หุ้นไทยมูลค่าซื้อขายเบาบางคาบเกี่ยว “หยุดยาว” ลุ้นกำไรแบงก์ไตรมาส 3
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้มูลค่าซื้อขายเบาบางคาบเกี่ยว “หยุดยาว” มีแนวรับหลักบริเวณ 1,556-1,560 จุด ติดตามเงินเฟ้อสหรัฐเดือน ก.ย.หากออกมาสูงกว่าคาดจะยิ่งกดดันให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง ลุ้นกำไรแบงก์ไตรมาส 3/65 วันนี้ TISCO ตัวแรกประกาศงบฯ
วันที่ 12 ตุลาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า หลังจากวานนี้ดัชนี SET Index แกว่งตัว Sideways Down ตามคาด ปิดลบอีก 7.89 จุด ณ สิ้นวัน ตลาดขาดปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น และยังคงถูกกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งและบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ปรับขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินยังไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง สถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น 481 ล้านบาท และ 364 ล้านบาท ตามลำดับ (ต่างชาติยัง Short Index Futures อีก 1.1 หมื่นสัญญา)
โดยแนวโน้มตลาดวันนี้คาด SET Index แกว่ง Sideways โดยมีแนวรับหลักบริเวณ 1,556-1,560 จุด มูลค่าการซื้อขายคาดเบาบาง โดยอยู่ในช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาว รวมถึงมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามคือเงินเฟ้อ PPI และ CPI สหรัฐเดือน ก.ย. ซึ่งหากออกมาสูงกว่าคาดจะยิ่งกดดันให้เฟดจำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยแรงต่อเนื่อง
ล่าสุดบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของสหรัฐพุ่งขึ้นใกล้แตะ 4% อีกครั้ง ส่วนภาคเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงมากขึ้นหลัง IMF ปรับลดประมาณการ GDP โลกปี 2023 ลงเหลือ +2.7% มีโอกาส 25% ที่จะโตต่ำกว่า +2%
ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังไร้ปัจจัยใหม่เช่นกัน และต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมกรณีหากขยายวงกว้างและเข้าใกล้กรุงเทพฯ จะเป็นความเสี่ยง
ด้านกำไร บจ.ไตรมาส 3 กลุ่มธนาคารจะเริ่มประกาศวันนี้และหนาแน่นในสัปดาห์หน้า รวมถึงเริ่มทยอยพรีวิวกำไรฝั่ง Real Sector ออกมามากขึ้น ซึ่งโดยรวมไม่น่าตื่นเต้นนักเนื่องจากเป็นฤดูฝนซึ่งเป็น Low Season อย่างไรก็ตาม ยังมองบวกต่อกลุ่ม Domestic และ Reopening Play ในไตรมาส 4 ที่กลับเข้า High Season ของทั้งภาคการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงปี 2023 ที่ยังมีแนวโน้มเร่งตัว
โดยกลยุทธ์ Selective Play ถือลงทุนหลังสะสมหุ้นเพิ่ม แนะนำหุ้นเด่นเดือน ต.ค. BBL, BDMS, CK, CPALL, TU
วันนี้ทิสโก้ประกาศกำไรไตรมาส 3 คาดติดลบ -3% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า แต่บวก +16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ยังเป็นระดับที่แข็งแรงจากทั้งสินเชื่อที่ขยายตัว รายได้ดอกเบี้ยที่ขยับขึ้นเล็กน้อย รวมถึง Credit Cost ที่ยังต่ำและการตั้งสำรองที่ลดลง ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมค่าชะลอตัวตามภาวะตลาดทุนที่ไม่เอื้อ ราคาเป้าหมายจาก FSSIA อยู่ที่ 94 บาท แนะนำเพียง “ถือ” ส่วนหุ้นเด่นยังคงเป็น BBL, KTB ที่คาดได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจที่ฟื้น รวมถึงดอกเบี้ยขาขึ้นสูงที่สุด