รัสเซียโจมตีขบวนรถพลเรือนในยูเครน ดับ 25 ศพ ระหว่างเตรียมผนวกสี่ดินแดน
เจ้าหน้าที่ยูเครนชี้ รัสเซียโจมตีขบวนรถเพื่อมนุษยธรรม พลเรือนเสียชีวิต 25 ศพ ระหว่างรัสเซียเตรียมผนวกสี่ดินแดนยูเครน
วันที่ 30 กันยายน 2565 อัลจาซีราห์รายงานว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 ราย บาดเจ็บหลายสิบคน ในขบวนรถเพื่อมนุษยธรรมที่เมืองซาโปริเซีย ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ยูเครน ขณะที่เจ้าหน้าที่รัสเซียอ้างว่ากองกำลังยูเครนอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้
ระหว่างเกิดเหตุ ขบวนรถพลเรือนรวมตัวกันที่ชายขอบเมืองดังกล่าว เพื่อเตรียมเดินทางออกจากพื้นที่ เพื่อเดินทางไปเยี่ยมญาติและส่งมอบเสบียงในพื้นที่ที่ถูกรัสเซียควบคุม
ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์คนหนึ่งเล่าว่า ผลจากแรงระเบิดทำให้กระจกรถและตัวรถ ถูกเศษกระสุนเจาะทะลุ
“อันเดรย์ เยอร์มัค” หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 25 ราย และบาดเจ็บ 50 ราย ในเหตุการณ์ที่เขาเรียกว่า เป็นการโจมตีโดยรัฐผู้ก่อการร้าย
ด้าน “โอเลคซานดร์ สตารัคห์” ผู้ว่าการภูมิภาคซาโปริเซีย โพสต์ภาพยานพาหนะที่ถูกไฟไหม้ รวมถึงศพที่นอนเกลื่อนอยู่ตามถนน
เจ้าหน้าที่หน่วยกำจัดระเบิด กรมตำรวจซาโปริเซีย กล่าวว่า มีการใช้ขีปนาวุธ S-300 ที่ผลิตโดยรัสเซีย ในการโจมตี
เจ้าหน้าที่รายนี้เผยด้วยว่า คนที่ถูกโจมตีส่วนใหญ่อยู่ในรถของตัวเอง หรือไม่ก็อยู่ข้าง ๆ รถ นอกจากนี้ยังมีการโจมตีอีกกว่า 10 ครั้ง
เขาเผยด้วยว่า กองทัพรัสเซียมีพิกัดของขบวนรถเหล่านี้ เหตุโจมตีนี้จึงไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นการตั้งใจอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม “วลาดิมีร์ โรกอฟ” เจ้าหน้าที่ของรัสเซียในภูมิภาคซาโปริเซีย กล่าวหาว่าเหตุโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือของกองกำลังยูเครน
ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราห์รายงานจากภูมิภาคซาโปริเซียที่ถูกรัสเซียยึดครองบางส่วน ว่า ที่เกิดเหตุเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็น “จุดเดินทางผ่าน” ที่สำคัญ ซึ่งประชาชนใช้หลบหนีจากพื้นที่ที่ถูกยึดครอง เช่น เคอร์ซอน ลูฮันสก์ และทางตอนใต้ของภูมิภาคซาโปริเซีย ทั้งยังเป็นเส้นทางเดียวกับที่ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมพยายามที่จะเข้าถึง
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่รัสเซียเตรียมที่จะผนวกสี่ดินแดนของยูเครนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย หลังการลงประชามติที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก
หนึ่งในดินแดนดังกล่าวคือพื้นที่ใกล้กับภูมิภาคซาโปริเซีย แต่ไม่ใช่ตัวเมืองซาโปริเซีย ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน