เช็กลิสต์งานวันเด็กปี’61 จัดเต็มความสนุกพร้อมความรู้
ทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน ม.ค.ทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติของไทย โดย “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561 ว่า “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี”
โดยหลายหน่วยงานทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดจัดกิจกรรมมากมายให้กับเด็กและเยาวชน “ประชาชาติธุรกิจ” จึงขอหยิบยกกิจกรรมงานวันเด็กบางส่วนที่จัดขึ้นในช่วงวันที่ 13-14 ม.ค.นี้ เผื่อเป็นไอเดียสำหรับผู้ปกครองในการพาลูกหลานไปสนุกสนานและเสริมความรู้ในวันเด็กที่ใกล้จะมาถึง
เริ่มด้วยศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค “สุนันทา สมบุญธรรม” ประธานกรรมการบริหาร ให้ข้อมูลว่า กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติปีนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อ “ธัญญาพาร์ค อัจฉริยะจิ๋วตะลุย 5 ดินแดนมหัศจรรย์” โดยจำลองดินแดนต่าง ๆ ในโลกการ์ตูนมาให้เด็ก ๆ สนุกสนานเพลิดเพลินและเรียนรู้ไปกับกิจกรรมการผจญภัย 5 ดินแดนมหัศจรรย์ เช่น In the jungle กิจกรรมตะลุยป่ามหาสนุกที่ต้องใช้ทักษะด้านร่างกาย ทั้งการหมอบ คลาน กระโดด เพื่อหลีกสิ่งกีดขวางต่าง ๆ พร้อมตื่นตาไปกับอุโมงค์การแสดงนกแสนรู้ ที่รวบรวมนกนานาพันธุ์มาให้สัมผัสและเรียนรู้ถึงวิธีการเลี้ยงนกที่ถูกต้อง
หรือดินแดน Pirates & Mermaids Treasure ที่เด็ก ๆ จะได้แปลงกายเป็นโจรสลัดและนางเงือกน้อย กับกิจกรรมเพนต์ใบหน้า ก่อนออกตามล่าหาสมบัติบนเรือลมขนาดใหญ่ที่มีเกมฝึกสมาธิให้ร่วมสนุก ไม่ว่าจะเป็นโยนห่วง, ปาลูกบอล, ปากระป๋อง รวมถึงดินแดน Fairy Tale ที่ให้เด็กแปลงร่างเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายจากนิทานเรื่องโปรด เพื่อเข้าสู่โลกแห่งเทพนิยายกับการแสดงละครนิทานดัง อาทิ สโนไวท์กับคนแคระทั้ง 7 และเจ้าหญิงราพันเซล ซึ่งฐานนี้น้อง ๆ จะได้เรียนรู้คติสอนใจที่สอดแทรกผ่านการแสดงและการเล่านิทาน ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
ข้ามฝั่งมายังกิจกรรมวันเด็กที่เกี่ยวกับศิลปวัฒธรรม โดยปีนี้มิวเซียมสยามจะจัดประเพณีต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ ทำความรู้จัก และสนุกกับกิจกรรมการละเล่น ในห้อง “ไทยประเพณี” ผ่านนิทรรศการถาวร ชุด “ถอดรหัสไทย” ซึ่งเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ความสำคัญของประเพณีที่มีมาตั้งแต่โบราณ ทั้งประเพณีแข่งเรือยาว, ประเพณีสารทเดือนสิบและพิธีชิงเปรต, ประเพณีวิ่งควาย, ประเพณีสงกรานต์ และประเพณีตำข้าวเม่า
ขณะที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้เนรมิตหอศิลปกรุงเทพฯให้เป็นสนามเด็กเล่นเพื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชน มีการจัดกิจกรรมฐานศิลปะประดิษฐ์และงานสร้างสรรค์รูปแบบต่าง ๆ ที่จะให้น้อง ๆ ได้ออกแบบ ทดลอง และลงมือทำด้วยตนเอง ผ่าน 9 ฐาน อาทิ ประดิษฐ์หุ่นยนต์ ประติมากรรมขนาดย่อม เป็นต้น ขณะเดียวกันได้เตรียมการแสดงที่จะมาสร้างสีสันและความสุข ทั้งการแสดงดนตรี ละครเพลง ละครใบ้ การแสดงพื้นบ้าน และอื่น ๆ อีกมากมาย
ในส่วนของสภากาชาดไทย จะจัดงานที่พิพิธภัณฑ์และสวนงู สถานเสาวภา ภายในงานมีการแสดงรีดพิษงู และสาธิตการจับงูชนิดต่าง ๆ โดยศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัยจะมาให้ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาล และสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ให้บริการตรวจเช็กฟันและอุดเคลือบร่องฟันด้วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่
ด้านสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา มีฐานเรียนรู้เกี่ยวกับบุหรี่คู่ความสนุก 5 ฐาน ยกตัวอย่าง ฐานปอดนั้น สำคัญไฉน ? แสดงโมเดลปอดของมนุษย์ อธิบายกลไกการทำงานของปอดเมื่อสูบบุหรี่เข้าไป และวัดความจุปอดของผู้เข้าร่วมกิจกรรม, ฐานภัยร้ายใกล้ตัว ภายในฐานจะจำลองปอดของผู้ที่สูบบุหรี่เปรียบเทียบกับปอดของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ โดยใช้ขวดน้ำดื่มแทนปอดของมนุษย์ และมีการเปิดวิดีโอการทดลองจำลองการสูบบุหรี่ รวมไปถึงสอดแทรกความรู้เรื่องสารพิษในบุหรี่ให้กับน้อง ๆ เป็นต้น
ปิดท้ายด้วย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ซึ่งจัดงานวันเด็กในทุกปี สำหรับปีนี้ “ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์” ผู้อำนวยการ อพวช.บอกว่า จะจัดถนนสายวิทยาศาสตร์ ภายใต้ธีม “นักวิทย์น้อยตามรอยพระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย” เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจะมีกิจกรรมวิทยาศาสตร์ให้ร่วมสนุกและทดลองมากมาย ตั้งแต่วันที่ 11-13 ม.ค. 61 ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และบริเวณโดยรอบหน่วยงานพันธมิตรด้านวิทยาศาสตร์ ถนนโยธีและถนนพระรามที่หก กรุงเทพฯ
นอกจากนี้ จะจัดกิจกรรมพร้อมกันอีก 5 แห่ง ได้แก่ อพวช.คลองห้า ปทุมธานี ที่เปิดให้บริการ 3 พิพิธภัณฑ์ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา และพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมมีกิจกรรมภายนอกอาคารที่จัดเต็มความสนุกสนานผ่านการเล่นกิจกรรม Hand on ที่หลากหลาย อาทิ กิจกรรม Play and learn, กิจกรรมปักเป้ากระปุ๊กลุก, Bingo Show App, Workshop IT, ปีนหน้าผา เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรมที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ จามจุรีสแควร์ สามย่าน กรุงเทพฯ, กิจกรรมการแสดงทางวิทยาศาสตร์ และชิ้นงาน Interactive ที่ทำเนียบรัฐบาล และคาราวานวิทยาศาสตร์ในเดอะมอลล์ โคราช และกิจกรรมการแสดงทางวิทยาศาสตร์แสนสนุกที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีอีกด้วย