Skip to content
ดูทั้งหมด

บึงกาฬ ชูนวัตกรรม “ยางพารา” ให้ความรู้เกษตรกร-คนรุ่นใหม่ ได้เเชมป์กรีดยาง ดันพัฒนาฝีมือ

21 ม.ค. 2561 | 19:40น.

เมื่อเวลา 9.30น. วันที่ 21 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศ งานวันยางพาราและงานกาชาดบึงกาฬ ครั้งที่ 6 ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งเเต่ช่วงเช้ามีเด็กและเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดบึงกาฬเข้ามาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนโดยส่วนใหญ่เป็นชาวสวนยางในจังหวัดบึงกาฬเเละจังหวัดใกล้เคียง เดินทางมาร่วมงานตลอดทั้งวัน โดยให้ความสนใจกับนิทรรศการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักวิชาการ หลักทฤษฎี นวัตกรรมใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่และทีมนักวิจัยให้ข้อมูลความรู้ตลอดทั้งงาน

นางนพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการกลุ่มอุตสาหกรรมยาง สถาบันวิจัยยาง กล่าวว่า พัฒนาการของงานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬที่จัดขึ้นทุกปีนั้น ในปีก่อนหน้าออกไปในลักษณะเป็นงานกาชาดมากกว่าคือมีการแสดงนวัตกรรม วิชาการ แต่คนบึงกาฬยังทำไม่ได้ ยังไม่ได้เข้าไปถึงตรงนั้น แต่ปีนี้เป็นปีที่เหมือนเป็นการก้าวข้ามเส้นมาและก้าวมาถึงปลายน้ำแล้ว

“คือแทนที่จะทำแต่ยางก้นถ้วย ตอนนี้เริ่มทำเป็นผลิตภัณฑ์ ทำเป็นหมอน ซึ่งต่อไปเชื่อว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะด้านอุปกรณ์ เครื่องจักรก็จะเพิ่มเข้ามา สำหรับตอนนี้สามารถทำได้ขนาดนี้ถือว่าดีในระดับหนึ่งแล้วซึ่งการทำผลิตภัณฑ์ไม่ใช่ว่าทำแล้วดีเลย มันเป็นไปไม่ได้ มันจะต้องมีการศึกษาพัฒนา และหาประสบการณ์ในการทำอีกเยอะ อย่างหมอนยางพารา ในปีที่ผ่านมายังเป็นศูนย์อยู่ คือทำได้แล้วแต่ยังไม่เป็นธุรกิจ แต่พอมาปีนี้สามารถผลิตออกมาเป็นพันใบ นี่แหละเป็นธุรกิจแล้ว”

นางนพรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการแปรรูปยังมีอีกเยอะมาก ส่วนตัวก็ได้เข้ามาให้คำแนะนำ สำหรับชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จังหวัดบึงกาฬ ตอนนี้เขาก็ได้งบมาสร้างอยู่แต่ยังไม่เสร็จ เช่น โรงงานน้ำยางข้น โรงงานแผ่นยางรมควัน และโรงงานหมอน ที่นอนยางพารา ทั้งหมดนี้ก็เป็นการต่อเนื่องมาจากน้ำยางข้นที่เขาจะทำเอง แล้วจะต่อยอดจากยางแห้งที่เขาทำได้เข้าสู่กระบวนงานทำผลิตภัณฑ์จากยางแห้ง เช่น ทำพื้นสนาม ทำล้อรถ เป็นต้น

“สำหรับเกษตรกรนั้นบางคนอาจจะบอกว่าการแปรรูปมันยากสำหรับเขา ดังนั้นจึงอาจจะต้องค่อยๆทำ โดยเริ่มจากสิ่งที่เขาถนัดก่อน เช่น การทำยางแผ่นก่อนละค่อยแปรรูปไปทำอื่นๆ หรือการทำยางที่เขาทำอยู่แล้วให้มีเกรดดีขึ้น แล้วค่อยขยับขึ้นไป เพราะส่วนหนึ่งต้องเข้าใจคือทุกที่ไม่เหมือนกัน เกษตรกรแต่ละที่มีความสามารถไม่เหมือนกัน แต่อย่างที่บึงกาฬ มีผู้สนับสนุนที่ดีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดให้การสนับสนุน มีตลาด มีคอนเน็คชั่นเยอะ แต่ที่อื่นไม่มี ถึงเราจะเอาเทคโนโลยีไปยัดเยียดยังไงถ้าเขาไม่พร้อมก็ทำไม่ได้ ไม่เหมือนที่จังหวัดบึงกาฬ” นางนพรัตน์กล่าว

 

สำหรับงานวันยางพาราครั้งนี้ยังอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมความรู้และความบันเทิงมากมายโดย เวลา 13.00น. เวทีเสวนาปราชญ์ชาวบ้าน มีการเสวนา “ปลูกกาแฟ” ในสวนยาง อีกหนึ่งหนทางสร้างรายได้เพิ่มโดย คุณสุปราณี มืดทัพไทย อ.นางด้วง จ.เลย จากนั้นมีการเสวนา “เกษตรกรรุ่นใหม่กับฟาร์มเป็ดไข่แบบพอเพียง” โดย คุณกานต์รวี บัวบุญ Young Smart Farmer จ.มหาสารคาม และเสวนา ก้าวสู่ “เกษตรอินทรีย์” วิถีเกษตรกรยุคใหม่ โดย อาจารย์พรรณพิมล ปันคำ จ.เชียงราย

ส่วนห้องอบรมอาชีพ มีการอบรมทำ ข้าวหน้าไก่ โดย อ.สิทธิฉันนท์ วุฒิพรกุล และอบรมทำก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น โดย อ.สิทธิฉันนท์ วุฒิพรกุล ขณะที่โซนกาชาดบึงกาฬ ซึ่งมีการจำหน่ายสลากกาชาดราคาฉบับละ 50 บาท ลุ้นรับรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า 2.3 ล้านบาท และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 23 มกราคมนี้มีประชาชนสนใจเข้ามาเลือกซื้อสลากกันต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

น.ส.จันทรา กุมขุนทด อายุ 38 ปี เหรัญญิก เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ กล่าวกับมติชนว่า ขณะนี้เหลือสลากกาชาดอยู่เพียง 50 เล่มเท่านั้น จำหน่ายในราคา 50 บาทเช่นเดิม คาดว่าสามารถจำหน่ายสลากได้หมดไม่เกินวันพรุ่งนี้ (22 ม.ค.) โดยเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬมีการประชาสัมพันธ์การจำหน่ายผ่านเวทีกลางและสื่อต่างๆ ผู้สนใจร่วมลุ้นโชคสามารถซื้อสลากกาชาดได้ที่โซนกาชาดบึงกาฬในงานวันยางพาราฯนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 15.30 น. ที่บริเวณลานเด็กเล่น@บึงกาฬ ซึ่งมีกิจกรรมการวาดการ์ตูนเบื้องต้น โดยนายสมบัติ คิ้วฮก นักวาดการ์ตูนชื่อดัง และกิจกรรมเทคนิกระบายสีโดย นายสละ นาคบำรุง นักวาดการ์ตูนชื่อดัง และในวันนี้มีการมอบรางวัลประกวดระบายสี โดยมี นายสุรพล พิทยาสกุล ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บมจ.มติชน, นายเจษฎา สมจิตร หัวหน้าฝ่ายศิลป์ แผนกโฆษณา บมจ.มติชน และวิทยากรทั้งสองท่าน เป็นผู้มอบรางวัล

สำหรับรางวัลประกวดระบายสีมีทั้งหมด 10 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ 2 รางวัล, รองชนะเลิศอันดับ1 2 รางวัล, รองชนะเลิศอันดับ2 1 รางวัล และชมเชย 5 รางวัล ซึ่งผู้ชนะเลิศได้แก่ ด.ญ.ดวงฤทัย สมบูรณ์ศาสตร์ ชั้นป.6 โรงเรียนบ้านห้วยเชื่อมเหนือ และด.ญ.ปริศา ปางแก้ว ชั้นป.6 โรงเรียนบ้านโนนสว่าง

นายสมบัติ กล่าวว่า ผลงานชนะเลิศทั้งสองภาพนั้นมีความโดดเด่นในด้านการลงดีเทล ระบายสีอย่างมีความมั่นใจ และคุมโทนได้ดี ตลอดจนระบายสีอย่างเข้าใจ เช่น ในการลงสีของขนปีกของนกเป็ดน้ำ ใบบัว และใบยางพารา มีการระบายสีได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ส่วนในรางวัลอื่นๆ ก็มีความโดดเด่นในการเลือกใช้สีแต่ในการลงรายละเอียดจะไม่เด่นเท่า เพราะเด็กส่วนมากจะซึมซับการเลือกใช้สีมาจากการดูการ์ตูน สิ่งที่เขาชอบ หรือสีที่ถูกใจ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าสำหรับเด็กๆ การระบายสีเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะการใช้มือให้คล่องแคล่วมากกว่า และจากการเป็นวิทยากรมาหลายวัน รู้สึกว่าเด็กชื่นชอบการวาดภาพและระบายสี มีความตั้งใจ และสนุกสนานอย่างมาก

ขณะเดียวกันที่บริเวณลานแข่งขันการกรีดยางพาราชิงแชมป์ระดับจังหวัด ซึ่งในวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขันกรีดยางพารา เพื่อค้นหาผู้ที่กรีดยางพาราได้ถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นตัวแทนของจังหวัดบึงกาฬอีก 5 คนเพื่อเข้าไปร่วมแข่งขันการกรีดยางพาราชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ชิงเงินรางวัลกว่า 50,000 บาท ที่จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 23 มกราคมนี้ ซึ่งในวันนี้มีเกษตรกรชาวสวนยางพารา และเจ้าของสวนยางพารามาสมัครแข่งขันจำนวน 47 คนมีทั้งชาวจังหวัดบึงกาฬและเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดใกล้เคียงที่มารับจ้างกรีดยางอยู่ในจังหวัดบึงกาฬ เช่น จังหวัดสกลนคร จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเริ่มการแข่งขันตั้งแต่เวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา

โดยผลการแข่งขันปรากฏว่าผู้ที่สามารถกรีดยางอันดับ 1 คือนายปรีชา อ่อนหวาน ชาวอำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ได้รับเงินรางวัลจำนวน 4,000 บาทพร้อมใบประกาศ รองอันดับ 1 ได้แก่น.ส.นภาพร พรหมผัน ชาวอำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ได้รับเงินรางวัลจำนวน 3,000 บาทและใบประกาศ รองอันดับ 2 ได้แก่นายวัลลภ หนูสูงเนิน ชาวอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ได้รับเงินรางวัลจำนวน 2,000 บาทและใบประกาศ ส่วนรางวัลชมเชยได้รับเงินรางวัลคนละ 1,000 บาท ได้แก่นายวชิระ สุปัตติ จากอำเภอเซกา และนายวิไล แพงสุข จากอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นวัตกรรม ยางพารา