พระมหาไพรวัลย์ พระมหาสมปอง เส้นทางพระนักเทศน์ไลฟ์ทะลุเพดาน

พระมหาไพรวัลย์ พระมหาสมปอง กว่าจะเป็นพระนักเทศน์ไลฟ์ทะลุเพดาน

เปิดเส้นทาง 2 พส. พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง แห่งวัดสร้อยทอง ผู้สร้างกระแสในโซเชียล เปลี่ยนการเทศน์ให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

วันที่ 6 กันยายน 2564 จากกระแสฮือฮาบนโลกโซเชียล ที่พระนักเทศน์ชื่อดัง 2 รูป ได้แก่ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต แห่งวัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร พากันไลฟ์สดเทศนาธรรมผ่านเฟซบุ๊ก ด้วยลีลาการพูดที่สนุกสนาน และเป็นกันเอง เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับชาวเน็ต กระทั่งเกิดกระแสที่แบรนด์ต่าง ๆ เข้าไปร่วมคอมเมนต์ รวมถึงมีฟีดแบ็กจากรอบด้าน ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับของพระนักเทศน์ ที่ชาวเน็ตเรียกกันติดปากว่า “พส.” (พระสงฆ์) วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” จะเปิดเส้นทาง พส.สองพี่น้อง ซึ่งแซวตัวเองว่า รักและนับถือกันดั่งกาสะลองและซ้องปีป ให้ได้ทราบที่มาที่ไปก่อนจะกลายเป็นขวัญใจโซเชียล

พระมหาสมปอง

มีชื่อเต็มว่า พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต เกิดที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 ปัจจุบันอายุ 42 ปี บวชมานาน 22 พรรษา สำหรับฉายา ตาลปุตฺโต แปลว่า บุตรของนางตาล เนื่องจากแม่ชื่อนางตาล นามสกุลเดิม นครไธสง โดยพระมหาสมปองเป็นลูกคนเล็กจากพี่น้องทั้งหมด 7 คน

พระมหาสมปอง เริ่มเรียนที่โรงเรียนบ้านป่าว่าน อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อ พ.ศ. 2541 ศึกษาพระปริยัติธรรมกระทั่งสามารถสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค ทั้งยังมานะเรียนจนจบปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) เอกปรัชญา ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาโท สังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต (สส.ม.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทใบที่ 2 หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (พธ.ม.) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระมหาสมปอง มีเอกลักษณ์ด้านการเทศน์ซึ่งยากที่ใครจะเลียนแบบ ด้วยการเทศน์สอดแทรกมุขตลก โดนใจทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เพื่อเปิดโลกให้พุทธศาสนิกชนเห็นว่า ศาสนาไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ ขึ้นอยู่กับวิธีนำเสนอ และบางครั้งยังสอดแทรกประเด็นการเมืองและสถานการณ์ปัจจุบันระหว่างเทศน์ด้วย

พระมหาสมปอง ได้รับรางวัลเกียรติคุณมาหลายรายการ เช่น

  • รางวัลพระราชทาน “เสาเสมาธรรมจักร” ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สาขาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานสัปดาห์วิสาขบูชาโลก พ.ศ. ๒๕๕๑
  • รางวัล “จำนง ทองประเสริฐ” ฐานะผู้มีผลงานดีเด่นในสาขา “พระพุทธศาสนา” พ.ศ. ๒๕๕๑
  • รางวัล “คนดีศรีแผ่นดิน” ประจำปี ๒๕๕๐ จากหนังสือพิมพ์สื่อสารธุรกิจ พ.ศ. ๒๕๕๐
  • นิตยสาร Positioning ยกย่องให้เป็น “50 ผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี” พ.ศ. ๒๕๕๐ ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีผลงานทางโทรทัศน์ เป็นพระวิทยากรประจำรายการ “ธรรมะเดลิเวอรี่” และ “หลวงพี่มาแล้ว” , คุณพระช่วย, โหนกระแสแต่เช้า รวมถึงผลงานทางช่อง YouTube เช่น “พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต Channel” ซึ่งมีผู้ติดตามถึง 2.43 แสนคน และยังเขียนหนังสืออีกกว่า 20 เล่ม เช่น หนังสือชุด “ธรรมะเดลิเวอรี่” , “ธรรมะฮาเฮ”

ทั้งนี้ สามารถเข้าไปติดตามธรรมะฉบับพระมหาสมปองได้ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก fanpage พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ซึ่งตอนนี้มีผู้ติดตามแล้วถึง 7.3 แสนคน

พระมหาไพรวัลย์

เดิมชื่อ ไพรวัลย์ วรรณบุตร ปัจจุบันอายุ 29 ปี เป็นชาวอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี พ่อกับแม่มีอาชีพก่อสร้าง เมื่อเรียนจบชั้น ป.6 จึงตัดสินใจบวชอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย กระทั่งเรียนนักธรรมและภาษาบาลีจนถึงอายุ 18-19 ปี จบเปรียญธรรม 7 ประโยค


พ.ศ. 2555 อายุใกล้บวชพระแล้ว พระมหาไพรวัลย์จึงย้ายมาเรียนที่วัดสร้อยทองจนจบนักธรรมเอกและเปรียญธรรม 9 ประโยค กลายเป็นสามเณรเปรียญธรรม 9 ประโยครูปแรกของจังหวัดสุโขทัย

จากนั้นศึกษาต่อปริญญาโทพุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะเปรียญธรรม 9 ประโยคเทียบเท่ามีปริญญาตรี ขณะนี้กำลังศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ

สำหรับบางคนอาจคิดว่าพระมหาไพรวัลย์เพิ่งเริ่มมีชื่อเสียง แต่แท้จริงแล้วพระมหาไพรวัลย์โด่งดังมาได้ 4-5 ปีแล้ว ด้วยความเป็นพระนักคิด นักเขียน วิจารณ์สังคมอย่างตรงไปตรงมา จนเกิดกระแสดราม่าอยู่บ่อยครั้ง

พระมหาไพรวัลย์เปิดเผยในส่วนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ว่า เล่นเฟซบุ๊กมานานแล้ว การสอนหรือเผยแผ่ธรรมะ ต้องเรียนรู้และปรับไปตามยุคตามสมัย อย่างการใช้คำศัพท์สมัยใหม่ในโลกโซเชียลมาใช้ในการเทศน์เพื่อสร้างอรรถรส หรือศัพท์เอกลักษณ์ประจำเพจดังต่าง ๆ มาใช้ในการตอบคอมเมนต์สร้างเสียงหัวเราะให้กับญาติโยม

ปัจจุบันสามารถติดตามพระมหาไพรวัลย์ได้ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ เป็นช่องทางหลัก ที่เพิ่งมียอดผู้ติดตามทะลุ 1 ล้านคนไปเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

โดยพระมหาไพรวัลย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขอบคุณทุกคนนะ ขอบคุณมาก ๆ ขอบคุณสำหรับการติดตาม ขอบคุณที่ชื่นชม (หรือไม่ชื่นชมก็แล้วแต่สิ #สภาพ)

ขอบคุณที่มอบพื้นที่ (ที่มากขึ้น) ให้กับพระตัวเล็กแบบอาตมาได้เข้าไปอยู่ในเสียงหัวเราะหรือเข้าไปเป็นเสี้ยวแห่งความสุข (น้อย ๆ) ของใครหลาย ๆ คน ขอบคุณสำหรับ 1,000,000 การติดตาม และขอบคุณคำว่า สภาพนะน้องนะ #จึ้งมากก #ปั๊วมากก #ก็แมสไปเลยสิ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ