แบงก์ประเมินเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 35.70-36.35 บาทต่อดอลลาร์ จับตา “ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร-ดัชนีการผลิต” หนุนเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยดูแลเงินเฟ้อต่อเนื่อง คาดฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดหุ้นราว 2 พันล้านบาท
วันที่ 28 สิงหาคม 2565 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 29 สิงหาคม-2 กันยายน 65) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 35.75-36.35 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยที่ต้องติดตามภายหลังจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการส่งสัญญาณนโยบายการเงิน ซึ่งตลาดรับรู้ไปพอสมควร โดยตลาดคาดการณ์โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% มีโอกาสประมาณ 60-70%
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องติดตามและมีผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐคือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non Farm payroll) และดัชนีภาคการผลิต โดยเฟดจะรอดูตัวเลขการจ้างาน การว่างงาน จะออกมาเท่าไร เพราะหากตัวเลขยังคงออกมาไม่ดี อาจทำให้เฟดยังคงต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยที่ 0.75% ได้ แต่เชื่อว่าเฟดจะปรับขึ้นในปีนี้ และพักเพื่อรอดูสถานการณ์ในต้นปี 2566
นอกจากนี้ ยังต้องรอดูตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซนจะออกมาลักษณะใด แต่เชื่อว่าตัวเลขน่าจะยังคงออกมาสูง รวมถึงดัชนี PMI ของจีน หากลดลงต่ำกว่า 50% ตลาดจะปิดความเสี่ยง (Risk Off) ซึ่งจะมีผลต่อดอลลาร์ และกระทบราคาทองคำและค่าเงินบาทได้ โดยอาจเห็นโฟลว์ขายทำกำไร (Take Profit) ทองคำได้
สำหรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าตลาดหุ้นซื้อสุทธิราว 9,350 ล้านบาท และตลาดพันธบัตร (บอนด์) ขายสุทธิ 200 ล้านบาท
“ในช่วงนี้ตลาดยังคงให้ความกังวลเรื่องเฟด โดยอาจเห็นเงินบาทวิ่งตามทองเยอะ และมีการเทขายทำกำไรบ้าง รวมถึงต้องดูภาพตลาดหุ้นจีน ส่วนหุ้นไทยนักลงทุนก็รอดูสถานการณ์ แต่มองว่าตลาดมองโอเค ดังนั้น ในสัปดาห์อาจจะเห็นโฟลว์หุ้นซื้อสุทธิไม่ถึง 2,000 ล้านบาท แต่ถ้าบอนด์มันจะมีพวกมาขายทำกำไรหลังจากที่เข้ามา arbitrage ก็อาจจะเป็นขายสุทธิได้บ้าง แต่ยีลด์ไปวิ่งแรง ก็น่าจะขายไม่เกิน 1,000 ล้านบาท”
นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าอยู่ที่ 35.70-36.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยติดตามดัชนี ISM ภาคการผลิตและการจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือนสิงหาคมของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะ +2.9 แสนตำแหน่ง
สำหรับแนวโน้มเงินบาทจะเห็นว่าเงินบาทแข็งค่าที่สุดในกลุ่มสำหรับเดือนนี้ เนื่องจากเงินทุนไหลเข้า จากความหวังเรื่องเศรษฐกิจฟื้นตัวจากภาคท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน
ขณะที่นักลงทุนยังไม่แน่ใจว่าความแข็งกร้าวในการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะดำเนินต่อไปอีกนานเพียงใด แม้ว่าเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่ยังอยู่ที่ระดับสูงเกินปกติอยู่มาก และตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่ง เอื้อให้เฟดมุ่งเน้นการขึ้นดอกเบี้ยดูแลเงินเฟ้อต่อไป
“หลังจากประธานเฟดกล่าวสุนทรพจน์ ส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ สอดคล้องกับมุมมองของเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายตลอดสัปดาห์นี้ แต่การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและยุโรป ช่วยจำกัดแรงขายดอลลาร์ในตลาดโลก”