ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 24 มกราคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.76/77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (23/1) ที่ระดับ 31.83/85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวุฒิสภาสหรัฐมีมติรับรองนายเจอโรม พาวเวล ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ แทนนางเจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้ วุฒศิสภาสหรัฐได้ลงมติรับรองนายเจอโรม พาวเวล ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 85 ต่อ 12 เสียง โดยตลาดการเงินมองว่า การเลือกนายเจอโรม พาวเวล ให้ทำหน้าที่ประธานเฟดนั้น ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย สำหรับคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากนายเจอโรม พาวเวล เป็นเจ้าหน้าที่เฟดสายพิราบสังกัดพรรครีพับลิกันที่สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามแนวทางของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดคนปัจจุบัน และในขณะเดียวกันนายเจอโรม พาวเวล ก็เปิดกว้างสำหรับมาตรการลดกฎระเบียบในภาคการเงิน ซึ่งคณะทำงานทรัมป์พยายามผลักดันมาโดยตลอด นอกจากนี้ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 23-26 มกราคมนี้ โดยเนื้อหาการประชุมนั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะหารือกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ในประเด็นความมั่นคง รวมไปถึงความพยายามในการล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือและอิหร่าน และการปราบปรามกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 31.64-31.76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 31.64/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (24/1) เปิดตลาดที่ระดับ 1.12301/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (23/1) ที่ระดับ 1.2233/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจพบว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยูโรโซนปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 13 จุดในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2543 จากระดับ 0.5 จุดในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.2293-1.2345 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.2341/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (24/1) เปิดตลาดที่ระดับ 110.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (23/1) ที่ระดับ 110.71/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดเกินดุลการค้าเดือนธันวาคม 2560 อยู่ที่ระดับ 3.59 แสนล้านเยน ซึ่งเป็นการเกินดุลการค้าติดต่อกันเดือนที่ 7 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวปรับตัวลดลง 43.5% จากเดือนธันวาคมปีก่อนหน้า เนื่องจากยอดนำเข้าขยายตัวมากกว่ายอดส่งออก ทั้งนี้ ยอดส่งออกเดือนธันวาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 7.30 ล้านล้านเยน ขณะที่ยอดนำเข้าเดือนธันวาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.9% สู่ระดับ 6.94 ล้านล้านเยน นอกจากนี้นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับต่ำเกินกว่าที่ BOJ จะตัดสินใจถอนมาตรการกระตุ้นทางการเงิน โดยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ กล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังขยายตัวในระดับปานกลาง แต่อัตราเงินเฟ้อยังคงอ่อนแอ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่คล้ายกัน อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อในประเทศเหล่านั้นเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 1.5% แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่นับรวมพลังงานในญี่ปุ่นนั้น อยู่เหนือระดับ 0% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อในญี่ปุ่นยังคงอยู่ห่างจากเป้าหมายที่ระดับ 2% และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ BOJ ยังไม่มีการอภิปรายเรื่องการถอนนโยบายผ่อนคลายการเงินเชิงรุก ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 110.29-109.63 เยน/ต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 110.70/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรับที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อสหรัฐ ภาคการผลิตเบื้องต้น เดือนมกราคม (24/1) ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐ เดือนธันวาคม (24/1) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนี เดือนกุมภาพันธ์ (25/1) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (25/1) ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่น เดือนธันวาคม (26/1) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสหรัฐ ไตรมาส 4/2561 (26/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.6/-1.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศ อยู่ที่ -3.5/-2.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ