เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ ขึ้นเวที Gastech 2026 ดัน 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อป ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน
Politics นายกฯ ขึ้นเวที Gastech 2026 ดัน 5 หมื่นล้าน เปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์รูฟท็อป ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน
เอกชนพร้อมเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 4 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี เงื่อนไขวิ่งเท่าไหร่ได้เท่านั้น
Politics เอกชนพร้อมเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 4 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี เงื่อนไขวิ่งเท่าไหร่ได้เท่านั้น
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระองค์ผู้ทรงเป็นเมนเทอร์ โอปอล-สุชาตา
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระองค์ผู้ทรงเป็นเมนเทอร์ โอปอล-สุชาตา
เปิดอินไซต์ PR ยุค AI ‘เอบีเอ็ม’ ชี้ SEO ไม่พอ ชู GEO ดักทาง LLM ก่อนแบรนด์ถูกลืม
Biz Movement เปิดอินไซต์ PR ยุค AI ‘เอบีเอ็ม’ ชี้ SEO ไม่พอ ชู GEO ดักทาง LLM ก่อนแบรนด์ถูกลืม
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 68,800 บาท
ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 32.80-33.40 บาท ตลาดลุ้นผลประชุมดอกเบี้ยเฟด-บีโอเจ
Finance ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 32.80-33.40 บาท ตลาดลุ้นผลประชุมดอกเบี้ยเฟด-บีโอเจ
ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
Finance ออมสิน เตรียมปล่อยสินเชื่อ ‘ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ’ วงเงิน 5 หมื่น ไม่ต้องมีหลักประกัน ลงทะเบียน 24 ก.ย.นี้
‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
Politics ‘อนุทิน’ คุย ‘โทนี่ แบลร์’ พร้อมให้คำปรึกษารัฐบาล ยกระดับเศรษฐกิจไทย
NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
Economic NEDA แจงยิบงบปี’70 ชดเชยดอกเบี้ย 30.7 ล. ยันไม่ใช่อุ้มกัมพูชา ชี้หากหักงบกระทบ EXIM Bank
ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
คุยกับเอกราช ปืนใหญ่ (ไม่) นอนมา
ดูทั้งหมด

36 สถาบันการเงิน วางกฎเหล็กเข้มเปิดบัญชี สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์-มิจฉาชีพ

15 ม.ค. 2561 | 17:50น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 มกราคม ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. แถลงผลการประชุมหารือการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสถาบันทางการเงิน 36 แห่ง ปปง. ธนาคารแห่งประเทศไทย และกรมการปกครอง เพื่อทำความเข้าใจกันและกำหนดมาตรการเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายฟอกเงินอย่างเคร่งครัด

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้สำนักงาน ปปง. เชิญธนาคารแห่งประเทศไทยทั้ง 36 แห่ง มาร่วมประชุมเพื่อทำความเข้าใจและกำหนดมาตรการเพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงิน โดยกำหนดมาตรการ 3 ข้อหลักคือ 1.ให้เพิ่มความเข้มเกี่ยวกับมาตรการในการแสดงตนและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของผู้เปิดบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดหลักเกณฑ์การแสดงตนของลูกค้านั้นจะต้องแสดงข้อมูลและหลักฐานอย่างน้อย 7 อย่าง ประกอบด้วย 1.ชื่อ-สกุล 2.วันเดือนปีเกิด 3.เลขประจำตัวประชาชน 4.ที่อยู่ตามทะเบียนและที่อยู่ปัจจุบัน 5.อาชีพ สถานที่ทำงาน 6.ข้อมูลการติดต่อ 7.ลายมือชื่อผู้ทำธุรกรรม รวมถึงการตรวจสอบทางกายภาพ อาทิ รูปร่างหน้าตากับหลักฐานต่างๆ ที่นำมาแสดงว่าตรงกันหรือไม่ นอกจากนี้ขอให้สถาบันทางการเงินประสานกับกรมการปกครองเรื่องการติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบสถานะของบัตรประชาชน ว่าเป็นบัตรที่สามารถใช้ได้อยู่หรือไม่ มีการยกเลิกเพิกถอนหรือแจ้งหายไว้หรือไม่

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวต่อว่า 2.ให้สถาบันการเงินกำหนดมาตรการในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในความรับผิดชอบ เพื่อทราบข้อเท็จเกี่ยวกับการทำธุรกรรมที่ยังสอดคล้องกับข้อมูลลูกค้าเจ้าของบัญชีหรือไม่ โดยทางสถาบันการเงินจะทำการติดต่อไปยังเจ้าของบัญชีตามที่อยู่ที่ปรากฏตามทะเบียนราษฎร์ เพื่อให้ยืนยันและรับรองสถานะบัญชีดังกล่าว หากเจ้าของบัญชีไม่ทำการยืนยันและรับรองสถานะทางบัญชี ทางสถาบันการเงินจะดำเนินการเฝ้าระวังบัญชีดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและประสานมายังสำนักงาน ปปง. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า 3.มาตรการป้องกันปราบปรามการรับจ้างเปิดบัญชี โดยสำนักงาน ปปง. ร่วมกับสถาบันการเงินตรวจสอบธุรกรรมและบัญชีต้องสงสัยว่าเข้าข่ายเป็นการรับจ้างเปิดบัญชีหรือเป็นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่ ไม่ว่าเป็นกรณีของแก๊งคอลเซนเตอร์ ขบวนการค้ายาเสพติด การพนันออนไลน์หรือความผิดมูลฐานอื่นๆ หากสถาบันเงินพบว่ามีพฤติการณ์ชัดเจนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือเป็นการรับจ้างเปิดบัญชี ทางสถาบันทางการเงินจะรายงานมายังสำนักงาน ปปง. เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีบัญชีต้องสงสัยที่เข้าข่ายพฤติการณ์ดังกล่าวกว่า 4,000 บัญชี สำนักงาน ปปง. จะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินการตามกฏหมายอย่างจริงจังต่อไป

“ฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงพี่น้องประชาชนบางคนที่อาจถูกหลอกหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอให้รีบติดต่อประสานมายังสำนักงาน ปปง. โดยเร่งด่วนหรือสามารถแจ้งเข้ามาที่ ศปก.ปปง.สายด่วน 1710 นอกจากนี้ขอให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้กับบุคคลใกล้ชิดทราบถึงโทษในการรับจ้างเปิดบัญชี หากผู้ใดได้เคยให้บัญชีธนาคารและให้บัตรเอทีเอ็มกับมิจฉาชีพไปขอให้รีบติดต่อประสานมายังสำนักงาน ปปง. อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มมิจฉาชีพนำบัญชีดังกล่าวไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดเพราะหากคนร้ายได้นำบัญชีไปใช้ก็จะต้องถือเป็นผู้มีส่วนในการกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที” รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าว

รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องการตรวจสอบบัญชีกว่า 4,000 บัญชีที่มีความเสี่ยงนั้น ทางสำนักงาน ปปง.ได้ประสานงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันเงินต่างๆ ให้ตรวจสอบบัญชีที่มีการทำธุรกรรมไม่สอดคล้องกับผู้ทำบัญชี อาทิ การเปิดบัญชีจำนวนหลายบัญชี หรือการนำข้อมูลประจำตัวต่างๆไปเปิดบัญชีให้กับผู้อื่น ฯลฯ อาจจะเรียกผู้เปิดบัญชีมาสอบปากคำพร้อมทั้งตรวจสอบความเป็นอยู่ของผู้เปิดบัญชีว่ามีความสอดคล้องกับการทำธุรกรรมหรือไม่ หากพบว่าไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงจะนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนขยายผลไปจนถึงกลุ่มมิจฉาชีพ

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์