เปิดชื่อ 25 จังหวัด ศบค.ไฟเขียวดื่มได้ถึง 5 ทุ่ม จัดงานเลี้ยงเกิน 1,000 คน

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน

ศบค.ปรับโซนพื้นที่สีใหม่หลังสถานการณ์ระบาดโอมิครอนไม่รุนแรง ไฟเขียวเพิ่ม 25 จังหวัดสีเหลืองดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึง 5 ทุ่ม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม โรงแรม จัดงานเลี้ยง จัดกิจกรรม รวมกลุ่มคนเกินกว่า 1,000 คนได้ตามปกติ พร้อมขยายพื้นที่แซนด์บอกซ์เพิ่มอีก 2 จังหวัดที่ชลบุรี และตราด และสามารถเชื่อมโยงกับภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานีได้ รวมทั้งรองรับนักท่องเที่ยว-นักลงทุนในพื้นที่ EEC 

วันที่ 20 มกราคม 2565 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อประจำวันว่า สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 มีผู้ป่วยรายใหม่ 8,129 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 129,627 ราย หายป่วยแล้ว 79,847 ราย เสียชีวิตสะสม 289 ราย

ส่วนข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,353,062 ราย หายป่วยแล้ว 2,248,341 ราย และเสียชีวิตสะสม 21,987 ราย

ส่วนผู้มารับวัคซีน ณ วันที่ 19 มกราคม 2565 มีผู้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 43,455 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 101,021 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 344,979 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 – 19 มกราคม 2565 มีผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมด จำนวน 110,799,936 โดส

“ที่สำคัญผู้ป่วยอาการหนักและต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ในระดับหลักร้อยราย โดยผู้ป่วยอาการหนักอยู่ที่ 533 ราย และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ที่ 118 ราย นั่นหมายความว่าระบบสาธารณสุขยังสามารถรองรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงได้” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว

ส่วนสถานการณ์ในต่างประเทศทั่วโลก มียอดผู้ติดเชื้อรวม 339,310,261 ราย อาการรุนแรง 96,807 ราย รักษาหายแล้ว 272,865,739 ราย เสียชีวิต 5,583,542 ราย

อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 69,779,442 ราย 2.อินเดีย จำนวน 38,216,399 ราย 3.บราซิล จำนวน 23,420,861 ราย 4. สหราชอาณาจักร จำนวน 15,506,750 ราย 5.ฝรั่งเศส จำนวน 15,175,464 ราย โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 26 ของโลกจากจำนวน 2,353,062 ราย

“สถิติของโลกสัปดาห์หนึ่งขึ้นไปถึง 20 ล้านคน ถือว่าเยอะ แต่อัตราการเสียชีวิตไม่เยอะ สะท้อนภาพความรุนแรงไม่มากเมื่อเทียบกับของเดิม” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว และว่า

ชี้คุมสถานการณ์ระบาดได้ เตียงเหลือเพียบ

เมื่อมาดูในกราฟที่เป็นลักษณะการคาดการณ์ของประเทศไทย หรือฉากทัศน์ที่เคยมีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ พบว่า เส้นกราฟสถานการณ์จริง (สีน้ำเงิน) มีทิศทางอยู่ระหว่างเส้นการคาดการณ์ (สีเทา) หรือต่ำกว่าเส้นคาดการณ์ กับเส้นที่เราอยากให้เกิด (สีเขียว) หรือเส้นพึงประสงค์ ซึ่งเป็นทิศทางที่เราอยากให้เห็นที่เป็นความร่วมมือกัน

ขณะเดียวกันภาพของอัตราการเสียชีวิตยังอยู่ต่ำกว่าเส้นสีเขียวหรือเส้นที่พึงประสงค์นานแล้ว ซึ่งก็ต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงสาธารณสุขด้วย

สำหรับอัตราการใช้เตียงทั่วประเทศขณะนี้ใช้ไปเพียง 33% โดยอัตราเตียงทั่วประเทศอยู่ที่ 147,000 เตียง หรือประมาณ 49,000 เตียง ยังยืนยันว่ามีทรัพยากรที่สามารถใช้ได้

เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 2 เดือน ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบและเห็นชอบ และเป็นการขยายคราวที่ 16 แล้ว เป็นการขยายระยะเวลาเพื่อป้องกันและควบคุมโรคเป็นหลักสำคัญ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ -31 มีนาคม 2565

ปรับพื้นที่สีใหม่ เพิ่มพื้นที่สีเหลือง 25 จังหวัด

เรื่องที่ 3 เป็นเรื่องการปรับระดับพื้นที่ของสถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร หรือการปรับพื้นที่สี เพื่อปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เดิมพื้นที่จะเป็นสีส้มทั้งหมด แต่หลังจากที่สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยปรับลดพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จาก 69 จังหวัด เหลือ 44 จังหวัด และเพิ่มพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จากเดิมไม่มี มีการปรับเพิ่มเป็น 25 จังหวัด ขณะเดียวกันให้คงพื้นที่สีฟ้า (นำร่องการท่องเที่ยว) 8 จังหวัด และ 18 จังหวัดที่มีการดำเนินการบางพื้นที่

สำหรับ 25 จังหวัด ประกอบด้วย กำแพงเพชร ชัยนาท ชัยภูมิ นครพนม นครสวรรค์ นราธิวาส บึงกาฬ ปัตตานี พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ยะลา ลำปาง ลำพุน เลย สกลนคร สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี หนองบัวลำภู อ่างทอง อำนาจเจริญ อุตรดิตถ์ อุทัยธานี

ศูนย์แสดงสินค้า-โรงแรม จัดงานเกิน 1,000 คนได้

นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวว่า ในส่วนของการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรม สามารถรวมกลุ่มจัดกิจกรรมกันได้ไม่เกิน 1,000 คน ส่วนสีส้มได้ต่ำกว่า 500 คน ส่วนเรื่องของอาคารสถานที่ ทั้ง 2 สีที่ปรับใหม่สามารถใช้อาคารได้ รวมถึงสถานศึกษาหรือโรงเรียนด้วย ซึ่งมีการเปิดเรียนไปแล้ว 17,000 แห่งจาก 3 หมื่นกว่าแห่ง

กล่าวคือทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กนักเรียนกลับมาทำกิจกรรมได้ เนื่องจากพื้นที่ควบคุมไม่มีข้อห้ามใด ๆ แล้ว แต่มีข้อย่อยในทางปฏิบัติ เช่นเรื่องการเว้นระยะห่าง มาตรการย่อยในโรงเรียน เป็นต้น ซึ่งทางเลขาฯสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รับที่จะไปดำเนินการ

สำหรับเรื่องร้านอาหารที่ไม่ให้มีการดื่มสุราในพื้นที่สีส้ม แต่พอปรับมาเป็นสีเหลืองก็ให้บริโภคในร้านได้ เปิดตามปกติ โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม.สามารถพิจารณากำหนดมาตรการและเวลาเพิ่มเติมได้ตามสถานการณ์ของพื้นที่

ส่วนศูนย์แสดงสินค้า โรงแรม ซึ่งสามารถจัดงานเลี้ยง แต่งงาน ได้ตามปกติในพื้นที่สีเหลือง แต่พื้นที่สีส้มยังจำกัดจำนวนไม่เกิน 1,000 คน และให้เหมาะสมกับขนาดของพื้นที่เพื่อไม่ให้แออัด (ดูตารางประกอบ)

ส่วนมาตรการ Work From Home (WFH) จากเดิมที่จะไปสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2565 เนื่องจากต้องการควบคุมการเคลื่อนย้ายของคน แต่ ณ ตอนนี้ไม่น่าจะเป็นประเด็นแล้ว จึงไม่ขยายระยะเวลา และให้เป็นไปตามความเหมาะสมและการพิจารณาของหน่วยงานที่สามารถประกาศเองได้

ร้านอาหารดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึง 5 ทุ่ม

ขณะที่เรื่องการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เดิมดื่มได้ถึง 21.00 น. หรือ 3 ทุ่ม ปรับเพิ่มขึ้นไปเป็น 23.00 น. หรือ 5 ทุ่ม แต่ที่สำคัญจะต้องเป็นร้านที่ผ่านมาตรฐาน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2 Plus เท่านั้น และต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน COVID Free Setting อย่างเคร่งครัด และเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง รวมถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบดูแลต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด และหากไม่สามารถดำเนินการได้ ถ้าจำเป็นต้องสั่งปิด ก็ต้องปิด ต้องมีความเข้มข้น รวมถึงหากมีการย่อหย่อนหรือหย่อนยาน ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องรับผิดชอบด้วย

ส่วนสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่ต้องการปรับรูปแบบมาเป็นร้านอาหาร ก็ให้ผู้ประกอบการ ปรับมาตรการตามที่กำหนด และสามารถขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม.ได้เมื่อมีความพร้อม โดยไม่กำหนดระยะเวลา

“มีผู้เรียกร้อง และเราตกลงกันแล้วให้มีการผ่อนคลายมาตรการ ก็ขอให้ท่านได้รักษามาตรการนี้ เพื่อที่ท่านจะได้รักษากิจการของท่านได้ต่อไป และต้องเป็นความรับผิดชอบร่วมกันด้วย”

ส่วนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวยังขอให้คงไว้ก่อน ยังคง 26 จังหวัดเหมือนเดิม ส่วน 5 จังหวัดที่จะมีการเพิ่มเติมเข้ามา ได้แก่ตราด (อ.คลองใหญ่) สระแก้ว (อ.เมือง อรัญประเทศ) มุกดาหาร (อ.เมือง) บึงกาฬ นครพนม อุบลราชธานี (อ.เมือง, สิรินธร) ให้เลื่อนไปก่อน รอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง



สรุปการปรับมาตรการคุมโควิด เริ่ม 24 มกราคม 2565

  • 1. WFH (Work From Home) สำหรับทุกพื้นที่ : ไม่ขยายระยะเวลา WFH /ตามที่หน่วยงานเห็นเหมาะสม
  • 2. มาตรการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว และพื้นที่เฝ้าระวังสูง
    – จำกัดเวลาไม่เกิน 23.00 น. (ปรับจากเดิม 21.00 น.)
    – ต้องเป็นร้านอาหารที่ผ่าน SHA+ หรือ Thai Stop COVID 2 Plus เท่านั้น และตามมาตรการ COVID Free Setting
  • 3. มาตรการสำหรับสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ
    ปรับมาตรการตามที่กำหนด ขออนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม.ได้เมื่อพร้อม
  • 4. มาตรการสำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง
    -กักตัวที่บ้าน (Home Quarantine) 7 วัน ตรวจ ATK ครั้งที่ 1 วันที่ 5-6 หลังสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อครั้งสุดท้าย
    -หากพบติดเชื้อให้ โทร.1330 รับการดูแลแบบแยกกักที่บ้าน (Home Isolation)
    -หากไม่พบเชื้อ ให้สังเกตอาการตนเอง (Self Monitoring) ต่ออีก 3 วัน
    -ตรวจ ATK ครั้งที่ 2 ในวันที่ 10 หลังสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อครั้งสุดท้าย

เรื่องที่ 4 การปรับมาตรการโรคสำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เป็นเรื่องของ Test & Go และแซนด์บอกซ์ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงสาธารณสุข ที่ผ่านมามีผู้ลงทะเบียนในระบบ Test & Go และแซนด์บอกซ์ 3 แสนกว่าราย แต่เดินทางเข้ามาแสนกว่าราย หรือคิดเป็น 30%

โดยที่ประชุมเห็นชอบในการปรับ Test & Go คือให้ลงทะเบียนใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 โดยอนุญาตให้เข้ามาได้ทุกประเทศ แต่จะต้องมีการจองโรงแรม และมีการตรวจ RT PCR 2 ครั้งในวันแรกและวันที่ 5 รวมถึงหลักฐานการจองโรงแรม ที่พัก เรื่องของการประกันภัยที่ต้องครอบคลุม และหากสถานการณ์มีการปรับเปลี่ยนก็สามารถที่จะกลับมาใช้ระบบแซนด์บอกซ์แทนได้ รวมถึงเรื่องของระบบติดตามตัวนักท่องเที่ยวได้ตลอดเวลา

เพิ่มพื้นที่แซนด์บอกซ์ ชลบุรี ตราด รับนักลงทุนใน EEC

เรื่องที่ 5 เรื่องของการเปิดแซนด์บอกซ์เพิ่มเติมในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว มีที่

  • 1.จ.ชลบุรี ที่ อ.บางละมุง เมืองพัทยา อ.ศรีราชา อ.เกาะสีชัง อ.สัตหีบ เฉพาะตำบลนาจอมเทียน ตำบลบางเสร่
  • 2.จ.ตราด (เกาะช้าง)
  • 3.การเปิดพื้นที่ให้เดินทางเชื่อมโยงในกลุ่มพื้นที่ จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) ในช่วง 7 วันที่ต้องพำนักในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว

“การเพิ่มตรงนี้เป็นการเปิดกว้าง เพราะภาคตะวันออกมีพื้นที่ของ EEC เป็นการสนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจ เป็นพื้นที่ที่นักลงทุนเข้ามาก็จะเป็นประโยชน์ ซึ่งการเปิดพื้นที่แซนด์บอกซ์เพิ่มเติมเพื่อเป็นการทำแผนเผชิญเหตุ ทำแผนไว้ล่วงหน้า หากมีการปิดระบบ Test & Go ก็สามารถมีระบบแซนด์บอกซ์ที่สองรองรับได้ จากเดิมมีแค่ที่ภูเก็ตหรือสุราษฎร์ธานีเท่านั้น รวมทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้นักธุรกิจ นักลงทุนเข้ามาในระยะสั้น ๆ 3-5 วันได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศได้ประโยชน์จากมาตรการนี้” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวและว่า

จากข้อมูลรายได้จากการท่องเที่ยวจาก ททท.ระบุว่า รายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยจากจำนวน 27 ล้านคน-ครั้ง มีรายได้เข้ามา 137,712 ล้านบาท แต่หากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพิ่ม 338,645 ราย จะทำให้เรามีรายได้เพิ่ม 26,065 ล้านบาท

ปรับฐานข้อมูลประชากรฉีดวัคซีนใหม่

ส่วนเรื่องที่ 6 เป็นเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน มีการตั้งตัวเลขไว้เดิม 72 ล้านคน แต่เนื่องจากประชากรมีการเกิด เคลื่อนย้าย และเสียชีวิตในระหว่างปี รวมถึงมีมาตรการจำกัดการเดินทางและมีชาวต่างชาติเดินทางกลับประเทศ จึงมีการปรับฐานข้อมูลตามประกาศของสำนักทะเบียนกลาง กระทรวงมหาดไทย ข้อมูลจังหวัด และข้อมูลตามสิทธิการรักษาของ สปสช. รวมประชากรชาวไทยและต่างชาติตามสิทธิการรักษาเป็นจำนวน 68.60 ล้านคน

เมื่อรวมกับประชากรที่ไม่มีสิทธิการรักษา ทั้งที่มีสัญชาติไทยและไม่มีสัญชาติไทยแต่ละจังหวัดอีก 0.96 ล้านคน (9.6 แสนคน) รวมเป็นฐานข้อมูลใหม่ 69.60 ล้านคน น้อยกว่าเดิมประมาณ 2 ล้านคน และจะใช้ตัวเลขนี้ในการบริหารการฉีดวัคซีนในปี 2565 โดยในเดือนกุมภาพันธ์จะมีวัคซีน รวมทั้งสิ้น 11.6 ล้านโดส ดำเนินการตามแผนดังนี้

  • 1.แผนบริการฉีดวัควีนในกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ขวบ
  • 2.แผนการรณรงค์เร่งรัดการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ที่เป็น “เข็มกระตุ้น”
  • 3.แผนการส่งวัคซีนคืนไปต่างประเทศ ส่งคืนสิงคโปร์และภูฏาน ที่เรายืมมา
  • 4.แผนการบริจาควัคซีนแก่ต่างประเทศ ในประเทศเพื่อนบ้านเรา และกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกา

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการนำเข้าแรงงาน 3 สัญชาติ ที่จะนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งก็จะสอดคล้องไปกับเรื่องของวัคซีนด้วย โดยมอบให้ทุกหน่วยงานดูแลในรายละเอียด มีการติดตามในระดับพื้นที่ด้วย

“ท่านนายกฯฝากขอบคุณคณะกรรมการทุกท่าน ขอบคุณประชาชนทุกคน หลังจากที่เห็นตัวเลขและการทำงานที่ประสบความสำเร็จทั้งในส่วนของรัฐ เอกชน และประชาชน ที่ร่วมมือกัน 3 ภาคส่วน ทำให้เห็นภาพในวันนี้” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ