหรือจิตใจ
    จำคุก 1–5 ปี | ปรับ 20,000–100,000 บาท | พักใบขับขี่อย่างน้อย 1 ปี หรือเพิกถอนถาวร

  • ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส
    จำคุก 2–6 ปี | ปรับ 40,000–120,000 บาท | พักใบขับขี่อย่างน้อย 1 ปี หรือเพิกถอนถาวร

  • ทำให้เสียชีวิต (โทษหนักที่สุด)
    จำคุก 3–10 ปี | ปรับ 60,000–200,000 บาท | เพิกถอนใบขับขี่ถาวร

ตัวเลขบทลงโทษสะท้อนชัดว่า “เมาแล้วขับ” ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตและสร้างผลกระทบต่อสังคมวงกว้าง

เมาแล้วขับ ประกันไม่คุ้มครอง — และอาจต้องจ่ายคืน

อีกประเด็นสำคัญที่หลายคนยังไม่รู้ คือผลกระทบต่อ ประกันภัยรถยนต์

หากตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

  • บริษัทประกัน ไม่คุ้มครองความเสียหายของผู้เอาประกัน
  • แต่ยังต้องจ่ายให้ “คู่กรณี” ตามกรอบกฎหมาย
  • หลังจากนั้น บริษัทประกันสามารถเรียกเงินคืนจากเจ้าของรถ
  • และมีความเสี่ยงถูก เพิ่มเบี้ยประกัน ในปีถัดไป

กล่าวง่าย ๆ คือ เมาแล้วขับ ไม่ได้เจอแค่โทษทางกฎหมาย แต่ยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก โดยไม่สามารถพึ่งพาประกันภัยได้เหมือนกรณีอุบัติเหตุทั่วไป

ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด — ไม่ดื่มก่อนขับ

มาตรการที่ดีที่สุดคือ “ป้องกันก่อนเกิด”

  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ
  • หากดื่มแล้ว ให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ แท็กซี่ หรือแอปเรียกรถ
  • หากจำเป็นต้องใช้รถ ให้ผู้ที่มีสติและไม่ได้ดื่มเป็นคนขับ
  • หรือพักจนกว่าจะสร่างเมา ไม่ควรฝืนขับเอง

การตัดสินใจไม่ดื่มเมื่อขับ และไม่ขับเมื่อดื่ม คือวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และปัญหากฎหมายที่อาจตามมา