เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ดูทั้งหมด

“โบ๊ทลากูน”โตฉลุย20% ลุยขยายศูนย์ซ่อมรับเรือยอชต์หรู

21 ม.ค. 2561 | 09:51น.

โบ๊ทลากูนยอชต์ติ้ง บิ๊กธุรกิจนำเข้าเรือยอชต์ครบวงจรของไทย เดินหน้าบุกตลาดพรีเมี่ยมรับมาตรการส่งเสริมศูนย์กลางท่องเที่ยวทางทะเล ชี้ไทยศักยภาพสูงทุกด้าน รวมถึงภาษีนำเข้าสุดเร้าใจ 0% ได้เปรียบคู่แข่งมาเลย์ สิงคโปร์ ปักหลัก 9 สาขา 5 ประเทศ ชูจุดเด่นศูนย์ซ่อมเรือภูเก็ต มูลค่า 1,200 ล้านบาท ตั้งเป้าเติบโต 15-20% 

นายวริศ ยงสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โบ๊ทลากูนยอชต์ติ้ง จำกัด บริษัทนำเข้าเรือยอชต์ระดับลักเซอรี่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โบ๊ทลากูนยอชต์ติ้ง เป็นบริษัทนำเข้าเรือยอชต์ระดับลักเซอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดดำเนินการมา 24 ปีแล้ว รวมถึงมีศูนย์ซ่อม และบริการหลังการขายที่ครบวงจรที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นพาร์ตเนอร์กับแบรนด์ดังของโลก เช่น Princess จากอังกฤษ Jeanneau และ Prestige จากฝรั่งเศส และ Wider จากอิตาลี เป็นต้น ซึ่งขณะนี้มีทั้งหมด 9 สาขา ใน 5 ประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย มัลดีฟส์ และไทย ทั้งในจังหวัดภูเก็ตและกระบี่

ปัจจุบันประกอบธุรกิจ 5 หมวดหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจจำหน่ายเรือยอชต์ลำใหม่ 2.ธุรกิจจำหน่ายเรือมือสอง 3.ธุรกิจเช่าเรือ 4.การซ่อมแซมและบำรุงรักษาเรือ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ 5.การบริการหลังการขาย โดยขณะนี้บริษัทมีศูนย์ซ่อมเรือที่ จ.ภูเก็ต บนเนื้อที่ 80 ไร่ มูลค่า 1,200 ล้านบาท และมารีน่าใน จ.ภูเก็ต บนเนื้อที่ 500 ไร่ มีพนักงานอยู่ 80 กว่าคน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีเรือที่ลูกค้าใช้บริการอยู่ประมาณ 200 ลำในภูมิภาค มีขนาดตั้งแต่ 30 ฟุต จนกระทั่งเรือซูเปอร์ยอชต์ 130 กว่าฟุต โดยเรือแต่ละขนาดจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ เสน่ห์ของการเล่นเรือยอชต์นั้น คือ การที่สามารถกำหนดเส้นทางเองได้ มีความเป็นส่วนตัว อิสระ บางครั้งอาจะใช้เป็นกีฬาได้ รวมถึงอาจใช้เยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ

นายวริศกล่าวว่า บริษัทจำหน่ายเรือปีละประมาณ 30 กว่าลำ ทั้งมือหนึ่งและมือสอง ซึ่งลูกค้าคนไทยส่วนใหญ่จะซื้อเงินสด และนิยมเรือนำเข้าจากประเทศอังกฤษ ทั้งนี้การสั่งซื้อเรือนั้น ลูกค้าสามารถเลือกแบบ ทั้งภายใน ภายนอก และอุปกรณ์เทคนิคต่าง ๆ เองได้ หากเป็นเรือขนาดกลางประมาณ 50 ฟุต ต้องใช้ระยะเวลา 1 ปี จึงจะได้สินค้า หรือเรือขนาด 80-100 ฟุต ใช้เวลากว่า 2 ปี

โดยราคาเรือยอชต์มีตั้งแต่ 20-4,000 ล้านบาท ถ้าเป็นมือสอง บางครั้งมีราคาตั้งแต่ 5-400 ล้านบาท ซึ่งเรือกินน้ำลึกประมาณ 1.5-3.5 เมตร

“สมัยก่อนลูกค้าส่วนใหญ่ 80-90% เป็นชาวต่างชาติ แต่เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีคนไทย 20-35% สนใจเล่นเรือยอชต์มากขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วคนไทยมีความพร้อมด้านกำลังทรัพย์มาก แต่มีความกังวลเรื่องของการบริการ คือไม่เข้าใจว่าขั้นตอนการดูแลเรือยอชต์มีอะไรบ้าง บุคลากรตรงไหนที่สามารถให้บริการได้อย่างชำนาญการ”

เติบโตต่อเนื่อง – บริษัท โบ๊ทลากูนยอชต์ติ้ง จำกัด ผู้นำเข้าเรือยอชต์ชั้นนำในไทย เดินหน้าลุยธุรกิจครบวงจร ทั้งการขายเรือยอชต์มือหนึ่ง มือสอง รวมถึงการเช่าเรือ และมุ่งเน้นการซ่อมแซมบำรุงรักษาเรือ และการบริการหลังการขาย ซึ่งมองว่าไทยยังมีศักยภาพอีกมาก

ปัจจุบันบริษัทได้ลงทุนสร้างท่าจอดเรือ ศูนย์ซ่อมบำรุงรักษา หรือทีมงานการดูแลรักษาที่มีความรู้ ที่สามารถให้ความมั่นใจลูกค้าได้ ทำให้อุตสาหกรรมนี้โตขึ้นมา ประกอบกับรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนการจัดงานไทยแลนด์โรดโชว์ หรืออำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งเรื่องฐานภาษี ซึ่งขณะนี้ภาษีของเรือยอชต์คิดเพียงภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ส่วนภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 0% รวมถึงการนำเข้าสินค้าต่าง ๆ หรือการให้ข้อมูลชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย ก็ถือว่าช่วยได้เยอะ

“สถิติเรือยอชต์ที่เข้ามาในไทยอยู่ที่ 1,200-1,500 ลำ คาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก 10-15% โดยเรือ 1 ลำ ใช้เวลาอยู่ประมาณ 2 เดือน โดยลูกค้าใช้เงินหลากหลายรูปแบบเฉลี่ย 100,000 บาท/วัน/คน ซึ่ง

การใช้จ่ายที่ครอบคลุมถึงการเดินทาง การใช้ซื้ออาหาร การว่าจ้างพนักงานต่าง ๆ อีกทั้งการเติมน้ำมัน ซึ่งเรือขนาด 40-50 ฟุต จะเติมน้ำมันประมาณ 200,000 บาท/ครั้ง หรือขนาด 80 ฟุต ประมาณ 400,000 บาท/ครั้ง รวมมูลค่าทั้งหมด 7,000-9,000 ล้านบาท ดังนั้นบริษัทคาดว่าจะเติบโตอย่างน้อย 15-20% ต่อปี”

นายวริศกล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยนั้นยังคงได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้านหลายด้าน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ซ่อมแซม สถานที่ดูแลรักษาเรือ สถานที่จอด หรือแม้แต่กระทั่งหัวใจหลัก ๆ คือ การบริการของคนไทยด้านช่าง เซอร์วิส และการบริการบนเรือ อีกทั้งภาครัฐและเอกชนก็ร่วมกันพัฒนาต่อเนื่อง ถือว่ายังได้เปรียบคู่แข่งขันอีกมาก แต่ขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ ก็พยายามปรับตัวแข่งขันเช่นกัน

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจเรือยอชต์ โบ๊ทลากูน