นายกฯ สั่ง ครม.ช่วยประชาชนอุทธรณ์สิทธิ ‘บัตรคนจน’ ชง ครม.ขยายเวลา 27 ก.ค.
นายกฯ สั่งกลาง ครม.อำนวยความสะดวกอุทธรณ์สิทธิ ”บัตรคนจน” สั่ง มท.ตั้งหน่วยเคลื่อนเชิงรุก พร้อมเตรียมชง ครม. 27 ก.ค.นี้ เคาะขยายเวลาอุทธรณ์ ด้านคมนาคมรับลูก ปรับเกณฑ์การครอบครองยานพาหนะ “รถยนต์เก่าเกิน 20 ปี – มอเตอร์ไซค์เกิน 15 ปี” ไม่นำมาเป็นเกณฑ์ เตือน ปชช.อย่าเพิ่งหลงเชื่อข่าวลือ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาลว่า วันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการอุทธรณ์สิทธิ์อย่างเต็มที่ โดยเน้นการทำงานเชิงรุกและการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่เดือดร้อนจริง
โดยสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย เปิดพื้นที่รับเรื่องอุทธรณ์ ณ ที่ว่าการอำเภอเพิ่มเติมจากช่องทางเดิม และจะมีการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ในลักษณะอำเภอเคลื่อนที่ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านหรือศาลาประชาคมเพื่อเข้าถึงประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางได้
นอกจากนี้ ยังได้มอบแนวทางให้พิจารณาการขยายระยะเวลาการอุทธรณ์เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสพิสูจน์สิทธิ์อย่างครบถ้วน โดยทั้งหมดได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ไปรวบรวมหลักเกณฑ์และข้อเสนอทั้งหมด และนำมาเสนอเข้า ครม.ในวันจันทร์ที่ 27 ก.ค.ต่อไป ซึ่งเป็นการเลื่อนจากกำหนดเดิมที่จะเข้า ครม.ในวันนี้เพื่อให้ครอบคลุมข้อเสนอต่าง ๆ มากขึ้น
ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนอย่าเพิ่งหลงเชื่อข่าวลือเกี่ยวกับวันที่เริ่มใช้สิทธิ์ในวันที่ 1 สิงหาคม หรือ 1 ตุลาคม ที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย โดยขอให้รอฟังมติ ครม.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งกระทรวงการคลังจะนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีไปพิจารณาให้ครบทุกมิติ และจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.พร้อมกับการขยายสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อไป
“กรณีที่มีข่าวว่าพอวันที่ 1 สิงหาคม จะเป็นอย่างนั้นอย่านี้ 1 ตุลาคมจะเป็น อย่างนั้นอย่างนี้ก็ขอความ กรุณา ว่าอย่าเพิ่งขยายผล ขอให้รอมติ ครม.ที่จะออกมาในสัปดาห์หน้า ก่อนเพื่อที่จะไม่เป็นการสับสน”
สำหรับในส่วนของคมนาคม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกอำนวยความสะดวกในทุกด้าน โดยปัจจุบันได้มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขอตรวจสิทธิ์เพื่อลดภาระให้กับประชาชนแล้ว พร้อมกันนี้ก็ได้มีการเสนอปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติเรื่องการถือครองยานพาหนะให้สอดคล้องกับความเป็นจริงซึ่งส่งไปยังกระทรวงการคลังแล้ว เช่น อายุการใช้งานรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 15 ปี จะไม่ถูกนำมานับเป็นเกณฑ์คัดออก
ส่วนหากรถมีอายุน้อยกว่าเกณฑ์แต่สภาพใช้งานไม่ได้แล้ว ประชาชนสามารถแจ้งให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบเพื่อยืนยันสภาพและขอยกเว้นเกณฑ์ได้ ขณะที่จำนวนรถจักรยานยนต์ อนุญาตให้ครอบครองได้ไม่เกิน 2 คัน แม้จะยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระก็ไม่เสียสิทธิ์
ขณะที่การโอนลอยนั้นรถที่ถูกโอนลอยไปแล้ว หรือถูกแอบอ้างชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ รัฐจะมีกระบวนการตรวจสอบและออกหนังสือยืนยันตนเองเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง แม้อาจต้องใช้เวลาในทางเทคนิคบ้างนอกจากนั้นรัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางจัดการกับปัญหาระบบทะเบียนรถที่ค้างอยู่ในระบบมานาน โดยเฉพาะกรณีรถเก่าที่ไม่ใช้งานแต่มีภาษีค้างชำระ ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการจัดระบบทะเบียนใหม่และพิจารณาข้อกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อยกเลิกภาระภาษีที่ค้างอยู่
“การลงทะเบียนรอบใหม่นี้ช่วยให้เราพบผู้ที่ควรได้รับสิทธิ์จริงเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านคน และช่วยคัดกรองผู้ที่มีฐานะดีออกไปเพื่อความยุติธรรม ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชน แต่เป็นการปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้อง ซึ่งถือว่าเป็นความกล้าหาญของรัฐบาลที่ดำเนินการเรื่องนี้ให้ชัดเจนหลังจากไม่ได้มีการเปิดตรวจสอบสิทธิ์มากว่า 3-4 ปี และการดำเนินการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนเองในอนาคตเพื่อป้องกันปัญหาข้อกฎหมายจากการถูกแอบอ้างชื่อในทรัพย์สินด้วย”