ภาวะหลอดเลือดอุดตัน “VITT” รุนแรงถึงเสียชีวิต พบในผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด อายุน้อยกว่า 60 ปี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็น
ภาวะข้างเคียงหลังได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข้าสู่ร่างกาย และน่าจะทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจมากที่สุด คือ ภาวะ VITT (Vaccine-induced immune thrombotic thrombocytopenia) หรือ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่กระตุ้นการเกิดหลอดเลือดอุดตัน
“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภาวะ VITT เพื่อให้คนที่กำลังจะเข้ารับการฉีดวัคซีนหรือฉีดวัคซีนไปแล้ว ได้ทำความเข้าใจถึงภาวะข้างเคียงดังกล่าว (ข้อมูลจาก นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) ดังนี้
ภาวะ VITT เป็นภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่มีอาการหลอดเลือดอุดตันร่วมด้วย เกิดภายหลังได้รับวัคซีน โดยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด-19 ชนิด Viral vector vaccine เช่น วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน
แม้จะเป็นภาวะที่อาจเกิดอาการรุนแรง ที่สามารถทำให้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน แต่ข้อมูลที่เคยปรากฎพบว่า ภาวะไม่พึงประสงค์ดังกล่าวคาดการณ์ว่าน่าจะมีโอกาสต่ำมาก อยู่ระหว่าง 1: 125,000 – 1: 1,000,000 คน ผู้ที่จะเกิดอาการดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุต่ำกว่า 60 ปี จะแสดงอาการหลังฉีดวัคซีนประมาณ 4-30 วัน
อาการที่สามารถบ่งบอกได้ว่าอาจมีหลอดเลือดอุดตัน
- ปวดศีรษะรุนแรง
- แขนขาชาอ่อนแรง
- หน้าเบี้ยว
- ปากเบี้ยว
- พูดไม่ชัด
- ชัก
- ตามัว
- เห็นภาพซ้อน
- เหนื่อยง่าย
- หายใจลำบากหรือติดขัด
- เจ็บ แน่นหน้าอก
- ปวดท้อง
- ปวดหลังรุนแรง
- ขาบวมแดงหรือซีด เย็น
หากผู้ได้รับวัคซีนคนใดมีอาการบ่งชี้ว่าอาจมีหลอดเลือดอุดตัน หลังได้รับวัคซีนภายใน 30 วัน ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที และหากแพทย์ตรวจพบว่ามีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร่วมกับค่า D-dimer ที่ผิดปกติในผู้ป่วยหลอดเลือดอุดตันจะพิจารณาให้การรักษาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว