เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
Economic ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
Finance AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
Columns ‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
Politics ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
Finance หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
News ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
ทองคำเดือนตุลาคมจะลงต่อเป็นเดือนที่ 2 หรือกลับมาขึ้นแรง
Finance ทองคำเดือนตุลาคมจะลงต่อเป็นเดือนที่ 2 หรือกลับมาขึ้นแรง
5 ทศวรรษ ‘ปรีชา กรุ๊ป’ กางโรดแมปปั๊มรายได้ 1,000 ล้าน
Real Estate 5 ทศวรรษ ‘ปรีชา กรุ๊ป’ กางโรดแมปปั๊มรายได้ 1,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

“เกษตร-สูงวัย” เหนือหนี้พุ่ง แบงก์ชาติเร่งงัดมาตรการดูแล

01 ก.ย. 2565 | 17:55น.
ธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์
คอลัมน์สัมภาษณ์ : ธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์

แม้ระดับหนี้ครัวเรือนภาคเหนือยังไม่รุนแรงนัก สัดส่วนเพียง 6% หรือราว 6 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับตัวเลขหนี้ 14 ล้านล้านบาทของทั้งประเทศ โดยกลุ่มอาชีพที่มีหนี้ครัวเรือนสูงและถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่น่าห่วงในระยะยาวคือ “เกษตรกร” และ “คนวัยเกษียณ”

ขณะที่แนวโน้มหนี้จากปัญหาเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยขาขึ้น แบงก์ชาติภาคเหนือมองว่า ประชาชนจะระมัดระวังการก่อหนี้ใหม่มากขึ้น เพราะยังมีภาระหนี้เดิม พร้อมเร่งเพิ่มมาตรการดูแลลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่รายได้ยังกลับมาไม่เต็มที่จากผลกระทบของโควิด-19

“เกษตร-วัยเกษียณ” หนี้พุ่ง

นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามโครงสร้างข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (SES) ระบุว่า ครัวเรือนที่มีหนี้ส่วนใหญ่ของภาคเหนือ เป็นกลุ่มครัวเรือนเกษตร

และผู้ไม่ได้ปฏิบัติงานเชิงเศรษฐกิจ (วัยเกษียณ) โดยพบว่าในระยะหลังกลุ่มวัยเกษียณมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติชี้ว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนสูงสุดของภาคเหนือ ได้แก่ ครัวเรือนเกษตรมีสัดส่วนหนี้ 30% และคนวัยเกษียณมีสัดส่วนหนี้ 17%

ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หนี้สินครัวเรือนมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหนี้สินครัวเรือนของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาซื้อปัจจัยการผลิตทางการเกษตร

ขณะที่กลุ่มวัยเกษียณ หรือประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป บางส่วนยังต้องพึ่งพาเงินหรือรายได้จากบุตรหลาน และบางส่วนยังต้องทำงานหารายได้เพื่อเลี้ยงตัวเอง โดยสัดส่วนเงินออมของกลุ่มวัยเกษียณอาจมีน้อยและไม่เพียงพอใช้จ่ายหลังเกษียณ ทำให้มีการก่อหนี้ขึ้นมา

นายธาริฑธิ์กล่าวว่า หากพิจารณาครัวเรือนที่มีความเปราะบางสูง โดยดูจากครัวเรือนที่มีหนี้และมีปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย รวมถึงไม่มีกันชนทางการเงิน (financial cushion คือ สัดส่วนของสินทรัพย์ทางการเงินต่อรายจ่ายต่อเดือนของครัวเรือน)

หรือมีต่ำกว่า 3 เดือน พบว่า เป็นครัวเรือนเกษตรและผู้ไม่ได้ปฏิบัติงานเชิงเศรษฐกิจ (วัยเกษียณ) เช่นเดียวกัน

สำหรับกลุ่มเปราะบางจากโควิด จะเป็นครัวเรือนที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ถูกกระทบจากโควิดโดยตรง ได้แก่ ครัวเรือนในเซ็กเมนต์ท่องเที่ยวและการก่อสร้าง ซึ่งหนี้ครัวเรือนกลุ่มนี้ คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3

และไตรมาส 4 เนื่องจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวและการก่อสร้าง เริ่มกลับมาดำเนินธุรกิจอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิดเริ่มผ่อนคลาย ทำให้กลุ่มพนักงานลูกจ้างได้กลับมาทำงานอีกครั้ง

เงินเฟ้อทำสินเชื่อธุรกิจเพิ่ม

นายธาริฑธิ์กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เงินเฟ้อทำให้ความต้องการสินเชื่อธุรกิจเพิ่มขึ้นเพื่อใช้หมุนเวียนในกิจการตามต้นทุนที่สูงขึ้น สำหรับสินเชื่ออุปโภคบริโภค คาดว่าประชาชนจะระมัดระวังการก่อหนี้เพิ่ม เพราะยังมีภาระหนี้เดิม สะท้อนการระมัดระวังการก่อหนี้เพิ่มจากสินเชื่ออุปโภคบริโภคธนาคารพาณิชย์ในช่วงโควิดที่ขยายตัวต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด

ส่วนดอกเบี้ยขาขึ้น จะไม่กระทบลูกค้าสินเชื่ออุปโภคบริโภคเดิม เพราะส่วนใหญ่สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อรถยนต์เป็นการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านรายเดิมจะยังไม่กระทบต่อค่างวดของลูกค้า ขณะที่สินเชื่อบ้านรายที่ได้ดอกเบี้ยลอยตัวจะยังคงชำระค่างวดเท่าเดิม (แต่ผ่อนนานขึ้น) โดย ธปท.กำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้แล้ว

เร่งมาตรการช่วยลูกหนี้

สำหรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางจากรายได้ที่ยังไม่กลับมาเต็มที่ มี 2 ส่วนด้วยกันคือ 1.ผลักดันมาตรการเฉพาะจุดที่ยังมีผลอยู่ ทั้งการแก้หนี้เดิมผ่านมาตรการหลักคือ มาตรการแก้หนี้ระยะยาว ซึ่งยังมีผลใช้ได้จนถึงสิ้นปี 2566

และโครงการพักทรัพย์พักหนี้ที่มีผลถึงสิ้นเดือนเมษายน 2566 ตลอดจนช่องทางเสริมให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้ เช่น คลินิกแก้หนี้ โครงการไกล่เกลี่ยหนี้ โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน มาตรการส่วนใหญ่มีผลบังคับใช้อย่างน้อยถึงปี 2566

สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัวชัดเจนขึ้น โดย ธปท.พร้อมปรับเปลี่ยนมาตรการให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ และบริบทของลูกหนี้

2.เพิ่มมาตรการดูแลลูกหนี้รายย่อยกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะลูกหนี้ในกลุ่มสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ยังกลับมาไม่เต็มที่ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเพิ่มมาตรการให้ตรงกับปัญหาของลูกหนี้แต่ละกลุ่ม

สำหรับกลุ่มที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย ให้คงการลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำที่ 5% ถึงปี 2566 และคงการขยายระยะเวลาชำระหนี้ของสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลที่ 12 เดือน ออกไปอีก 1 ปี ถึงปี 2566

ส่วนกลุ่มที่เป็นหนี้เสีย จะปรับปรุงโปรแกรมการจ่ายหนี้ของคลินิกแก้หนี้ โดยเพิ่มทางเลือกการผ่อนชำระเพื่อให้ลูกหนี้ที่ยังมีกำลังชำระ สามารถจบหนี้ได้เร็วขึ้น

รวมทั้งจะมีการจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สำหรับบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเช่าซื้อ นาโนไฟแนนซ์ ในไตรมาส 3 ของปีนี้ เพื่อเป็นช่องทางเสริมให้ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางสามารถขอรับความช่วยเหลือได้

หนี้ภาคธุรกิจชะลอตัว

ภาพรวมการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ทั้งการแก้หนี้เดิมและการให้สินเชื่อใหม่ มีทิศทางชะลอตัวลงและเริ่มทรงตัว ส่วนภาพรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จากธนาคารพาณิชย์ ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ยังสูงกว่าช่วงก่อนโควิด สะท้อนถึงกลุ่มที่ยังอยู่ในโครงการน่าจะเป็นกลุ่มที่เปราะบาง และต้องการความช่วยเหลือต่อ

นายธาริฑธิ์กล่าวต่อไปว่า ทิศทางเศรษฐกิจในช่วงตั้งแต่ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 เป็นต้นไป จะมีแนวโน้มดีขึ้น เศรษฐกิจจะเริ่มสบายตัวขึ้น กลุ่มที่ไม่มีรายได้จะมีรายได้มากขึ้นจากสถานการณ์โควิดที่เริ่มดีขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจกลับมาดำเนินกิจการ แรงงาน พนักงานเริ่มกลับมาทำงาน ทำให้กลุ่มที่รายได้หายไป กลับมามีรายได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม รอสถานการณ์โควิดที่จะผ่อนคลายขึ้นเรื่อย ๆ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เศรษฐกิจจะค่อย ๆ ฟื้นตัว หนี้ครัวเรือนจะเริ่มคลี่คลายตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่ดีขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเกษตร เงินเฟ้อ