เผยการท่องเที่ยวโลกปี 2017 โตสุดรอบ 7 ปี ฝรั่งเศสยังแชมป์ปท.ยอดนิยม
เมื่อวันที่ 15 มกราคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างการเปิดเผยขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ถึงการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกในช่วงปีค.ศ.2017 ว่า มีแนวโน้มว่าสเปนจะแซงหน้าสหรัฐอเมริกา ในฐานะชาติที่เป็นจุดหมายปลายที่เป็นนิยมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก รองจากฝรั่งเศสที่จะยังคงรักษาแชมป์จุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 ไว้ได้อยู่ ท่ามกลางการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปี 2017 ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 7 ปี โดยมีทวีปยุโรปเป็นดาวเด่นของการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้จำนวนมาก ซึ่งมีอัตราการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะประเทศที่ตั้งอยู่แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
อย่างไรก็ดีตัวเลขการขยายตัวของการท่องเที่ยวโลกของยูเอ็นดับเบิลยูทีโอจะมีการเผยแพร่อย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้
นายซูแร็บ โปโลลิคาชวิลี ผู้อำนวยการองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นที่คาดการณ์ว่าสเปนจะอยู่อันดับ 2 ในฐานะประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยในปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปยังสเปนมากถึงราว 82 ล้านคน
อย่างไรก็ดีผู้อำนวยการยูเอ็นดับเบิลยูทีโอไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะของสหรัฐอเมริกา และไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดสเปนถึงแซงขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ทั้งๆที่สเปนยังเผชิญกับเหตุก่อการร้ายโจมตีเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาและยังมีวิกฤตปัญหาแบ่งแยกดินแดนในแคว้นกาตาลุญญา
บรรยากาศงานเทศกาลในประเทศสเปน
จากข้อมูลของยูเอ็นดับเบิลยูทีโอระบุว่า ในปี 2016 สเปนมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศราว 75.3 ล้านคน ตามหลังสหรัฐอเมริกาที่มีนักท่องเที่ยวไหลเข้าประเทศราว 75.6 ล้านคน ขณะที่ฝรั่งเศสแม้จะตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย แต่ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากที่สุดในโลกที่ราว 82.6 ล้านคน
ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังสหรัฐมีจำนวนลดลงในช่วง 5 เดือนแรกของการเข้ามาทำงานในทำเนียบขาวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยในไตรมาสแรก นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามายังสหรัฐลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ และลดลง 3 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ 2
ที่มา มติชนออนไลน์